กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอยู่ในห้องรับรองส่วน
ในตำหนักหลังงามที่ประดับประดาด้วยม่านไหมสีมุกระaยบระยับ
ทว่ากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงไอเย็นเยียบของความตายที่เกาะกุมอยู่ตามซอกมุมของห้อง
หลี่จินเยว่แย้มสร้อยยิ้มบางเบา
รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกป๊อปปี้สีชาดที่ผ่งบานรับแสงจันทร์ ทว่าอาบไว้ด้วยพิษร้ายแรงถึงชีวิต
นางปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซาน
ผู้ซึ่งกำลังมองนางด้วยสายตาที่ซ่อนความสมเพชและอำมหิตไว้ภายใต้หน้ากากของความห่วงใยจอมปลอม
"ท่านอัครเสนาบดีเดินทางมาเยือนเรือนพักของข้าถึงยามวิกาลเช่นนี้... เกรงว่าจะมิใช่เพียงแค่มาสนทนาเรื่องสภากาแฟกระมังคะ"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบราวกระจกเงาไร้ระลอกคลื่น
จินเยว่จงใจผ่อนคลายหัวไหล่ลงเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักตัวลงพิงกับพนักเก้าอี้ไม้แกะสลัก
อาการอ่อนระโหยโรยแรงที่นางแสดงออกไปเมื่อครู่
ช่างแนบเนียนเสียจนคนมองไม่อาจจับพิรุธได้เลยว่า มันเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่นางตั้งใจจัดฉากขึ้นเพื่อตบตาเหยื่อ
หลี่ว์ซานหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความลำพองใจ
เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างบอบบางที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในอาภรณ์สีม่วงเข้ม
ก่อนจะหยุดอยู่ที่ถ้วยชาในมือของตนเอง ซึ่งบรรจุน้ำชาอุ่นร้อนที่ผสมผงหยกอัคคี—พิษไร้ลักษณ์ที่หลอมละลายเส้นลมปราณทีละน้อยโดยไม่แสดงอาการเจ็บปวด
"คุณชายรองหลี่... หรือควรจะเรียกว่า พระชายาผู้ล่วงลับดีเล่า?"
หลี่ว์ซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของอำนาจที่เขาถือครอง
"เจ้าฉลาดนัก เก่งกาจจนน่ากลัว... น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้ามักจะวางไว้ผิดที่ผิดทางเสมอ
ในเมื่อเจ้าสืบสาวราวเรื่องจนรู้ถึงเบื้องหลังการตายของตระกูลหลี่แล้ว เหตุใดจึงยังรนหาที่มาดื่มชาถ้วยนี้กับข้าเล่า?"
จินเยว่ไม่หลบสายตา
นางทอดสายตามองลึกลงไปในดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความโลภและกระหายอำนาจของชายชราผู้นี้
หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ทว่าในอกกลับระอุด้วยเพลิงแค้นที่ถูกกดทับไว้
ในอชาตินั้น นางโง่เขลา หลงเชื่อคำหวานและแผนลวงจนต้องตายอย่างอนาถในกองเพลิง
แต่วันนี้... นางคือผู้ควบคุมเกมทั้งหมด
นางแสร้งทำเป็นตัวสั่นระริกเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นราวกับคนจนตรอก
เปลือกตางามกระพริบถี่เพื่อขับน้ำตาให้เอ่อคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา
ภาพของสตรีผู้พ่ายแพ้และตื่นกลัวถูกแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
จนกระทั่งหลี่ว์ซานตายใจและเผลอยิ้มเยาะออกมาอย่างเปิดเผย
"ท่าน... ท่านวางยาข้าตั้งแต่เมื่อไหร่..."
จินเยว่เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ปลายมือเรียวยาวเอื้อมไปกุมหน้าอกตนเองราวกับกำลังทรมานจากพิษร้ายที่แล่นพล่าน
นางทรุดกายลงเล็กน้อย ทิ้งศีรษะพิงกับขอบโต๊ะอย่างหมดแรง
อาการที่แสดงออกนั้นช่างสมจริงเสียจนหากมองจากภายนอก
คงไม่มีผู้ใดสงสัยเลยว่านี่คือการแสดงละครตบตาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี
หลี่ว์ซานหัวเราะลั่นอย่างสะใจ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"ตั้งแต่ตอนที่เจ้าก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักนี้แล้ว เด็กน้อย...
พิษหยกอัคคีไร้สีไร้กลิ่น ต่อให้เจ้าเป็นยอดฝีมือจากสำนักไหนก็ไม่มีทางขับออกได้ทัน
แผนการโค่นล้มองค์รัชทายาทของข้า เจ้าไม่มีวันได้เห็นมันหรอกนะ
เพราะคืนนี้... เจ้าจะต้องตายในฐานะกบฏที่คิดลอบปลงพระชนม์ และตระกูลหลี่ของเจ้าก็จะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากอีกครั้ง!"
คำพูดเหล่านั้นไหลเข้าสู่โสตประสาทของจินเยว่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
นางปล่อยให้หลี่ว์ซานระบายความลับทั้งหมดออกมา—ทั้งรายชื่อขุนนางกังฉินที่หนุนหลังเขา
เส้นทางการคลังลับที่ใช้ซื้อขายอาวุธ และตราประทับปลอมที่ใช้ลงนามในราชโองการเท็จ
ทุกพยางค์ที่หลี่ว์ซานเอ่ยด้วยความลำพองใจ
ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของนางอย่างแม่นยำ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...
