"ถ้าก้าวพลาดอีกก้าวเดียว ข้าวมันไก่สูตรเด็ดของพี่จะได้กลายเป็นหม้อสุดท้ายของภรรยาผมจริงๆ นะครับริน!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือทั้งความดุและรอยระอาแฝงความห่วงใยจนแทบจะกลAืนกินความโกรธทั้งหมดลงคอ ดังขึ้นเหนือศีรษะของรินรดา รินสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด กลิ่นไอน้ำฝนผสมกลิ่นดินชื้นและกลิ่นสาบป่าลึกตีเข้าจมูกอย่างจัง สองเท้าของเธอยังคงยืนทรงตัวอยู่บนรากไม้ใหญ่ที่ลื่นปื๊ด ด้านล่างคือแอ่งโคลนลึกที่หากร่วงลงไปรับรองว่าสภาพไม่ต่างจากลูกหมูตกบ่อแน่นอน
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น มือข้างหนึ่งกำกิ่งเถาวัลย์เหนียวหนึบไว้แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคู่คมตวัดมองสามีตัวโตที่ยืนกางแขนปักหลักอยู่เบื้องล่างอย่างมั่นคงราวกับเสาเขื่อน พันธกานต์ในชุดเสื้อผ้าเนื้อหนาลุยป่า รองเท้าบูทเปอะเปื้อนโคลน ใบหน้าคมเข้มมีหยดเหงื่อเกาะพราวตามไรผม แต่สายตาที่เขากำลังมองเธอนั้นไม่มีแววตำหนิเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความกังวลระคนเอ็นดูที่ฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม
"ใครบอกให้พี่เข้มเดินเร็วนล่ะคะ! รินไม่ได้ตัวสูงยาวเข่าดีเหมือนอดีตทหารหาญอย่างพีนี่นา อีกอย่าง... ข่าป่ากับรากช้าพลูตรงซอกผานั่น มันคือหัวใจสำคัญของน้ำซุปหม้อใหม่ที่เราจะเอาไปตุนขายในตลาดสัปดาห์หน้าเชียวนะคะ จะให้ยอมแพ้กลับมือเปล่าได้อย่างไร" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงเสียงใส แม้เนื้อตัวจะมอมแมมไม่แพ้กัน แต่แววตาของเชฟสาวผู้มีมิติจิตซ่อนอยู่กลับพราวระยับด้วยความมุ่งมั่น
พันธกานต์ถอนหายใจยาวพรืด เขาขยับกายเข้าประชิดร่างบางที่ยืนหมิ่นเหม่บนรากไม้อย่างรวดเร็วราวกับเสือดาว
"ดื้อด้านนัก..." เสียงพึมพำลอดไรฟันก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กจะเอื้อมมารวบเอวคอดของเธอเข้าหาตัวอย่างง่ายดาย ชั่วพริบตาเดียว รินรดาก็ถูกอุ้มลอยเหนือพื้นแล้ววางลงบนพื้นดินแห้งสนิทหลังแนวพุ่มไม้หนาอย่างปลอดภัย โดยที่เนื้อตัวแทบไม่ต้องเปื้อนโคลนเพิ่มเลยแม้แต่น้อย
รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายที่ถูกอุ้มราวกับเด็กๆ เธอยกมือขึ้นตีต้นแขนแกร่งเบาๆ เป็นการแก้เก้อ "รินเดินเองได้น่า!"
