กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

ประกายกระบี่กลางสายฝน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
เงาสีเลือดบนยอดไม้ไหววูบ ดั่งปีศาจราตรีที่ฉีกกระชากม่านหมอกแห่งกาลเวลาให้ขาดวิ่น ใบหน้าที่ประจักษ์แก่สายตานั้นชัดเจนจนลมหายใจของไป๋เฉินสะดุดกักค้าง ชายชราในชุดคลุมอาบโลหิตผู้ถือครองคัมภีร์ต้องห้าม… คือคนคนเดียวกับผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ลึกลับ ผู้ที่สละชีพปกป้องเขาไว้ในกองเพลิงล้างสำนักเมื่อสิบปีก่อน "อาจารย์…" คำพูกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของสายลม แต่ในห้วงจิตของไป๋เฉิน มันกลับดังกึกก้องดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ มือที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นเทาชั่วขณะ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็นคลื่นอารมณ์ที่โถมซัดดั่งคลื่นใต้น้ำวนในมหาสมุทร "ตั้งสติไว้!" สุ้มเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งค้างปีดังขึ้นข้างกาย หลินเยว่ซินหาได้สนใจสายสัมพันธ์อันน่าเคลือบแคลงนี้ไม่ นางเซียนสาวแห่งแดนเหนือตวัดสายตาคมปลาบมองร่างบนยอดไม้ พร้อมๆ กับที่กระบี่มังกรหิมะในฝักส่งเสียงคำรามกังวาน ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้าแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา "นั่นไม่ใช่ผู้มีพระคุณของเจ้า... นั่นคือภูตผีที่ลอกเลียนแม้กระทั่งจิตวิญญาณแห่งปราณโลหิต" ชั่วพริบตานั้นเอง ประกายตาสีแดงฉานของชายชราเบื้องบนก็โค้งลงเป็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยว ไอมืดทมิฬที่แผ่ออกจากม้วนคัมภีร์ระเบิดออกเป็นหมอกควันสีชาดนับพันสาย ท้องนภาที่เคยสงบพลันคำรามครืนครั่น สายฝนห่าใหญ่ที่ซัดสาดลงมากลับกลายเป็นสีแดงฉาดดั่งโลหิตสดๆ ทั่วทั้งผืนป่าถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายมรณะที่ชวนให้คลื่นไส้ "โฮ... เจ้าเด็กโง่ ยังมีชีวิตอยู่หรือนี่" เสียงแหบพร่าและคุ้นเคยดังลอดผ่านสายฝน ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและจิตสังหารที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง "สิบปีผ่านไป เจ้าก็ยังคงเป็นเพียงเศษสวะไร้ปราณวิญญาณที่น่าสมเพชอยู่ดี" ซูมมม! เงาร่างนับร้อยสายพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้ราวกับฝูงหبالนรก อสูรเงาที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาส่องประกายสีชาด และกรงเล็บที่หลอมขึ้นจากปราณทมิฬ พุ่งเข้าใส่ไป๋เฉินและหลินเยว่ซินจากทุกทิศทุกทางอย่างไร้ช่องว่าง "ระวังตัวด้วย!" หลินเยว่ซินสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่มังกรหิมะหลุดออกจากฝักพร้อมประกายแสงสีฟ้าครามที่สะท้อนกับหยาดฝนสีเลือด นางก้าวเท้าออกเป็นค่ายกลเซียน บุปผาน้ำแข็งนับพันดอกเบ่งบานกลางอากาศ ปะทะเข้ากับกรงเล็บของอสูรเงาจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เศษน้ำแข็งและละอองเลือดกระจายฟุ้งดั่งหิมะโปรยปรายในสงคราม ทว่า อสูรเงาเหล่านี้หาใช่สิ่งมีชีวิตทั่วไป เมื่อถูกคมกระบี่น้ำแข็งฟันจนขาดครึ่ง ร่างของพวกมันกลับกลายเป็นควันสีดำแล้วรวมตัวขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว "พวกมันไร้รูปร่าง... เช่นเดียวกับวิชาไร้ลักษณ์ของเจ้า ไป๋เฉิน!" หลินเยว่ซินเอ่ยเตือนขณะที่กระบี่ในมือวาดวงโค้งสกัดกั้นการโจมตีรอบด้าน เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน แม้ฝีมือของนางจะสูงส่งเพียงใด แต่การต้องรับมือกับพลังมารที่กลืนกินวิญญาณเช่นนี้ก็เริ่มทำให้ปราณในร่างปั่นป่วน ไป๋เฉินยืนนิ่งท่ามกลางห่าฝนสีเลือด ดวงตาคู่คมปิดลงชั่วพริบตา โลกภายนอกที่เคยโกลาหลพลันสงบลงในความรับรู้ของเขา เสียงคำรามของอสูร เสียงสายฝนกระทบใบไม้ และแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง ทุกสิ่งล้วนไหลผ่านไปดั่งบทกวีที่ร้อยเรียงขึ้นอย่างเงียบงัน *วิชาไร้ลักษณ์หาใช่การไร้กระบี่… หากแต่เป็นกระบี่ที่กลืนเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน* คำสอนของสำนักในอดีตผุดขึ้นมาในใจ ไป๋เฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงในดวงตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งห้วงจักรวาล มือที่กุมด้ามกระบี่ไม่ได้ปลดปล่อยพลังปราณรุนแรงอันใดออกมาเลย มันเรียบง่าย สามัญ และไร้ซึ่งลวดลายใดๆ ทั้งสิ้น วูบ! เมื่อเขาชักกระบี่ออกจากฝัก ไม่มีเสียงคำรามกึกก้อง ไม่มีประกายแสงเจิดจ้าบาดตา มีเพียง "ความว่างเปล่า" สายหนึ่งที่แผ่ขยายออกไปช้าๆ ดั่งผืนน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป คลื่นกระแสพลังที่มองไม่เห็นพัดผ่านร่างของอสูรเงากลุ่มใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้ามา ฉับพลัน... อสูรเงานับสิบตัวที่สัมผัสโดนคลื่นกระบี่นั้นพลันหยุดชะงัก ร่างที่เคยบิดเบี้ยวค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำ แล้วถูกชะล้างหายไปกับสายฝนสีเลือดอย่างหมดจด ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้ ราวกับพวกมันไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรกเริ่ม หลินเยว่ซินหันมามองด้วยแววตาที่ฉายความทึ่งระคนตกตะลึง นางร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับยอดฝีมือมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยพบเห็นวิชาใดที่ทรงพลังและสงบนิ่งถึงเพียงนี้มาก่อน ทว่า บนยอดไม้ ชายชราในชุดคลุมสีเลือดกลับหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ "ฮ่าๆๆๆ! ยอดเยี่ยม! สมแล้วที่เป็นศิษย์รักของข้า!" ร่างชราก้าวเดินกลางอากาศราวกับเหยียบบันไดที่มองไม่เห็น ม้วนคัมภีร์ในมือเปล่งแสงสีดำทมิฬจนท้องฟ้าเบื้องบนฉีกขาดออก เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดที่น่าสะพรึงกลัว "แต่เจ้าคิดว่า... เจ้าจะปกป้องหญิงนางนี้จาก 'ทัณฑ์สวรรค์' ที่แท้จริงได้หรือ?" สิ้นเสียงนั้น ชายชราสะบัดมือออก คัมภีร์โบราณพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนเป็นอักขระเวทโบราณนับหมื่นตัวที่หมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนพื้นดินรอบกายยุบตัวลงเป็นหลุมลึก หลินเยว่ซินกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดขาวลงในพริบตา "ไป๋เฉิน..." หลินเยว่ซินพยายามฝืนพยุงร่างด้วยกระบี่มังกรหิมะ สายตาที่มองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วง ไป๋เฉินก้าวขึ้นไปยืนเบื้องหน้านางอย่างไร้ความเกรงกลัว เงาร่างของเขาสะท้อนกับประกายกระบี่ไร้ลักษณ์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางพายุฝน เขาเงยหน้าขึ้นมองอักขระเวทที่กำลังดิ่งพสุธาลงมา พร้อมกับที่เงาร่างของชายชราแปลกหน้าแปรเปลี่ยนเป็นอัสนีสีเลือดพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของเขาโดยตรง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%