กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนหิมะขาว

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“เจ้ากำลังเดินเข้าสู่หุบเหวแห่งความตายโดยไม่รู้ตัว” สุ้มเสียงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมาลัยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของป่าต้องห้ามที่ไร้ซึ่งสรรพสัตว์ กลางผืนป่าที่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีเทาจาง ไป๋เฉินหยุดฝีเท้าลง ฝ่าเท้าของเขาสัมผัสกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษซากกิ่งไม้แห้ง แต่กลับไร้ซึ่งเสียงกรอบแกรบราวกับเขาสามารถลบเลือนตัวตนออกจากกฎเกณฑ์ของสรรพสิ่ง บุรุษหนุ่มชุดสีเทาซีดผู้มีใบหน้าเรียบเฉยดังผิวน้ำนิ่งสงบเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบดุจดั่งใบกระบี่ที่ยังไม่ได้ชักจากฝักมองไปยังยอดสนเบื้องหน้า ที่นั่น ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะกำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมเพียงเล็กน้อย นางดูสง่างามทว่าห่างเหิน ดวงตาสีฟ้าครามของนางวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น “ความตายเป็นเพียงจุดเปลี่ยนผ่านของวิถีเต๋า หลินเยว่ซิน...” ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ “และในที่แห่งนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อตาย แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยสูญเสียไป” หลินเยว่ซินเหยียดริมฝีปากที่ไร้สีเลือดเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ไอเย็นจากร่างของนางจะระเบิดออกจนยอดหญ้าโดยรอบกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในชั่วพริบตา กระบี่มังกรหิมะในฝักที่คาดอยู่ข้างเอวสั่นไหวเบาๆ ราวกับมันกำลังกระหายเลือด “เจ้าไม่มีปราณวิญญาณแม้แต่หยดเดียว ไป๋เฉิน” นางกล่าว เสียงของนางบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “วิชา 'ไร้ลักษณ์' ที่เจ้าเพียรพยายามฝึกฝน มันเป็นเพียงการเล่นตลกกับฟ้าดิน เจ้าคิดหรือว่าเพียงแค่ไร้ตัวตน จะสามารถข้ามผ่านคมกระบี่ของข้าไปได้?” “ข้ามิได้ไร้ตัวตน...” ไป๋เฉินขยับตัวเพียงเล็กน้อย กระแสลมรอบกายเขาก็แปรเปลี่ยนไปราวกับมีกลไกบางอย่างหมุนวน “ข้าเพียงแค่เป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่าต่างหาก” สิ้นคำกล่าว ร่างของไป๋เฉินก็พร่าเลือนหายไปราวกับควันไฟที่ถูกกระแสลมพัดผ่าน! หลินเยว่ซินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเซียนของนางสั่งการโดยอัตโนมัติ นางชักกระบี่มังกรหิมะออกจากฝัก เสียงหวีดหวิวของคมกระบี่เสียดแทงอากาศจนเกิดประกายไฟสีน้ำเงินม่วง รัศมีกระบี่แผ่พุ่งออกไปรอบทิศทาง ฟาดฟันลงบนพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหลังตนเองอย่างแม่นยำ *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานไปทั่วป่า แต่ทว่าไป๋เฉินไม่มีกระบี่ในมือ เขาใช้เพียงกิ่งไม้แห้งที่หยิบฉวยจากพื้นรับการโจมตีจากหนึ่งในยอดศาสตราแห่งแดนเหนือ! ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางการปะทะกันที่ไม่มีใครยอมใคร ไป๋เฉินถอยหลังไปสามก้าว กิ่งไม้ในมือแหลกสลายเป็นผุยผง แต่รอยยิ้มจางๆ กลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ในขณะที่หลินเยว่ซินถึงกับชะงัก รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบกระบี่มังกรหิมะของนาง—กระบี่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทาน “เจ้าใช้แรงสะท้อนของข้า... กลับมาที่ตัวข้าเอง?” นางถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความตกตะลึง “กระบี่คือจิต จิตคือฟ้าดิน หากเจ้าถือครองกระบี่ด้วยโทสะ กระบี่นั้นย่อมมีช่องโหว่ แต่หากเจ้าถือครองด้วยความเมตตา กระบี่นั้นย่อมเป็นอมตะ” ไป๋เฉินกล่าวพลางก้าวเดินช้าๆ เข้าหานาง “เหตุใดเซียนผู้สูงส่งเช่นเจ้า ถึงได้ตกอยู่ในห้วงแห่งการสังหารเช่นนี้?” “เจ้าไม่เข้าใจ!” หลินเยว่ซินตะโกน กลิ่นอายรอบกายของนางปั่นป่วน พายุหิมะเริ่มก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า บดบังทัศนียภาพจนมืดมิด “หากข้าไม่สังหารเจ้า คัมภีร์ต้องห้ามนั้นจะทำลายโลกนี้จนไม่เหลือซาก! ข้าแบกรับชะตากรรมของแผ่นดินไว้บนบ่า เจ้าจะรู้อะไร!” นางเหวี่ยงกระบี่ออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงและเร็วกว่าเดิม กระแสปราณมังกรเหมันต์พุ่งเข้าหาไป๋เฉินดั่งพายุทอร์นาโดสีขาวโพลน พื้นดินแตกแยกเป็นร่องลึกไปตามทางที่กระบี่พุ่งผ่าน นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ แต่เป็นการพิพากษาเพื่อจบชีวิต ไป๋เฉินยืนนิ่งดุจขุนเขาที่มั่นคง เขาหลับตาลงสัมผัสถึงรอยร้าวบนหิมะขาวที่แตกกระจายใต้ฝ่าเท้า เขาไม่ได้ใช้ปราณ แต่เขากำลัง 'อ่าน' การเคลื่อนไหวของกระแสลมและหยาดน้ำแข็งที่ร่วงหล่น เขาคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และในขณะที่คมกระบี่ของหลินเยว่ซินจ่ออยู่ห่างจากลำคอของเขาเพียงสามนิ้ว จู่ๆ สรรพสิ่งก็หยุดนิ่ง... ไป๋เฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของจักรวาล มือของเขาคว้าหมับลงบนข้อมือของหลินเยว่ซิน ความร้อนที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขาทำให้เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะบนชุดของนางละลายลงอย่างรวดเร็ว “หากเจ้าต้องการสังหารข้า เพื่อปกป้องโลกใบนี้...” ไป๋เฉินขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายของนางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหนาวเหน็บ “งั้นเจ้าก็จงสังหารให้ถึงที่สุดเถิด แต่จงจำไว้ว่า... เมื่อคมกระบี่ของเจ้าทะลวงอกข้า เจ้าจะมิใช่เพียงผู้สังหารศัตรู แต่เจ้าจะเป็นผู้ที่ทำลายหัวใจของตนเองด้วย” คำพูดนั้นราวกับคำสาปแช่งที่ตอกย้ำลงในจิตวิญญาณของนาง หลินเยว่ซินตัวสั่นเทา ดวงตาสีฟ้าครามที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยอารมณ์ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน ทันใดนั้น เงาร่างสีดำลึกลับร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดไม้สูงเหนือหัวของทั้งสองคน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา “พบตัวจนได้... ท่านเซียนผู้สูงส่ง และเจ้าเด็กเหลือขอที่ขโมยวิชาต้องห้ามไป” ไป๋เฉินและหลินเยว่ซินผละออกจากกันทันที เมื่อมองขึ้นไปบนยอดไม้ พวกเขาพบกับชายชราในชุดคลุมสีเลือดที่กำลังถือม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมา มันคือคัมภีร์ที่ทุกคนตามหา แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ชายชราคนนั้นกลับมีใบหน้าที่เหมือนกับอาจารย์ของไป๋เฉินทุกประการ—อาจารย์ที่ควรจะตายไปตั้งแต่สำนักถูกทำลายเมื่อสิบปีก่อน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%