กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 15

คดีฉ้อฉลแผ่นดิน

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ ตำหนักในสุดยอดของหอคอยบรรณารักษ์หลวง "ท่านอัครเสนาบดีหลี่ว์... ท่านแน่ใจแล้วหรือคะ ว่าบัญชีลับฉบับนั้นถูกเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี" น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้น หลี่จินเยว่ในอาภรณ์สีนวลปักลายกุหลาบหนามสีชาด ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างบานแกะสลัก นางไม่ได้หันกลับไปมองชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซีดเผือดที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนสัมผัสดอกกุหลาบสีเพลิงในแจกันเคลือบกระเบื้องเคลือบอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังรอคอยเวลาที่กลีบดอกสุดท้ายจะร่วงหล่น หลี่ว์ซานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับจนเส้นผมสีดอกเลาเปียกชื้น เขารู้ดีว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่ใช่หลี่จินเยว่คนเดิมที่เคยถูกเขากดขี่ข่มเหงในอดีต นางคือปีศาจที่ฟื้นคืนชีพมาจากกองเพลิงแห่งความแค้น และเวลานี้... ปีศาจตนนั้นกำลังถือชะตากรรมของตระกูลหลี่ว์เอาไว้ในกำมือ "จิน... จินเยว่ เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?" อัครเสนาบดีหลี่ว์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาฝ้าฟางฉายแววหวาดกลัวระคนแค้นเคือง "ตระกูลหลี่ว์ล่มจม เจ้าก็ไม่พ้นต้องมลทินไปด้วย!" จินเยว่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะดุจเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีด นางหมุนตัวกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มที่มุมปากงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ "มลทินหรือคะ? ท่านลุง... ท่านคงลืมไปแล้วกระมั้ง ว่าข้าเคยถูกเผาทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความอัปยศที่พวกท่านร่วมมือกันก่อขึ้นมาอย่างไร คนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมไม่มีความหวาดกลัวต่อความตายหลงเหลืออยู่อีก" นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวราសกับเสียงฝีเท้าของยมทูต "สิ่งที่ข้าต้องการในวันนี้ มิใช่ชีวิตของท่าน... แต่เป็นความพินาศย่อยับของทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านพยายามปกป้องต่างหาก" ฉับพลัน ประตูไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ขันทีหนคนสนิทของฮ่องเต้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดขาวจนแทบไร้สีเลือด "ทูล... ทูลองค์ชายสี่ และคุณหนูหลี่ว์! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลอก "ในท้องพระโรงตอนนี้... เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ เอกสารลับนับร้อยฉบับที่เปิดโปงการทุจริตคอรัปชันและการสมคบคิดกับแคว้นศัตรู ถูกส่งตรงถึงพระหัตถ์ของฝ่าบาทผ่านช่องทางลับแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวอี้เฉิน องค์ชายสี่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุดันดุจเทพสงคราม แต่แฝงด้วยความเยือกเย็นลึกล้ำ ก้าวออกมาจากเงาเสาตำหนัก สายตาคมกริบกวาดมองขันทีหนุ่มด้วยความนิ่งสงบ ราวกับเขาล่วงรู้เหตุการณ์นี้อยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองขยับตัวเข้าหาจินเยว่เล็กน้อย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ดูท่าทาง... หมากตาแรกที่ชายาของข้าเดินเอาไว้ จะทำให้อากาศในท้องพระโรงหนาวเหน็บจนขุนนางกังฉินพวกนั้นแทบยืนไม่ไหวเสียแล้วสิ" จินเยว่ปรายตามององค์ชายสี่ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม นางยกมือขึ้นจัดอาภรณ์ให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ยังห่างไกลคำว่าสาสมเพคะ ท่านอ๋อง... นี่เป็นเพียงแค่ปฐมบทแห่งการชำระสะงล้างเท่านั้น" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายพร้อมสรรพาวุธก็ดังสนั่นก้องมาจากระเบียงทางเดินด้านนอก แสงคบเพลิงสว่างวาบสะท้อนกับคมดาบที่เงาวับ และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูตำหนักก็ถูกพังทลายลงด้วยกำลังพลนับสิบ ร่างของราชองครักษ์เสื้อแพรในสังกัดกรมอาญาปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นสูง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน "มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้!" เสียงก้องกังวานและเย็นชาประกาศกร้าว "จับกุมตัวอัครเสนาบดีหลี่ว์ซาน และพระชายาหลี่ว์จินเยว่ ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... นำตัวเข้าคุกหลวงทันที!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความแค้นมาด้วยกันในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%