"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่า เอาหลังพิงเคาน์เตอร์แล้วทำหน้าเหมือนหลุดมาจากปกนิตยสารการเงินอีกสามวินาที ข้าวผัดจานนี้จะกลายเป็นอาหารสุนัขทันทีค่ะ... อ้อ ไม่สิ ฉันเสียดายข้าว ข้าวผัดนี่จะกลายเป็นอาหารของคุณในราคาเต็มบวกค่าบริการสิบเปอร์เซ็นต์แทน!"
เสียงกระแทกจานกระเบื้องเซรามิกกระทบพื้นผิวโต๊ะไม้ดังสนั่นจนน้ำซุปในชามกระฉอกออกมาเล็กน้อย คินน์กะพริบตาปริบๆ เขายังคงรักษาฟอร์มของอดีตซีอีโอผู้บริหารกองทุนร้อยล้านไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าในกระเป๋าเสื้อสูทแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษของเขาจะมีเศษเหรียญสิบอยู่สามเหรียญกับลูกอมรสสะระแหน่ที่ละลายติดกันจนกลายเป็นก้อนเหนียวๆ ก็ตาม
นี่คือ "น้ำหวาน" สาวเสิร์ฟควบตำแหน่งเจ้าของห้องเช่ารูหนูที่เขาบังเอิญลากเข้ามาพัวพันในชีวิตวิกฤตหลังระบบปริศนาประกาศตัดหางปล่อยวัดเขาอย่างไร้เยื่อใย
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณสาวสวย กลิ่นอายของความหิวมันรบกวนสมาธิในการคิดแผนธุรกิจระดับพันล้านของผมนะ" คินน์แย้มยิ้มมุมปาก พยายามส่งสายตาพราวเสน่ห์ที่เคยใช้ตกนักลงทุนสาวระดับ VVIP มาแล้วทั่วโลก ทว่าสิ่งที่เขากลับได้รับคือรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างเล็กๆ ของหญิงสาวตรงหน้า
น้ำหวานเท้าสะเอว แววตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอปรายตามองชุดสูทราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มมีรอยยับยู่ยี่ตรงชายเสื้อด้วยความหมั่นไส้ขั้นสุด
"แผนธุรกิจพันล้านบ้านป้าคุณสิ! ตอนนี้ในกระเป๋าคุณมีเงินพอซื้อน้ำอัดลมกระป๋องเดียวหรือยังเถอะพ่อมหาเศรษฐีตกอับ!" น้ำหวานลากเก้าอี้ไม้เก่าๆ ออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนคินน์ต้องเอนตัวหนีเล็กน้อย "ฟังนะ... กฎเหล็กของฉันมีอยู่ว่า ไม่มีของฟรีในโลก ยิ่งเป็นคนแปลกหน้าที่อ้างว่าเป็นอดีตมหาเศรษฐีสมองเพชรแต่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าห้องล่วงหน้า ยิ่งไม่มีสิทธิ์กินข้าวฟรีเข้าใจไหม?"
"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ จะให้ผมขายไตขวากลางร้านข้าวต้มรอบดึกนี่หรือไง?" คินน์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างปลงตก พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบคู่ส้อมและช้อนที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
"ขายไตใครเขาจะมารับซื้อคนสุขภาพแย่แบบคุณ นอนดึกตื่นสายแถมยังเครียดลงกระเพาะอีกต่างหาก" น้ำหวานแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะผลักกะละมังพลาสติกสีฟ้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและเศษซากกระดูกหมูมาตรงหน้าเขา "โน่น... กองอารยธรรมโบราณหลังร้าน ล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องไร้คราบมัน ถ้าจานไหนมีความมันหลงเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว ฉันจะหักค่าแรงล่วงหน้าของคุณ แล้วก็..." เธอยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นมาขู่ "อดกินข้าวผัดจานนี้ยาวไปจนถึงเที่ยงคืนพรุ่งนี้!"
