กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 17

หยาดเหงื่อบนหน้าผากศัตรู

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับควันกฤษณาอบอวลอยู่ในห้องทรงอักษรชั้นใน ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบดุจห้องเก็บศพ “เจ้าว่าอย่างไรนะ!... ตระกูลเว่ยถอนตัวจากการสนับสนุนเงินทุนแล้วอย่างนั้นหรือ?” เสียงตบโต๊ะไม้จันทน์แดงดังสะท้านสะเทือนจนพู่กันหยกในมือของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานหักสะบั้น หมึกสีดำสนิทกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษฎีกาล้ำค่าที่ร่างขึ้นด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทว่าบัดนี้มีเส้นเลือดแดงก่ำปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาดึงทึ้งหนวดเคราของตนเองอย่างลืมตัว ความเยือกเย็นและมาดมั่นที่เคยใช้คุมเกมการเมืองมากว่าสามสัปดาห์พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อรายงานลับจากบ่าวรับใช้ด้านนอกนำข่าวสารอันน่าสะพรึงกลัวมาแจ้ง “เรียน... เรียนท่านอัครเสนาบดี ผู้นำตระกูลเว่ยอ้างว่าบุตรชายคนโตล้มป่วยกะทันหัน จึงขอลาพักจากราชกิจและตัดขาดการติดต่อกับฝ่ายเราทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ... ไม่เพียงเท่านั้น เจ้ากรมพิธีการเองก็ส่งจดหมายอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ ขอยกเลิกนัดหมายหารือลับเมื่อคืนนี้เช่นกันเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้หมอบกราบจนหน้าผากแนบพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อรัศมีอำนาจมืดที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากนายเหนือหัว หลี่ว์ซานสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แต่มันช้าเกินไป หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากย่นๆ ของขุนนางใหญ่ ไหลย้อยลงมาตามร่องแก้มจนถึงคาง สะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอมราวกับคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พันธมิตรทางการเมืองที่เกาะกลุ่มกันราวกับปลิงดูดเลือดราชสำนัก ทยอยสลัดตัวหลุดออกทีละคน สองคน ดุจใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นยามพายุโหมกระหน่ำ และเบื้องหลังพายุลูกนี้... ย่อมต้องมีเงาของมือที่มองไม่เห็นคอยชักใยอยู่ “หลี่จินเยว่...” ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริกของหลี่ว์ซาน เขานึกถึงภาพสตรีร่างระหงในชุดอาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์ สตรีผู้มีรอยยิ้มงดงามราวดอกไม้พิษ แต่กลับซ่อนคมมีดอาบยาพิษไว้เฉือนเนื้อเฉือนหนังเขาอย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวที่นางเดิน ขุมอำนาจของเขาถูก削ทอนลงทีละนิดอย่างแยบยล ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักลับปลายอุทยานหลวง หลี่จินเยว่กำลังจิบชาดอกเหมยอุ่นๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลัก เฝ้ามองหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมพื้นแผ่นดินสีขาวโพลน ริมฝีปากอิ่มประดับรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย นางไม่ได้ใช้กำลัง ไม่ได้ใช้ดาบปลายปืน แต่ใช้เพียง "หมาก" ที่วางไว้ถูกตา ถูกเวลา และถูกจังหวะความโลภของมนุษย์ ทำให้ตึกรามบ้านช่องแห่งอำนาจของหลี่ว์ซานพังครืนลงมาด้วยน้ำมือของพันธมิตรของเขาเอง “ดูท่าทางท่านอัครเสนาบดีคงจะกำลังเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความร้อนรนเป็นแน่เพคะ พระชายา” เสียงทุ้มนุ่มลึกขององค์ชายสี่/เซียวอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกนำมาคลุมไหล่ให้นางอย่างทะนุถนอม จินเยว่ไม่หันกลับไปมองทันที นางปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสถ้วยชาอุ่นๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจสายน้ำ “เหงื่อแค่ไม่กี่หยดบนหน้าผากของสุนัขจนตรอก... ยังน้อยเกินไปเพคะท่านอ๋อง สิ่งที่เขาควรจะเสีย ไม่ใช่แค่เหงื่อ... แต่คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาแย่งชิงไปจากตระกูลหลี่ต่างหาก” เซียวอี้เฉินแย้มสรسวลน้อยๆ แววตาที่มองสตรีตรงหน้าเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและทึ่งจัด บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพประจิมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ไยเลยจะคาดคิดว่า สตรีที่ตนเคยคิดจะปกป้องในเงาเบื้องหลัง จะกลายเป็นปีศาจสาวผู้พลิกกระดานแผ่นดินได้งดงามถึงเพียงนี้ เคมีระหว่างคนทั้งสองอบอวลด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง ไร้ซึ่งคำหวานเลี่ยน มีเพียงความเงียบงันที่ทรงพลังและสอดประสานกันดั่งดนตรีบรรเลงคู่ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและชัยชนะที่เริ่มปรากฏชัดเจน เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำตัวก็ดังทำลายความเงียบขึ้นที่หน้าประตูห้อง “กราบทูลพระชายา! ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” จินเยว่ชะงักถ้วยชาในมือเล็กน้อย นางปรายตาขึ้นมององครักษ์ที่หอบหายใจโยน ขาดสติจนแทบไม่รักษาธรรมเนียม “มีเรื่องอันใดรีบร้อนนัก? ค่อยๆ พูด” จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ความตื่นตระหนก องครักษ์คุกเข่าลง สีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ “ราชโองการลับจากฮ่องเต้... เพิ่งถูกส่งตรงมาถึงมือท่านอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และเนื้อความในราชโ... ราชโองการนั้น คือการแต่งตั้งให้หลี่ว์ซานเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการกวาดล้าง... กวาดล้างข้อหาทุจริตของตระกูลหลี่ โดยมีอำนาจสั่งประหารได้ทันทีโดยไม่ต้องรอศาลหลวงพ่ะย่ะค่ะ!” ถ้วยชาในมือของหลี่จินเยว่หล่นร่วงลงกระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียงแตกกระจายพร้อมกับน้ำชาสีชาอุ่นที่ซึมซาบลงบนพื้นผ้า ดั่งหยดเลือดที่กระเซ็นกระจาย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา เมื่อนางตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังเล่นหมากรุกกับคนธรรมดา แต่กำลังเล่นกับเสือร้ายที่ยอมกัดหางตัวเองเพื่อรอเวลาขย้ำเหยื่อในคราวเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้บทเพลงแห่งความแค้นนี้บรรเลงต่อไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%