คราบน้ำมันหมูสีทองที่หยดติ๋งลงบนกระทะเหล็กหล่อส่งเสียงฉ่าดังสนั่น พร้อมกับกลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนตำกับกระเทยจีนกลกลีบที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวหลังบ้าน จนลูกค้ารายสุดท้ายที่นั่งอยู่บนม้าไม้ไผ่หน้าร้านถึงกับสูดปากด้วยความซ่านทรวง รินรดายกทัพพีไม้ขึ้นผัดกะเพราเนื้อโคขุนสับหยาบที่เธอแอบดึงเนื้อสันในนุ่มละมุนจาก "มิติลับ" ออกมาผสมด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางไอความร้อนระอุ ขณะที่มืออีกข้างก็ตอกไข่เป็ดสดๆ ลงในน้ำมันท่วมจนไข่ขาวฟูฟ่องกรอบนอกนุ่มใน
กิจการ "ครัวคุณยาย" ของเธอกำลังไปได้สวยจนน่าหมั่นไส้... และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาอันน่ารังเกียจเข้ามา
"กลิ่นหอมตลบอบอวลขนาดนี้ ถึงว่าล่ะวะ ลูกค้าถึงได้แน่นร้านจนไม่มีที่ยืนกระดิกตัว"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'กำนันธงชัย' ผู้ทรงอิทธิพลประจำตำบล พร้อมด้วยลูกน้องร่างยักษ์อีกสองคนในชุดเสื้อกล้ามเผยให้เห็นรอยสักลายพร้อยที่ต้นแขน บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารที่เคยครื้นเครงพลنينเงียบกริบลงทันตาเห็น ชาวบ้านที่กำลังเคี้ยวข้าวตังหน้าหมูถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลายคนรีบวางตะเกียบแล้วก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงบรรจงตักไข่ดาวฟูสีทองกรอบวางโปะลงบนข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยผัดกะเพราเนื้อกลิ่นหอมตลบอบอวล ก่อนจะส่งยิ้มทางการค้าให้ลูกค้ากลุ่มนั้นแล้วเอ่ยเสียงหวาน "ทานให้¬อร่อยนะคะ เดี๋ยวรินไปจัดการทางนี้แป๊บเดียวค่ะ"
พันธกานต์ที่กำลังยกถาดน้ำชาเดินออกมาจากด้านใน ชะงักฝีเท้าทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อปูดโปนก้าวฉับๆ มายืนขวางหน้ารินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองกำนันธงชัยเขม็ง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวอดีตทหารหนุ่มจนลูกน้องของกำนันต้องขยับมือเข้าหาเอวโดยอัตโนมัติ
"ลมอะไรหอบกำนันมาถึงครัวหลังบ้านผมล่ะครับ?" พันธกานต์ถามเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกดต่ำจนน่าขนลุก
กำนันธงชัยหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปรอบร้านตั้งแต่เตาถ่านสะอาดสะอ้าน ตู้เก็บวัตถุดิบ ไปจนถึงกระปุกเครื่องเทศหน้าตาแปลกประหลาดที่รินรดานำมาใช้ปรุงอาหาร "ไม่ได้หอบลมอะไรหอบลมหนาวหรอกผู้พันเข้ม... ข้าแค่ได้ยินว่าเมีย็งเอ๊ย! เมียของเอ็งทำอาหารอร่อยจนคนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ร้านรวงเปิดใหม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้ ในฐานะคนดูแลพื้นที่... มันก็ต้องมีการ 'ทักทาย' กันหน่อยไม่ใช่หรือวะ?"
