เสียงกระแทกของแก้วกาแฟราคาถูกกระทบลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ จนน้ำสีดำกระฉอกเปื้อนขอบกระดาษทิชชู คือสัญญาณเตือนภัยระดับสามที่ "น้ำหวาน" มอบให้ผมในเช้าวันนี้... อ่า ไม่สิ เช้าบ้าอะไรล่ะ บ่ายสองโมงแล้วต่างหาก
"คินน์! เลิกทำหน้าปลาตายแล้วจ่ายเงินค่ากาแฟกับค่าเช่าห้องงวดนี้ซะที สามพันห้าร้อยบาทถ้วน ถ้าคุณยังชักช้า ฉันจะเอาไอ้แท็บเล็ตเครื่องนี้ฟาดหัวคุณให้กบาลแยกจริงๆ ด้วยนะ!"
เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังราวกับไซเรนรถดับเพลิงดังขึ้นเหนือหัวผม น้ำหวานยืนเท้าสะเอว ชุดยูนิฟอร์มสาวเสิร์ฟร้านกาแฟข้างทางเปื้อนคราบเมล็ดกาแฟจางๆ แววตาของเธอดุดันราวกับเสือสาวที่กำลังหิวโซ และเชื่อผมเถอะครับว่า ในพจนานุกรมของเธอ คำว่า "ความเห็นอกเห็นใจ" คงถูกฉีกทิ้งไปตั้งแต่ตอนที่เธอบวกลบเลขกำไรขาดทุนครั้งแรกของเดือนนี้แล้ว
ผม—คินน์ อดีตมหาเศรษฐีผู้เคยครอบครองอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน (เมื่อวานซืนนะ) ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะพับพลาสติกโย้เย้ สายตาผมกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ห้องเช่ารูหนูขนาดสิบตารางเมตร กลิ่นอับชื้นของพรมเก่าๆ และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครางฮือราวกับคนใกล้ตาย
ให้ตายเถอะครับ มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
ย้อนกลับไปเมื่อสิบสองชั่วโมงก่อน ผมยังนอนอยู่บนเตียงคิงไซส์ขนเป็ดนุ่มฟูในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง มีเลขาฯ สาวสวยคอยรายงานตารางงาน และยอดเงินในบัญชีธนาคารที่มีตัวเลขศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนจอแสดงผลแทบไม่พอ แต่แล้ว... รอยยิ้มเย้ยหยันของโชคชะตาก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเสียงจักรกลปริศนาดังขึ้นในหัว พร้อมกับประกาศิตที่เฉียบขาดไร้ความปรานี
*[ติ๊ง! ตรวจพบความหยิ่งผยองและใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยถึงขีดสุดของโฮสต์]*
*[ระบบ 'ล้างบางมหาเศรษฐี' ทำการริบทรัพย์สินทั้งหมด 100% คืนสู่สังคม]*
*[สถานะปัจจุบันของโฮสต์: ติดลบ 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)]*
*[ภารกิจแรก: หาเงินสดจำนวน 5,000 บาท ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อใช้หนี้ค่าเช่าห้องและค่ากินอยู่ มิฉะนั้น... บทลงโทษจะเริ่มต้นขึ้น]*
บทลงโทษบ้าบออะไรนั่น ผมไม่อยากแม้แต่จะจินตนาการเลยล่ะครับ แค่ตื่นมาแล้วพบว่าบัตรเครดิตทุกใบรูดไม่ผ่าน บัญชีธนาคารทุกแห่งถูกอายัดอย่างไร้สาเหตุ และรถสปอร์ตคันหรูถูกลากจارออกไปต่อหน้าต่อตา ก็ทำให้ผมแทบอยากจะเอาหัวโขกฝาผนังให้รู้แล้วรู้รอด
"นี่! หูหนวกหรือไงคินน์?" น้ำหวานยื่นมือมาเคาะโต๊ะปังๆ จนผมสะดุ้งสุดตัว เธอจ้องหน้าผมเขม็ง ดวงตากลมโตฉายแววคุกคาม "ฉันเห็นคุณนั่งเหม่อลอยแบบนี้มาสามวันติดแล้วนะ จะบอกว่าบริษัทล้มละลาย แฟนทิ้ง หรือบ้านถูกไฟไหม้ก็เชิญตามสบาย แต่ค่ากาแฟแก้วละห้าสิบบาทกับค่าห้องค้างจ่ายเนี่ย จ่ายสดหรือโอน? เลือกมา!"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูสุขุมที่สุด แม้ในใจจะอยากร้องไห้เป็นสายเลือดก็ตาม ผมคือคินน์นะครับ อดีตซีอีโอผู้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสมานับครั้งไม่ถ้วน จะมาตกม้าตายเพราะเงินห้าพันบาทในร้านกาแฟโทรมๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
