เศษโลหิตที่แห้งกรังบนแผ่นป้ายวิญญาณสลักชื่อปรมาจารย์ ไม่ได้เล่าขานถึงความกล้าหาญ หากแต่กรีดร้องถึงความโง่เขลา
ภายในห้องโถงบรรพชนของซากสำนักกระบี่เมฆาอัสดง แสงจันทร์สีครามสาดส่องลอดผ่านช่องโหว่ของหลังคาที่พังทลายลงมา ทอดเงายาวเหยียดราวกับซี่โครงของอสูรกายยักษ์ ไป๋เฉินยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหิน สายตาคมกริบจับจ้องรอยดาบแนวลึกที่พาดผ่านกลางแผ่นป้ายบรรพจารย์ รอยดาบนั้นไม่ได้เกิดจากศัตรูภายนอก หากแต่เป็นฝีมือของ 'ผู้ลงทัณฑ์' จากภายใน
"เจ้ายังคงค้นหาคำตอบในสิ่งที่พวกมันจงใจฝังกลบเอาไว้เช่นนั้นหรือ?"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูดังขึ้นจากความมืด หลินเยว่ซินก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับภูตพราย ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศหดหู่รอบกาย กระบี่มังกรหิมะข้างกายส่งไอเย็นยะเยือกออกมาเป็นระลอกจนหยาดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว นางปรายตามองเศษกระดูกและคัมภีร์ที่ถูกฉีกกระชากขาดวิ่นบนพื้น ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบหน้าด้านข้างของบุรุษผู้เป็นที่รัก
ไป๋เฉินไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวสัมผัสรอยบิ่นบนแผ่นป้ายไม้ไผ่ที่เก่าคร่ำคร่า ปราณวิญญาณรอบกายของเขาหมุนวนอย่างเงียบเชียบ ดึงเอา 'เศษเสี้ยวความทรงจำ' ที่หลงเหลืออยู่ในอากาศให้สะท้อนออกมาเป็นภาพลวงตาสีเทาจางๆ
ภาพนั้นปรากฏเงาร่างของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่เมฆาอัสดงกำลังคุกเข่าลงต่อหน้าทูตสวรรค์แห่งแดนเบื้องบน มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์ต้องห้ามที่เปื้อนโลหิต ขณะที่อีกมือหนึ่งกำลังเงื้อกระบี่แทงทะลุหัวใจของศิษย์พี่ร่วมสำนักด้วยความจำยอม
*“เพื่อความอยู่รอดของสำนัก... พวกเราจำเป็นต้องสังเวยวิญญาณสามร้อยชีวิตนี้”* เสียงแหบพร่าของผู้อาวุโสในอดีตก้องสะท้อนในห้วงความคิดของไป๋เฉิน มันไม่ใช่การทรยศหักหลังด้วยความโลภ หากแต่เป็นการ 'ตัดสินใจ' บนทาง3แพร่งที่ไร้ซึ่งทางออก
ไป๋เฉินหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจทอดยาวออกไปผสมผสานกับสายลมยามราตรี "ข้าเคยคิดว่าสำนักของเราถูกทำลายเพราะความอิจฉาริษยาของสำนักมาร..." เขาลืมตาขึ้น แววตานั้นลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง "แต่ความจริงที่โหดร้ายที่สุดคือ... สำนักของเราทำลายตัวเองเพื่อแลกกับการต่ออายุลมหายใจที่เน่าเฟะ"
หลินเยว่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจอันเย็นเยียบของนางช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในอกของชายหนุ่ม "ความโลภของมนุษย์ไร้ขอบเขต ปราณเซียนบนเบื้องบนก็เช่นกัน พวกมันต้องการคัมภีร์ไร้ลักษณ์เพื่อใช้เป็นหมากในการคุมชะตากรรมยุทธภพ การที่สำนักของเจ้าเลือกทำลายหลักฐาน ย่อมดีกว่าการปล่อยให้เคล็ดวิชาตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว... เจ้าควรปล่อยวางได้แล้วไป๋เฉิน"
"ปล่อยวาง?" ไป๋เฉินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน "หากข้าปล่อยวาง แล้วดวงวิญญาณของศิษย์น้องสามร้อยคนที่ถูกสังเวยในคืนนั้นจะไปอยู่ที่ใด? ความกตัญญูที่ข้ามีต่อสำนักไม่ใช่การยอมรับความอยุติธรรม แต่คือการลากคอผู้ที่บงการเรื่องนี้ทั้งหมดออกมารับทัณฑ์!"
สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม ปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเศษหินบนพื้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ร่างของหลินเยว่ซินสะท้านเฮือก นางสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวและดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมของชายหนุ่ม นางรู้ดีว่า ต่อให้สวรรค์เบื้องบนขวางกั้น เขาก็จะใช้กระบี่ในมือฟันฝ่ามันไปให้จงได้
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างภูเขา แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน แสงไฟนับพันดวงสว่างวาบขึ้นล้อมรอบยอดเขาเมฆาอัสดงในชั่วพริบตา กลิ่นอายสังหารอันรุนแรงพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนหมู่เมฆยามราตรีแตกกระจาย
ไป๋เฉินหรี่ตาลงคมกริบ เขากวาดสายงามองผ่านหน้าต่างที่พังทลายออกไปยังเบื้องล่าง ท่าย์มกลางกองทัพชุดเกราะสีดำสนิทที่รายล้อมสำนัก มีเงาร่างหนึ่งก้าวเดินช้าๆ ออกมา ถือโคมไฟกระดาษสีขาวที่เขียนคำว่า 'ชดใช้' ด้วยโลหิตสดๆ
หลินเยว่ซินชักกระบี่มังกรหิมะออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ไอเย็นจัดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาด... ดูเหมือนว่าความลับที่เจ้ากำลังค้นหา จะมีคนไม่อยากให้มันถูกเปิดเผยยิ่งชีพ"
ไป๋เฉินเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาทระนงฉายประกายเจิดจ้าดั่งดาวตกแหวกความมืด มือข้างขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไม้ธรรมดาที่เหน็บไว้ที่เอว แม้จะไร้ซึ่งประกายปราณเซียนเจิดจ้า แต่รัศมีแห่งการฆ่าฟันกลับแผ่ซ่านจนมิติรอบตัวบิดเบี้ยว
"ดี..." ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ในเมื่อพวกมันกระหายเลือดนัก ข้าก็จะใช้โลหิตของพวกมัน... มาล้างมลทินให้แก่ผืนแผ่นป้ายบรรพชนแห่งนี้เอง!"
ทันใดนั้น เงาร่างสีดำนับร้อยก็พุ่งทะยานทะลุหลังคาห้องโถงเข้ามาพร้อมกัน ประกายกระบี่นับพันสายพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพพวกเขาทั้งสองในกระบวนท่าเดียว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ (หมื่นกระบี่คืนรัง)
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 20
เศษเสี้ยวความทรงจำ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!