ทุกคำพูดของเขากำลังถูกจดบันทึกอย่างเงียบงันโดยพยานปากเอกที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านโปร่งแสงเบื้องหลังนั้น
ในจังหวะที่หลี่ว์ซานกำลังตายใจและเอื้อมมือหมายจะคว้าคางของนางขึ้นมาเชยชมความพ่ายแพ้
จินเยว่ที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับช้อนสายตาขึ้นช้าๆ
แววตาที่เคยหม่นหมองและตื่นกลัวเมื่อครู่ บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก
ความเยือกเย็น ดุดัน และอำนาจกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างบอบบางนั้น
ทำให้หลี่ว์ซานชะงักงือกึก ความรู้สึกหนาวสะท้านวิ่งพล่านขึ้นมาจากกระดูกสันหลังอย่างกะทันหัน
"...ท่านพูดจบแล้วสินะคะ"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทว่าไร้ซึ่งความสั่นเครือ มีเพียงความราบเรียบและเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
หลี่ว์ซานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายชราภาพถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย?"
จินเยว่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม
นางปัดฝุ่นตามอาภรณ์เบาๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมิได้เพิ่งผ่านการเผชิญหน้ากับความตายมาเลยแม้แต่น้อย
ถ้วยชาในมือของหลี่ว์ซานสั่นเทาเล็กน้อย
เมื่อเขาตระหนักได้ว่าน้ำชาถ้วยนั้น... ไม่เคยถูกนางดื่มลงไปเลยแม้แต่หยดเดียว
คราบชานั้นถูกเททิ้งลงในกระถางต้นไม้ข้างเก้าอี้ตั้งแต่ตอนที่เขาหันไปหยิบกาชาใบใหม่แล้ว
"พิษชั้นต่ำเช่นนั้น รังแต่จะทำให้มือของข้าแปดเปื้อนเสียเปล่าๆ ค่ะ
ท่านอัครเสนาบดีคิดจริงๆ หรือคะว่า คนที่เคยเดินผ่านกองเพลิงแห่งความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
จะยอมเดินกลับลงหลุมเดิมซ้ำสอง?"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นอึมครึมลงในพริบตา
ประตูห้องรับรองถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
เงาร่างนับสิบในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมดาบยาววาววับ พรั่งพรูเข้ามาปิดล้อมทุกทางเข้าออกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
และท่ามกลางทหารเหล่านั้น
ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำปักลายมังกรเงินก็ก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น
ดวงตาคมปลาบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองหลี่ว์ซานด้วยความรู้สึกรังเกียจราวกับมองเศษฝุ่น
เซียวอี้เฉิน... องค์ชายสี่ผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ
ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม พร้อมกับแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกโยนลงแทบเท้าของขุนนางเฒ่า
หลี่ว์ซานหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้ายับย่น
เมื่อก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นแล้วพบว่ามันคือ "บัญชีรายชื่อกบฏและหลักฐานการทรยศ"
ที่เขารวบรวมและเอ่ยปากสารภาพออกมาทั้งหมดเมื่อครู่... ถูกจดบันทึกไว้ด้วยลายมือของอาลักษณ์หลวงอย่างครบถ้วน!
หลี่ว์ซานหันขวับกลับมามองจินเยว่ด้วยความแค้นเคืองและหวาดผวาถึงขีดสุด
นางยืนอยู่เบื้องหน้าเขา แย้มสร้อยยิ้มงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี
หมากกระดานนี้... พระนางเป็นผู้เดินเองทุกตา และตอนนี้ตาเดินสุดท้ายกำลังจะปิดฉากลงแล้ว
"จับตัวกบฏหลี่ว์ซานไว้!"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจขององค์ชายสี่เอိ่ยสั่งการก้องกังวาน
พร้อมๆ กับที่คมดาบนับสิบเล่มพุ่งเข้าจ่อที่ลำคอของอัครเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ในพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั่นเอง
จินเยว่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่สายลมยามวิกาลพัดพาเข้ามา...
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอิงฮวาป่าที่ไม่มีทางเบ่งบานในฤดูนี้ ลอยผ่านปลายจมูกของนางไป
ก่อนที่ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งจะแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของหลี่ว์ซานที่กำลังจะถูกจับกุมอย่างแม่นยำ!
ฉับพลัน... ร่างของหลี่ว์ซานก็กระตุกเกร็ง ดวงเบิกโพรงด้วยความตกใจก่อนที่เลือดสีดำจะพุ่งทะลักออกจากปาก
และสิ้นใจตายคาที่โดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำเดียว!
จินเยว่หรี่ตาลงทันที นางกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานที่เปิดกว้าง
เงาดำสายหนึ่งไหววูบหายไปในความมืดมิดของยอดไม้ราวกับภูตผี
พร้อมกับชิ้นหยกประจำตัวชิ้นหนึ่งที่หล่นกลิ้งอยู่บนพื้นห้อง...
ชิ้นหยกสลักรูป "หงส์เพลิงคู่มังกร" ที่มีเพียงคนผู้เดียวในราชสำนักเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง!
หัวใจของจินเยว่กระตุกวูบ ดึงสติให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในทันที...
ศัตรูที่แท้จริงหาใช่ขุนนางแก่ๆ อย่างหลี่ว์ซานไม่
แต่เป็นคนในวังหลวงที่ซ่อนอยู่ลึกยิ่งกว่า และกำลังรอจังหวะตลบหลังพวกนางในเงานี้ต่างหาก!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความแค้นมาด้วยกันในบทนี้นะคะ
---
กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 16
ภาพลวงตาที่งดงาม
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!