กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 13

ค่ำคืนใต้แสงดาวกับหมูกระทะ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
ควันสีขาวนวลลอยกรุ่นเคล้าไปกับกลิ่นหอมฟุ้งของตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแห้งคั่วที่ตำจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันในครกหิน รินรดายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าอย่างไม่ถือตัว ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกายยามมองดูถ่านไม้แดงก่ำในเตาเหล็กหล่อที่ส่งความร้อนระอุพอเหมาะพอดี ค่ำคืนนี้ไม่ใช่คืนธรรมดา... หลังจากที่เธอต้องหัวหมุนกับการรับมือบรรดาญาติสามีจอมเปรี้ยวกินแรงที่แวะเวียนมาหาเรื่องถึงไร่เมื่อช่วงบ่าย จนเธอต้องใช้ทั้งไหวพริบและฝีปากเชือดเฉือนจนพวกเขากลับไปแบบหน้าหงาย วันนี้จึงถึงเวลาที่เธอและ "พี่เข้ม" หรือพันธกานต์ อดีตนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีใบหน้าบึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์ จะได้พักผ่อนหย่อนใจกันเสียที "มองอะไรเล่าพี่เข้ม ถ้ายังไม่ยอมยกกระทะเหล็กนี่มาวางบนเตอละก็ ฉันจะให้พี่กินแต่น้ำซุปเปล่าๆ จริงๆ ด้วยนะ" รินรดาเอ่ยเสียงใสพลางใช้ทัพพีเคาะขอบหม้อดินเผาเบาๆ ส่งสัญญาณเตือนสามีหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเสารำแพนมองเธออยู่ไม่วางตา พันธกานต์สะดุ้งเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงภรรยาตัวน้อยเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความเงียบเชียบราวกับเสือดาว ก่อนจะเอื้อมมือหนาที่ผ่านการจับดาบจับปืนมาโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างกกหูจนรินรดารู้สึกขนลุกซู่ "น้องรินเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้พี่ทำแทนดีกว่าไหม... ปากเก่งกับพวกป้าสะใภ้ซะจนเสียงแหบหมดแล้วนี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือความห่วงใยและเอ็นดูระคนกันจนคนฟังใจสั่นไหว "ใครว่าฉันเหนื่อยกันล่ะ ได้ตบะแตกใส่พวกคนเห็นแก่ตัวแบบนั้น สมองฉันปลอดโปร่งกว่าได้กินโสมพันปีเสียอีกค่ะ!" รินรดาหันขวับมาค้อนใส่สามีวงใหญ่ ทว่ากลับถูกมือหนาฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว "ฮึ่ม! คนฉวยโอกาส... ถอยไปเลยค่ะ ไปเตรียมเนื้อหมูสามชั้นสไลด์กับผักสดที่ฉันล้างเตรียมไว้ในมิติจิตโน่นเลย ไป!" รินรดารีบดันแผงอกกว้างของสามีออกเบาๆ ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความเขินอาย แม้จะแต่งงานกันมาพักใหญ่แล้ว แต่ความคลั่งรักและลูกตื๊อของอดีตนายทหารคนนี้ก็ไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิด บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งใต้ถุนบ้านพักในไร่ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นมุมแคมป์ปิ้งขนาดย่อม แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องประกายสีส้มอบอุ่นขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้โรแมนติกขึ้นเป็นกอง ท้องฟ้าเบื้องบนไร้กลุ่มเมฆ ดวงดาวระยิบระยับราวกับโปรยผงเพชรลงบนกำมะหยี่สีดำสนิท สายลมเย็นยะเยือกพัดโชยกลิ่นอินอายดินและปقไม้มาเป็นระๆ ทว่าความหนาวเย็นนั้นกลับถูกปัดเป่าให้มลายหายไปด้วยความร้อนระอุจากเตาหมูกระทะที่ส่งเสียง "ฉ่า..." ทันทีที่รินรดาคีบมันหมูชิ้นโตถูวนรอบกระทะเหล็กโค้งนูน เสียงไขมันหมูละลายหยดลงใส่ถ่านไฟปะทุเปรี๊ยะๆ ยิ่งเพิ่มความน่ากินให้ทวีคูณ รินรดาบรรจงเรียงเนื้อหมูหมักงาสูตรลับจากมิติจิตของเธอลงบนยอดโดมของกระทะ ตามด้วยสามชั้นสไลด์ลายสวยงามที่แผ่ขยายรับความร้อนจนส่งเสียงฟู่ฟ่า "อูย... กลิ่นหอมทะลุขึ้นฟ้าไปถึงบ้านใหญ่โน่นแล้วมั้งพี่เข้ม" รินรดาอุทานอย่างอารมณ์ดี มือเรียวคีบตะเกียบพลิกชิ้นเนื้อหมูที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองน่ากิน พันธกานต์นั่งมองภรรยาด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงตรงหน้าคือปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งมาโปรด