"หانتคิดว่ากรงขังแห่งสำนักเมฆาโลหิตจะกักขังวิญญาณทรยศอย่างข้าได้นานสักเพียงใดกัน... ศิษย์พี่รองไป๋"
เสียงหัวسเราะแหบพร่าดั่งโลหะเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ายกลร้าง กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายมารคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนลมหายใจแปรเปลี่ยนเป็นความหนقบ บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแม้แต่เศษใบไม้ยังไม่กล้าปลิวไหว
ไป๋เฉินยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ร่างในอาภรณ์สีเทาเข้มสะท้อนประกายจันทร์เสี้ยว สายตาของเขามองตรงไปยังร่างที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขมับลงมาถึงคาง บิดเบี้ยวจนน่ากลัว ดวงตาทอประกายสีแดงก่ำด้วยพลังมารที่หลอมรวมเข้ากับเส้นชีพจรอย่างสมบูรณ์
"ข้าไม่เคยคิดว่ากรงขังใดจะกักขังเจ้าได้..." ไป๋เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับทรงพลังจนผู้ฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงไขสันหลัง "แต่ข้าไม่คิดเลยว่า... คนที่เคยร่วมดื่มสุราสาบานใต้ต้นท้อพันปี จะเลือกเดินเข้าสู่เส้นทางที่แม้แต่ยมโลกยังต้องรังเกียจ, 'ถังอี้'"
ถังอี้แค่นหัวเราะ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและความริษยาที่สะสมมานานนับปี มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดิน ศิลาใต้ฝ่าเท้าต่างแตกละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงกดดันของลมปราณมารระดับชำระกระดูก
"สุราสาบาน? ฮ่าๆๆ! วิถีกระบี่ของสำนักเรามีแต่ความซื่อตรง ยึดมั่นในคุณธรรมจนน่าสมเพช! เจ้าก็เห็นแล้วนี่ไป๋เฉิน สำนักที่พวกเรากราบไหว้บูชา ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษขี้เถ้าในคืนเดียว ปราณกระบี่ที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา ปกป้องอาจารย์ได้หรือไม่? ปกป้องศิษย์น้องนับร้อยได้หรือไม่?!" ถังอี้แผดเสียงคำราม เส้นเลือดที่คอปูดโปนดั่งตัวหนอนดิ้นพล่าน
หลินเยว่ซินที่ยืนอยู่เคียงข้างไป๋เฉินขยับตัวเล็กน้อย ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศมารรอบตัวอย่างสิ้นเชิง กระบี่มังกรหิมะในฝักสั่นระริกเบาๆ ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีสาม丈 (สิบเมตร) นางไม่เอ่ยคำใด ทว่าแววตาดุจน้ำแข็งค้างปีคู่นั้นจ้องมองถังอี้ราวกับกำลังมองดูซากศพที่ยังเดินได้
"วิถีกระบี่ไม่ได้ไร้พลัง..." ไป๋เฉินกล่าวต่อ สายตายังคงทอดมองอดีตกาลผ่านร่างของสหายเก่า "แต่เป็นจิตใจของมนุษย์ต่างหากที่เปราะบาง เมื่อพบเจอกับความตายและความกลัว จึงยอมจำนนต่อพลังลัดที่ชั่วร้าย ถังอี้... เจ้าไม่ได้ทรยศต่อสำนักเพียงอย่างเดียว แต่เจ้าทรยศต่อวิญญาณของตนเอง"
"หุบปาก!" ถังอี้สะบัดมือครั้งหนึ่ง ธารโลหิตพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ไป๋เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันคือวิชามาร 'โลหิตาพิฆาต' ที่แปรเปลี่ยนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตรอบข้างให้กลายเป็นอาวุธสังหาร
*ชิ้ง!*
ประกายแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างของหลินเยว่ซินหายลับไปจากจุดเดิม คมกระบี่มังกรหิมะตวัดผ่านอากาศสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขึ้นขวางกั้นธารโลหิต เสียงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ไอเย็นและไอโลหิตพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเป็นกลุ่มเมฆสีดำทะมฬหมุนวน
"สตรีผู้นี้... เย็นชาสมคำร่ำลือจริงๆ" ถังอี้ถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาสีแดงก่ำหันไปจ้องมองหลินเยว่ซินด้วยความระแวดระวัง "น่าเสียดายนัก ที่เจ้าเลือกยืนอยู่ข้างไอ้คนไร้ปราณวิญญาณผู้นี้ ไป๋เฉินมันเป็นเพียงคนพิการที่ฝึกฝนวิชาขยะนอกคอก 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่ไม่มีแม้แต่รูปทรง เจ้าคิดว่ามันจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของนิกายโลหิตได้หรือ?"
หลินเยว่ซินเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ใบหน้างามไร้ซึ่งความรู้สึก น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ "คนไร้ปราณอย่างเขา... สามารถสยบจิตใจของข้าได้ แต่คนที่มีพลังมารเต็มร่างอย่างเจ้า แม้แต่เงาของเขายังเทียบไม่ติด"
คำพูดของนางเรียบง่าย แต่มันบาดลึกเข้าไปในความทะนงตนของถังอี้ราวกับคมมีดนับพันเล่ม ถังอี้คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วยิ่งน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นไปอีก พลังมารรอบตัวระเบิดออกจนพื้นดินรอบกายยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
"ดี! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายร่วมกันนัก ข้าจะส่งพวกเจ้าไปลงนรกพร้อมกัน!"
ถังอี้ประสานอินทร์อย่างรวดเร็ว อักขระมารสีเลือดนับร้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ ท้องฟ้าที่เคยมีแสงจันทร์ส่องประกาย บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ
ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกของเขาไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึก สัมผัสแห่งวิชา 'ไร้ลักษณ์' เริ่มหมุนวนภายในจุดตันtianที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมและผืนดิน มือขวายื่นออกไปช้าๆ ราวกับกำลังคว้าจับความว่างเปล่า
ทว่า ในขณะที่ศึกกำลังจะปะทุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังค่ายกล เงาร่างนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสามคนไว้ในรัศมีวงกลม
ไฟคบเพลิงนับร้อยสว่างพรวดขึ้นพร้อมกัน แสงสีส้มสาดส่องกระทบกับใบหน้าของผู้มาใหม่ ทำให้ไป๋เฉินและหลินเยว่ซินต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับรับแสง
คนผู้ที่เดินนำหน้าสุดสวมชุดคลุมยาวปักลายเมฆาโลหิต ใบหน้าสวมหน้ากากทองคำรูปอสูรครึ่งซีก และที่สำคัญที่สุด... ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาจากตัวของมัน ช่างคุ้นเคยเสียจนไป๋เฉินต้องชะงักฝีเท้า
หน้ากากทองคำถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ไป๋เฉินไม่มีวันลืมตลอดชีวิต...
"ไม่คิดเลยว่า... ศิษย์พี่ใหญ่ จะยังจำน้องเล็กคนนี้ได้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ (หมื่นกระบี่คืนรัง)
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้า กับศัสตราเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!