คำว่า 'ทักทาย' ของอีกฝ่ายมีความหมายแฝงที่ทุกคนในที่นั้นเข้าใจดี—มันคือการเรียกเก็บ 'ค่าคุ้มครอง' หรือส่วยนั่นเอง
รินรดายื่นมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใช้อุณหภูมิความร้อนเข้าแลก เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของพันธกานต์ ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบาแต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"อ๋อ... ค่าทักทายที่ว่านี่ คงไม่ใช่ค่าบำรุงท้องถนนหรอกนะคะกำนัน เพราะถนนเส้นนี้ชาวบ้านช่วยกันลงขันทำกันเอง แต่ถ้ากำนันหมายถึง 'ค่าชิมอาหาร' จากร้านรินล่ะก็..." รินรดาผายมือไปยังสำรับที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ "วันนี้รินทำ 'แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายใส่ยอดมะพร้าวอ่อน' สูตรพิเศษ เครื่องแกงโขลกเองกับมือ กลิ่นหอมเครื่องเทศทะลุไปถึงปากซอย ถ้ากำนันสนใจจะลองชิมดูสักถ้วย... รินยินดีต้อนรับในฐานะแขกของร้านค่ะ"
กำนันธงชัยหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะไม่มีอาการหวาดกลัวเขาเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังพูดจาฉาดฉานรื่นหูแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ
"ปากเก่งไม่เบานี่แม่หนูริน" กำนันธงชัยย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะเตรียมอาหาร กลิ่นบุหรี่ฉุนกุนโชยมาปะทะจมูกจนรินรดานึกอยากจะหยิบพริกไทยดำป่นสาดใส่หน้าสักทีสองที "แต่ข้าไม่ได้มาตัวเปล่า... ร้านใหญ่โต ทำกำไรวันละหลายบาทแบบนี้ ค่าดูแลรักษาความปลอดภัยมันก็ต้องสมน้ำสมเนื้อ เดือนละห้าพันบาท... ถือว่าพวกเราพี่น้องช่วยกันดูแลความสงบเรียบร้อย"
*ห้าพันบาท!* สำหรับชาวบ้านในชนบทช่วงนี้ มันคือเงินค่ากินอยู่ทั้งครอบครัวได้เป็นเดือนๆ ร่างของชาวบ้านเริ่มส่งเสียงซุบซิบด้วยความคับแค้นใจแต่ไม่มีใครกล้าปริปาก
พันธกานต์ขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดเข้าหากันจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ เขากำลังจะก้าวออกไปซัดไอ้คนหน้าด้านนี่สักหมัด แต่รินรดากลับดึงชายเสื้อเขาไว้แน่น พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณว่าเธอยังคุมสถานการณ์ได้
รินรดายิ้มหวานหยดย้อย ขยับตัวเข้าไปใกล้กำนันธงชัยระยะประชิด จนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศและดอกไม้ป่าจากตัวนางเอกสาว
"ห้าพันบาท... ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะคะกำนัน" รินรดาเอ่ยเสียงใส ทว่าแฝงความเยียบเย็น "แต่ถ้ากำนันแน่ใจว่าร้านของรินมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยจริงๆ งั้นรินคงต้องปรึกษา 'ผู้กำกับคนใหม่' ที่เพิ่งย้ายมาประจำการอำเภอเราเมื่อวานนี้เสียหน่อยแล้วล่ะค่ะ พอดีว่าคุณพ่อของพี่เข้ม... เอ๊ย! พอดีว่าพี่เข้มเขามีสหายสนิทที่เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กำลังจะแวะมาทานข้าวที่บ้านเราสัปดาห์หน้าพอดีเลยค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของกำนันธงชัยแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะมีอิทธิพลในตำบลนี้แค่ไหน แต่หากไปสะกิดตอใหญ่ระดับผู้บังคับการจังหวัดเข้า มีหวังฐานอำนาจที่สั่งสมมาหลายปีพังครืนในพริบตาเดียวแน่
"เอנק... แก... ขู่ข้าหรือ?" กำนันธงชัยเค้นเสียงลอดไรฟัน
"แหม... รินจะกล้าขู่กำนันได้ยังไงล่ะคะ รินเป็นแค่แม่ค้าตัวเล็กๆ หาเช้ากินค่ำ" รินรดายกมือขึ้นทัดผมอย่างน่ารัก "แต่ถ้ากำนันอยากได้เงินห้าพันบาทจริงๆ รินมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นค่ะ... สนใจรับ 'น้ำพริกกากหมูสูตรโบราณ' ของร้านรินไปลองขายส่งให้ลูกน้องในสังกัดไหมคะ สูตรนี้ทำยากมาก ต้องใช้กากหมูเจียวกรอบๆ คลุกเคล้ากับหอมเจียวและพริกแห้งคั่วด้วยไฟอ่อน หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน รับรองว่าถ้าลูกน้องกำนันได้กินกับข้าวสวยร้อนๆ จะต้องมีแรงทำงานให้กำนันเพิ่มขึ้นเป็นกองเลยค่ะ!"
กำนันธงชัยกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ สถานการณ์พลิกผันจากผู้มาทวงส่วยกลายเป็นผู้ถูกเสนอขายสินค้ากลายๆ แถมยังไม่มีข้ออ้างจะเอาเงินสดอีกต่างหาก เขายืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแค่นเสียงฮึดฮัด "ฝากไว้ก่อนเถอะแม่ริน!" แล้วสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากร้านไปพร้อมกับลูกน้อง
เมื่อร่างของกลุ่มอิทธิพลมืดลับสายตาไป ชาวบ้านในร้านต่างก็พากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก รินรดาผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อกาฬซึมตามไรผมเล็กน้อยแต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
พันธกานต์ดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง มือหนารวบเอวคอดไว้แน่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงด้วยความหึงหวงและเป็นห่วงระคนกัน "ใครใช้ให้เธอไปยืนใกล้ไอ้เดรัจฉานนั่นฮึ! รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน!"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองสามีตาแป๋ว ยื่นมือเรียวไปหยิกแก้มนวลสากของเขาเบาๆ "โอ๋ๆ ๆ สามีขา รินเอาตัวรอดได้น่า... อีกอย่าง ถ้ารินไม่ทำแบบนั้น พี่เข้มคงได้ใช้กำปั้นแก้ปัญหา จนต้องเสียเวลาไปโรงพักอีกรอบแน่ๆ"
พันธกานต์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ก่อนจะยอมแพ้ต่อความเจ้าปัญญาของภรรยา เขาโน้มใบหน้าลงมา0กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "เก่งนักนะ... คืนนี้เธอต้องโดนทำโทษด้วย 'แกงฮังเลเนื้อน่องลาย' ฝีมือฉันเอง โทษฐานที่ทำให้ฉันใจหายวาบ"
รินรดายิ้มกริ่ม หัวใจพองโตกับความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดันนั้น แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานชื่น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าร้านอีกครั้ง
ร่างของชายชราหลังค่อมสวมหมวกงอบบังใบหน้าเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะวางกระดาษแผ่นเก่าเปื้อนคราบน้ำมันลงบนโต๊ะ พร้อมกับส่งเสียงแหบพร่าราวกับมาจากหลุมศพ
"ของฝากจาก 'คนชั้นใต้ดิน' ส่งมาให้แม่โฉมงามผู้เปิดครัวหลังบ้าน... รับไว้ให้ดีล่ะ ระวังตัวให้ดี... ของสิ่งนี้จะทำให้ครัวของเจ้าไม่มีวันได้สงบสุขอีกต่อไป"
รินรดาก้มมองกระดาษแผ่นนั้น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นสัญลักษณ์รูป 'ดอกบัวสีเลือด' ถูกวาดไว้ด้วยหมึกสีชาดแดงฉาน—สัญลักษณ์ขององค์กรลับใต้ดินที่เธอเคยเห็นในความทรงจำของร่างเดิม!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนและหัวใจอันมั่นคงของน้องรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 14
ศัตรูที่คาดไม่ถึงในหมู่บ้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!