ชีวิตในไร่ที่เคยแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว บัดนี้กลับมีทั้งกลิ่นอายของอาหารหอมกรุ่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นที่เติมเต็มหัวใจด้านชาของอดีตทหารผ่านศึกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง "กินนี่สิคะพี่เข้ม..." รินรดาคีบเนื้อหมูชิ้นที่สุกกำลังดี จิ้มลงในน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดที่เธอเพิ่งปรุงสดๆ รสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หอมข้าวคั่วและพริกป่นแตะจมูก ก่อนจะยื่นไปจ่อริมฝีปากหนา พันธกานต์อ้าปากรับแต่โดยดี เคี้ยวตุ้ยๆ สัมผัสถึงความนุ่มละมุนของเนื้อหมูที่ผสานกับรสชาติจัดจ้านถึงใจ สมกับเป็นฝีมือเมียรักของเขาไม่มีผิดเพี้ยน "อร่อยไหมล่ะคะ? น้ำจิ้มสูตรนี้ฉันใส่มะนาวแป้นสวนแท้ๆ กับน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวเค็มข้น รับรองว่าหากินที่ไหนไม่ได้แน่นอน!" รินรดาเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ "อร่อยที่สุด... แต่อร่อยสู้คนทำไม่ได้หรอก" "แหม... ปากหวานแบบนี้ เดี๋ยวตักน้ำซุปก้นกระทะราดหัวซะเลยนี่!" รินรดาแกล้งค้อนขวับ แต่แก้มทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายจนปิดไม่มิด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่มีเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องขับกล่อม ค่ำคืนใต้แสงดาวนี้ช่างหอมหวานและอบอุ่นเสียจนรินรดาแทบไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าเลยทีเดียว เธอยกจอกชาสมุนไพรขึ้นจิบเบาๆ ล้างคราบความมันจากริมฝีปาก ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่กำลังรินน้ำซุปเติมลงในร่องรอบกระทะให้เธออย่างเอาใจใส่ ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในความเงียบสงบนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณรั้วหน้าไร่ พร้อมกับเสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่ดังปึงปังจนสะเทือนเลื่อนลั่น "ไอ้เข้ม! นังริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้วะ! มึงกล้าดียังไงไล่พวกกูออกมา แถมยังขโมยสูตรอาหารลับของตระกูลไปทำมาหากินจนร่ำรวย! เปิดบ้านเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูพังประตูแน่!" เสียงตะโกนแผดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวของลุงผู้ใหญ่บ้านและญาติผู้พี่ที่เพิ่งโดนรินรดาสาดวาจาใส่จนหน้าหงายเมื่อกลางวันดังแทรกบรรยากาศแสนโรแมนติกเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ ตะเกียบในมือชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าอันสดใสเลือนหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่ฉายประกายความเจ้าเล่ห์และท้าทายออกมาอย่างปิดไม่มิด ส่วนพันธกานต์นั้น... ใบหน้าที่เคยสุขุมนุ่มลุ่มลึกเมื่อครู่ บัดนี้กลับบึ้งตึงดุจพายุฝนตั้งเค้า ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาคุมทับร่างภรรยาไว้มิดชิด ดวงตาดุดันคมกริบกวาดมองไปทางประตูรั้วราวกับพญาสัตว์ป่าที่กำลังถูกรบกวนเวลาพักผ่อน "หึ..." พันธกานต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุบประตูด้านนอกยังคงดังระรัวไม่หยุด รินรดาลุกขึ้นยืนตามสามี มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อของเขาไว้เบื้องหลัง ก่อนจะกระซิบเสียงหวานลอดไรฟันด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้คนมองต้องขนพองสยองเกล้า "พี่เข้มคะ... ดูท่าทางพวกเขายังไม่เข็ดกับบทเรียนเมื่อกลางวันสินะคะ แบบนี้... สงสัยเราคงต้องต้อนรับแขกยามวิกาลด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่เผ็ดร้อนยิ่งกว่าหมูกระทะนี้เสียแล้วล่ะค่ะ!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนและหัวใจอันมั่นคงของน้องรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%