กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานมัสก์และดอกอวี้หลันลอยอบอวลเคล้าคลอไปกับเสียงดีดพิณกู่เจิงที่บรรเลงอย่างแช่มช้อย ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงใหญ่กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งยามค่ำคืน แสงจากโคมแก้วเจียระไนนับร้อยดวงสาดส่องกระทบผืนผ้าไหมปักดิ้นทองระยิบระยับ ขับเน้นให้ความโอ่อ่าของงานเลี้ยงรับรองทูตานุทูตจากแคว้นเป่ยหลี่ดูตระการตาจนแทบหยุดหายใจ ทว่าในสายตาของหลี่จินเยว่ งานเลี้ยงรื่นรมย์นี้มิใช่สถานที่เสพสุนทรีย์ หากแต่เป็นสนามประลองโลหิตที่ไร้ซึ่งคมดาบ
นัยน์ตาดอกท้อของนางกวาดมองผ่านจอกสุราชั้นดีไปยังเบื้องหน้า รอยยิ้มประดับมุมปากอย่างสมบูรณ์แบบราวกับหน้ากากหยกสลัก ทว่าหัวใจกลับหมุนวนด้วยภาพความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตชาติ หมากตัวที่สาม... กับดักที่อันตรายที่สุดในวังหลังกำลังรอให้นนางก้าวเข้าไปติดพันด้วยตนเองอย่างนั้นหรือ? ช่างบังaาญนัก!
"คุณوَจินเยว่ดูเหมือนจะเหม่อลอยไปนะเพคะ หรือว่าบทเพลงบรรเลงของเป่ยหลี่จะไพเราะเสียจนสะกดวิญญาณบุตรีท่านอัครเสนาบดีหลี่ว์เสียแล้ว?"
เสียงหวานหยดย้อยดังขึ้นพร้อมกับการก้าวออกมาของ ‘หลี่ว์ซือเหนียง’ บุตรีสายตรงของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซาน ศัตรูตัวฉกาจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก นางสวมชุดผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีแดงสดขับผิวให้ผุดผ่อง รอยยิ้มบนใบหน้านั้นเคลือบยาพิษอย่างแนบเนียน แววตาคมกริบกวาดมองจินเยว่อย่างท้าทาย ท่ามกลางสายตาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และทูตต่างเมืองที่ต่างหยุดการสนทนาเพื่อหันมามองความระอุระลอกแรกของค่ำคืนนี้
จินเยว่ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างเชื่องช้า เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบสงบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่แข่งอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาดำขลับล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"หม่อมฉันเพียงแต่กำลังดื่มด่ำกับความกรุณาของฟ้าดิน ที่ยังทรงโปรดให้แคว้นของเราได้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองผู้ทรงเกียรติ... เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า บุตรีตระกูลหลี่ว์เช่นท่านพี่ซือเหนียง จะมีความสามารถหยั่งรู้ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณของผู้อื่นได้ รวดเร็วปานตาอินทร์มองเหยื่อเช่นนี้ นับว่าน่าชื่นชมยิ่งนักเพคะ"
คำพูดที่ดูเหมือนยกย่อง แต่แท้จริงแล้วเปรียบเปรยว่าอีกฝ่ายเป็นดั่งนกอินทร์ผู้กระหายเลือดคอยจ้องจะขย้ำเหยื่อ เรียกเสียงฮือฮาเบาๆ จากเหล่าขุนนางรอบข้าง หลี่ว์ซือเหนียงใบหน้ากระตุกวูบ รอยยิ้มแทบรักษาไว้ไม่อยู่
ทูตเฒ่าจากเป่ยหลี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และเชี่ยวชาญภาษาโบราณ หัวเราะร่าขึ้นขัดจังหวะเพื่อฉวยโอกาสทดสอบราชสำนักต้าฉี "ฮ่าๆๆ ได้ยินมาว่าสตรีต้าฉีล้วนงดงามอ่อนหวานดั่งสายน้ำ แต่บุตรีตระกูลหลี่ว์ทั้งสองท่านนี้กลับคมคายปานกระบี่ หากเป็นเช่นนั้น... ข้ามีโคลงโบราณภาษาเป่ยหลี่อยู่บทหนึ่ง ซึ่งสูญหายไปนับร้อยปี ไม่ทราบว่าคุณหนูหลี่ว์ผู้ใดจะเมตตาแปลและตีความให้เหล่าขุนนางต้าฉีได้ประจักษ์เป็นบุญตาเล่า?"
สิ้นเสียงของทูตเป่ยหลี่ ข้าราชบริพารและเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ต่างก้มหน้าหลบสายตา โคลงโบราณของเป่ยหลี่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนของโครงสร้างภาษาและนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนเร้น หากแปลผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย อาจกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างแคว้นได้ทันที!