"น้ำหวาน ใจเย็นๆ ก่อนสครับ" ผมยกมือขึ้นปราบปรามด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มไว้อย่างเต็มที่ "ในฐานะที่เธอเป็น... เอ่อ... คู่หมั้นที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา (แม้เราจะเพิ่งหมั้นกันได้สามวันเพราะความจำเป็นบางอย่างก็เถอะ) เธอน่าจะมีน้ำใจกับว่าที่สามีในยามวิกฤตแบบนี้บ้างนะ"
น้ำหวานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งในตู้แช่ "คู่หมั้น? ร่วมทุกข์ร่วมสุข? ฝันไปเถอะคุณ! ฉันตกลงหมั้นกับคุณเพราะคิดว่าคุณรวยและจะช่วยฉันปลดหนี้ร้านกาแฟฝันหวานได้ต่างหากเล่า! แต่พอรู้ว่าคุณถังแตก แถมยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าห้อง... บอกเลยนะว่าถ้าวันนี้ไม่มีเงินห้าพันบาทวางบนโต๊ะนี้ เราขาดกัน!"
เธอพูดพร้อมกับแบมือขวาออกมาตรงหน้า ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมใคร รังสีความหิวเงินแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนผมสัมผัสได้ถึงไอความร้อนทีเดียวครับ
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้เห็นแก่เงินตัวแม่จริงๆ แต่ก็นั่นแหละครับ... ในสถานการณ์ที่ผมเหลือเงินติดตัวศูนย์บาท น้ำหวานนี่แหละคือ "ความหวังเดียว" ที่จะทำให้ผมรอดตายจากระบบเฮงซวยนี่ไปได้
ผมกระแอมเบาๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้เธอเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคยใช้ตกสาวๆ ในงานสังคมไฮโซไปทั่ว—แม้ว่าตอนนี้สภาพผมจะเหมือนขอทานตกอับก็ตาม
"น้ำหวาน เธออยากเปิดร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ไม่ใช่เหรอ?" ผมกระซิบเสียงต่ำ
ชะתากรรมของเธอชะงักไปเล็กน้อย แววตาดุดันเมื่อครู่ไหววูบไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังคงทำใจแข็ง "เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เล่า อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!"
"เกี่ยวดสิครับ..." ผมยิ้มมุมปาก สมองอันปราดเปรื่องเริ่มคำนวณแผนการอย่างรวดเร็ว "ถ้าเธอให้ยืมเงินห้าพันบาทตอนนี้ เพื่อเอาไปลงทุนทำทุนหมุนเวียนด่วนที่สุด... ผมสัญญาเลยว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ ผมจะคืนให้เธอสิบล้านบาท!"
เงียบ...
บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิทลงทันที น้ำหวานจ้องหน้าผมนิ่งนานนับส่าวินาที ก่อนที่เธอจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นร้าน จนลูกค้าโต๊ะข้างๆ หันมามองเป็นตาเดียว
"สิบล้านบาท? ฮ่าๆๆๆ! คินน์! คุณเพิ่งกินยาผิดสำแดงมาหรือไง? หรือสมองกระทบกระเทือนตอนไหนวะเนี่ย หน้าตาอย่างคุณเนี่ยนะจะหาเงินสิบล้านในหนึ่งสัปดาห์? แค่ค่ากาแฟแก้วนี้คุณยังไม่มีปัญญาจ่ายเลย!" เธอยกมือขึ้นกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ด
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผู้หญิงคนนี้นี่นะ... ไม่เคยเชื่ออะไรผมเลยให้ตายสิครับ!
แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกู้ศักดิ์ศรีมหาเศรษฐีเก่า เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
ผมรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวังอันริบหรี่ หน้าจอแสดงผลข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิท ซึ่งเป็นธนาคารลับระดับโลกที่แม้แต่ผมเองก็เกือบจะลืมไปแล้วว่ามีบัญชีนี้อยู่...