คินน์ก้มมองกะละมังใบโตสลับกับจานข้าวผัดหอมกรุ่นตรงหน้า ท้องของเขา ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าอนาถ ระบบบัดซบในหัวสมองยังคงส่งเสียงแจ้งเตือนสถานะการเงินติดลบเป็นระยะๆ หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขาคนเดียว
*[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจเร่งด่วน "มื้อแรกในฐานะยาจก" - บังคับให้เป้าหมายเรียนรู้คุณค่าของหยาดเหงื่อแรงงาน ระยะเวลาจำกัด 30 นาที หากไม่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จ จะถูกหักค่าประสบการณ์ชีวิต -50 และเพิ่มดอกเบี้ยหนี้สินทบต้นทันที]*
"ให้ตายเถอะ..." คินน์กัดฟันกรอด ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่สั่งสมมาสามสิบปีถูกเหยียบยละเอียดคากองฟองแฟပ်ล้างจาน แต่วินาทีนี้ความหิวมันมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีทั้งหมดบนโลกใบนี้
เขาถอดเสื้อสูทราคาแพงออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างทะมัดทะแมง เผยให้เห็นท่อนแขนที่มีมัดกล้ามสมส่วนจากการเข้ายิมเป็นประจำ แม้จะไม่ได้ช่วยให้รวยขึ้นในตอนนี้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาดูเหมือนคนพร้อมลุยงานหนักได้ทันที
"ตกลงครับคุณผู้จัดการส่วนตัว... ถือว่านี่คือการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของอดีตซีอีโอคินน์ก็แล้วกัน"
คินน์เดินดุ่มๆ ไปหลังร้านที่มีกองจานชามมหึมาวางซ้อนกันราวกับหอคอยพิซซ่าแห่งความสิ้นหวัง กลิ่นคาวปลาและเศษอาหารโชยเตะจมูกจนเขาต้องย่นจมูกด้วยความขยะแขยง แต่น้ำหวานยังคงยืนกอดอกพิงขอบประตูคอยคุมเข้มไม่ให้เขาอู้
"อย่ามัวแต่ชักช้าค่ะ มือใหม่อย่างคุณน่ะถ้าล้างไม่สะอาด เดี๋ยวลูกค้าท้องเสียฉันฟ้องคุณหัวโตแน่!" เสียงแหลมใสเอศแทรกเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
คินน์สูดหายใจเข้าลึกๆ คว้าฟองน้ำที่ชุ่มไปด้วยน้ำยาล้างจานราคาถูก กัดฟันเริ่มลงมือขัดคราบมันบนจานใบแรกด้วยความแค้นเคือง ทุกครั้งที่ถูฟองน้ำลงไป เขาจินตนาการว่านั่นคือใบหน้าของพวกบอร์ดบริหารหักหลังที่ร่วมกันฮุบ
บริษัทของเขาในวันก่อน
บรรยากาศในร้านข้าวต้มยามดึกเริ่มเงียบสงบลง เหลือเพียงเสียงน้ำไหลและเสียงบ่นงึมงำของหญิงสาวที่นั่งนับเงินเหรียญในลิ้นชักเคาน์เตอร์เป็นระยะๆ เคมีประหลาดระหว่างอดีตมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองกับสาวเสิร์ฟปากจัดกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางกองฟองสบู่และคราบสกปรก
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีเต็ม คินน์ยืนหอบหายใจโยนจานใบสุดท้ายลงในตะกร้าสะเด็ดน้ำ ใบหน้าหล่อเหลามีคราบเขม่าและฟองสบู่ติดอยู่เล็กน้อย แต่ออร่าความสะอาดเอี่ยมอ่องของกองจานนับร้อยใบทำให้น้ำหวานถึงกับต้องเดินเข้ามาสำรวจด้วยความประหลาดใจ
เธอใช้ปลายนิ้วกวาดลงบนผิวจานเซรามิก ไม่มีแม้แต่เสียงเอี๊ยดอาร์ดหรือความลื่นมันหลงเหลืออยู่ ทุกใบสะอาดจนสะท้อนแสงไฟนีออน
"อืม... ฝีมือใช้ได้นี่คะ สำหรับคุณชายที่เคยใช้แต่จานทองคำ" น้ำหวานยอมรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย เธอพยักพฤกพึงพอใจก่อนจะหันไปหยิบจานข้าวผัดที่เริ่มเย็นชืดมาวางตรงหน้าเขาอีกครั้ง "อะ... รางวัลสำหรับแรงงานทาส กินซะ จะได้มีแรงมาใช้หนี้ฉันต่อพรุ่งนี้เช้า"
คินน์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เขามองจานข้าวผัดกุ้งธรรมดาๆ ตรงหน้า ความหิวโหยทำให้มันดูราวกับอาหารจากภัตตาคารมิชลินสามดาว เขากำช้อนในมือแน่น กำลังจะตักเข้าปากเพื่อลิ้มรสมื้อแรกในฐานะยาจก
ทันใดนั้นเอง...
เสียงเบรกของรถยนต์หรูหราอิมพอร์ตราคาหลายสิบล้านบาทก็ดังเอี๊ยดลั่นสนั่นหน้าร้าน ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูรถพร้อมกับฝایเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนก้าวเข้ามาด้านในอย่างคุกคาม บรรยากาศในร้านเปลี่ยนเป็นหนาวเยือกในพริบตา
"เจอตัวสักทีไอ้คุณชายตกอับ... นายท่านสั่งให้มาพาตัวแกกลับไปเคลียร์บัญชีให้จบ!"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาขวางทางแสงไฟ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
คินน์ชะงักมือที่กำลังจะตักข้าว เขาวางช้อนลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเหนื่อยล้ากลายเป็นความเย็นชาเฉียบคมในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวเสิร์ฟจอมหิวเงิน•ตอนที่ 2
มื้อแรกในฐานะยาจก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวเสิร์ฟจอมหิวเงิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