หลี่ว์ซือเหนียงหน้าถอดสีไปชั่วขณะ นางเตรียมตัวมาด้านศิลปะและการฟ้อนรำ แต่ไม่ใช่ภาษาโบราณที่ตายไปแล้วเหล่านี้ นางหันไปมองบิดาตนเอง ทว่าอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานกลับหลับตาลงอย่างเย็นชา เป็นเชิงสั่งให้บุตรีหาทางเอาตัวรอดเอง
ในจังหวะที่ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำปักลายมังกรเงินขององค์ชายสี่เซียวอี้เฉินพลันขยับเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีเหลือบมองมาที่จินเยว่แวบหนึ่ง รัศมีรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายราวมัจจุราชที่พร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่กล้าเข้ามาทำร้ายนาง ทว่าเขายังคงเลือกที่จะนิ่งเงียบ เพื่อเปิดโอกาสให้นางได้แสดงคมเขี้ยวที่ซ่อนไว้ออกมา
จินเยว่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่างดงามสง่าราวนางพญาหงส์ผงาดขึ้นจากกองเพลิง นางมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ท่านทูตช่างมีไมตรีจิตลึกล้ำนัก โคลงบทนั้นที่ท่านกล่าวถึง... แท้จริงแล้วหาใช่โคลงสรรเสริญความรักดังที่คนทั่วไปเข้าใจไม่ แต่มันคือบทกวีกักขฬะที่กษัตริย์เป่ยหลี่องค์ก่อนทรงใช้เยาะเย้ยดินแดนที่พ่ายแพ้ต่างหาก หากให้หม่อมฉันแปลตามตรง เกรงว่าจะระคายเคืองพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท"
จินเยว่หยุดเว้นจังหวะ ปรายตามองทูตเป่ยหลี่ที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดด้วยความตกใจ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสำเนียงภาษาเป่ยหลี่ที่สำเนียงชัดเจน ไพเราะ และก้องกังวานยิ่งกว่าเจ้าของภาษาเสียอีก
"แต่เพื่อแสดงถึงความใจกว้างดั่งมหาสมุทรของต้าฉี หม่อมฉันขอแปลความหมายใหม่ให้สอดคล้องกับยุคสมัย... *'ภูผาสูงชันย่อมมีวันสลาย สายน้ำไหลรินย่อมมีวันเปลี่ยนทิศ ความยิ่งใหญ่ที่ได้มาด้วยคราบน้ำตาและหยาดโลหิต ย่อมไม่ยั่งยืนปานศิลาผา'*... เช่นนี้แล้ว ท่านทูตคิดว่าคำแปลของหม่อมฉัน พอจะเทียบชั้นกับภูมิปัญญาของเป่ยหลี่ได้หรือไม่เพคะ?"
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมท้องพระโรงทันที ทูตเป่ยหลี่ถึงกับหน้าถอดสีผงะถอยหลังไปสามก้าว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก เพราะคำแปลของจินเยว่ไม่เพียงแต่ถอดรหัสโคลงโบราณได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ แต่ยังเป็นการตบหน้าและเตือนสติแคว้นเป่ยหลี่ทางอ้อมว่า อย่าได้อาจหาญมาข่มเหงต้าฉีเป็นอันขาด!
ฮ่องเต้บนบัลลังก์มังกรพระองค์ยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจ ตบพระหัตถ์เสียงดัง "ดี! ดีมาก! บุตรีตระกูลหลี่ว์ช่างมีปัญญาเป็นเลิศ สมเป็นยอดพธูแห่งต้าฉี!"
เสียงสรรเสริญเยินยอจากเหล่าขุนนางดังกระหึ่มขึ้นทันที หลี่ว์ซือเหนียงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความอัปยศอดสูแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางพ่ายแพ้... พ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อหน้าธารกำนัล!
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมความสำเร็จของหลี่จินเยว่ นางกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ต้นคอ ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายพลันไร้เรี่ยวแรงชั่วขณะ นัยน์ตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองจอกสุราที่ตนเองเพิ่งดื่มไปครู่ใหญ่ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอวี้หลันที่อบอวลอยู่รอบตัว บัดนี้กลับกลิ่นเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมหวานอันตรายของ "พิษจันทราดับสูญ" พิษร้ายที่ไม่มีแม้แต่หมอหลวงคนใดในวังหลวงจะแก้ได้!
ม่านเงาดำด้านหลังเสาหินสลักขยับไหว ร่างของขันทีผู้หนึ่งก้าวถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับถาดทองคำที่ส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ
จินเยว่เซถอยหลังเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะเพื่อพยุงร่าง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... มือแกร่งดั่งคีมเหล็กคู่หนึ่งก็เอื้อมมาโอบรับเอวบางของนางไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายบุรุษคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายโลหิตและสนธยาโอบล้อมร่างนางไว้
เซียวอี้เฉินก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้ ทว่ากลับสั่นเครือด้วยความดุร้ายที่ถูกกดทับไว้จนสุดขีด
"เจ้าประเมินความสกปรกของพวกมันต่ำเกินไปแล้ว... จินเยว่"
เขาพูดจบพร้อมกับยกจอกสุราของตนเองขึ้นจิบต่อหน้าต่อตานาง โดยมีคราบโลหิตสีดำสนิทไหลซึมออกจากมุมปากของเขาเองอย่างน่าสะพรึงกลัว!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาสู่บทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะประทับใจในบทประพันธ์ชิ้นนี้นะคะ
กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด•ตอนที่ 10
ราตรีแห่งการชิงไหว
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบหนามเพลิงกับหมากกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!