*[แจ้งเตือน: บัญชีลับ 'Black Infinite' ของท่านได้รับการปลดล็อกชั่วคราวเนื่องจากผ่านเงื่อนไขการทดสอบความอดทนขั้นต้น]*
*[วงเงินคงเหลือในระบบ: ไม่จำกัด (Unlimited)]*
หัวใจของผมกระตุกวูบ เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรงจนหูอื้อตาลาย ไม่จำกัดงั้นเหรอ? ระบบบ้านี่มันเล่นตลกอะไรกันอีกเนี่ย!
น้ำหวานที่ยังคงยืนหัวเราะเยาะอยู่เห็นผมเงียบไป จึงเอื้อมมือมาคว้าปกเสื้อของผมแล้วเขย่าแรงๆ "นี่! เลิกเล่นละครได้แล้ว จะจ่ายไม่จ่าย ถ้าไม่จ่ายฉันจะ..."
ผมไม่รอให้เธอพูดจบ ผมกดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทนั้นอย่างรวดเร็ว ปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า และกดโอนเงินไปยังบัญชีพร้อมペイของน้ำหวานทันที โดยพิมพ์ตัวเลขยอดเงินลงไปอย่างไม่ลังเล... ห้าสิบล้านบาทถ้วน! (เอาน่า เผื่อเหลือเผื่อขาด ให้เธอไปตั้งตัวเปิดร้านมิชลินสมใจอยากเลยทีเดียว)
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเงินเข้าดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือในมือของน้ำหวานอย่างกะทันหัน ร่างบางชะงักกึก มือที่กำลังกำปกเสื้อผมคลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าไปทำรัง
เธอก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่สว่างวาบ มือสั่นเทาขณะกวาดสายตาอ่านตัวเลขศูนย์นับไม่ถ้วนบนหน้าจอ
หนึ่ง... สิบ... ร้อย... พัน... หมื่น... แสน... ล้าน... สิบล้าน... ห้าสิบล้านบาท!?
"นะ... นี่มัน..." น้ำหวานเงยหน้าขึ้นมองผม ขาของเธออ่อนแรงจนเซถอยหลังไปชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ใบหน้าที่เคยดุดันและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ซีดเผือดราวกับกระดาษ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดชนิดที่เรียกว่าวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ผมคลี่ยิ้มสุภาพ ส่งสายตาคมกริบมองเธอกลับไปอย่างผู้กุมชัยชนะ พร้อมกับยื่นมือไปเคาะโต๊ะเบาๆ สองที
"ค่ากาแฟกับค่าเช่าห้อง... ผมจ่ายให้เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณคู่หมั้นคนสวย" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ส่วนเรื่องสิบล้านที่ผมสัญญาไว้... ผมบอกแล้วไงครับว่าผมทำได้มากกว่านั้นแน่นอน"
น้ำหวานอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เธอกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยมองผมด้วยความรู้สึกที่ผสม The Mixed Emotions ระหว่างความตกใจสุดขีด ความเหลือเชื่อ และความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
และก่อนที่เธอจะได้เปล่งเสียงอุทานอะไรออกมา เสียงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็กระหึ่มดังสนั่นหวั่นไหวมาจากบนท้องฟ้า ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำจนกระจกหน้าร้านกาแฟสั่นสะเทือน ผู้คนบนถนนต่างพากันแตกตื่นและวิ่งหนีอลหม่าน
ร่างของชายชุดสูทสีดำสวมแว่นตากันแดดสามคนก้าวลงมาจากบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ที่บินมาจอดนิ่งสนิทกลางถนนหน้าร้านกาแฟอย่างอุกอาจ พวกเขาเดินตรงเข้ามาผลักประตูกระจกเปิดออกเสียงดังปัง! ก่อนจะพากันเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนคุกเข่าลงเบื้องหน้าผมพร้อมเพรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
หัวหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้มศีลงต่ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังดังก้องไปทั่วร้านที่เงียบสงบ:
"ท่านประธานครับ... เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมเดินทางไปดูงานที่เกาะส่วนตัวแล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่งของท่านแล้วครับ!"
น้ำหวานทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นร้านทันที ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างจนแทบทะลักออกมานอกเบ้า ขณะที่มองหน้าผมสลับกับชายชุดสูทนับสิบคนที่ยืนรายล้อม
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวเสิร์ฟจอมหิวเงิน•ตอนที่ 1
ระบบบ้าอะไรเนี่ย?
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยสาวเสิร์ฟจอมหิวเงิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