"ครับ เดินเองได้ แต่ถ้าตกลงไปขาหัก คนที่จะต้องแบกกลับกระท่อมหลังบ้านไม่ใช่ใครที่ไหน... ผมนี่แหละครับที่จะต้องหลังหักแทนคุณ" พันธกานต์ตอบกลับหน้าตาย ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเช็คว่าไม่มีบาดแผล ก่อนจะยื่นมือไปหยิบใบไม้แห้งที่ติดอยู่บนกลุ่มผมสีดำขลับของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทีดุดันโดยสิ้นเชิงทำเอารินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงนกป่าร้องแว่วมาไกลๆ และเสียงใบไม้ไหวตามแรงลม ยิ่งลึกเข้ามาในเขตป่าลึกทางด้านหลังของหมู่บ้าน ความอุดมสมบูรณ์ก็ยิ่งเผยโฉมออกมาให้เห็น พันธกานต์พาเธอเดินลัดเลาะผ่านดงเฟิร์นยักษ์และต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนแทบมองไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่คือเขตป่าดิบชื้นที่ชาวบ้านทั่วไปไม่กล้าเข้ามาลึกนักเนื่องจากความรกทึบและทางที่ซับซ้อน แต่สำหรับรินรดาที่มีแผนที่นำทางจากมิติลับในจิตใจ พื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนคลังสมบัติธรรมชาติที่รอเวลาให้เธอมาเก็บเกี่ยว
"พี่เข้ม ดูนั่นสิคะ!" รินรดาร้องอุทานเบาๆ เมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับกอข่าป่าพันธุ์โบราณที่แทรกตัวอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ ใบสีเขียวเข้มตั้งตรงชูช่อ กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวลอยแตะจมูกทันทีที่สายลมพัดผ่าน
ไม่รอช้า หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปทรตัวลงนั่งยองๆ พร้อมกับหยิบเสียมขนาดพกพาที่เตรียมมาออกจากย่ามข้างเอว ดินร่วนซุยส่งกลิ่นหอมของอินทรียวัตถุ เธอบรรจงขุดคุ้ยดินรอบๆ กอข่าอย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้หัวข่าที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่ให้รากช้ำ เพื่อเวลาเอาไปทำความสะอาดและโขลกทำพริกแกงกลิ่นจะได้หอมฟุ้งติดทนนาน
พันธกานต์ยืนกอดอกพิงลำต้นไม้อย่างเงียบเชียบ สายตาคมปลาบกวาดมองรอบบริเวณคอยระแวกภัยให้ภรรยา ร่างกายของอดีตทหารผ่านศึกยังคงตื่นตัวอยู่เสมอต่อสิ่งผิดปกติรอบตัว แต่ในขณะเดียวกัน มุมปากหยักลึกก็แอบยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดูยามที่ได้มองเห็นความทุ่มเทและรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าเนียนใสของภรรยา
ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ รินรดาไม่เคยปริปากบ่นว่าความลำบากแม้แต่คำเดียว จากหญิงสาวชาวเมืองที่จับแต่มีดทำครัวหรูหรา กลับกลายมาเป็นแม่บ้านไร่ที่เดินลุยโคลน หาวัตถุดิบทำมาหากิน และยังใช้ฝีมือทำอาหารรสเลิศตบหน้าบรรดาญาติสามีที่เคยดูถูกเหยียดหยามได้อย่างเจ็บแสบทุกครั้ง ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในแผ่นดินนี้
"ได้แล้วค่ะ!" รินรดาชูหัวข่าป่าสีขาวอมชมพูขนาดใหญ่โตเต็มกำมือขึ้นมาอวดด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "หัวโตสวยมาก แถมกลิ่นยังฉุนจัดจ้านดีแท้ หัวข่าแบบนี้เอาไปทำแกงไตปลาหรือผัดพริกแกงใต้กับเนื้อน่องลายนะ หอมทะลุไปถึงปากซอยแน่นอนค่ะ"
"ครับ พ่อครัวแม่ครัวเอกพูดเอง อาหารมื้อเย็นนี้ผมคงต้องเตรียมข้าวสวยไว้สักหม้อใหญ่ๆ แล้วล่ะมั้งครับ" พันธกานต์เอ่ยเย้า พร้อมกับยื่นกระบอกน้ำไผ่ส่งให้เธอ "ดื่มน้ำก่อนเถอะครับ หน้าแดงหมดแล้ว"
รินรด้ารับกระบอกน้ำมาดื่มอึกใหญ่ ความเย็นชื่นใจช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะส่งกระบอกน้ำคืนนั้นเอง เสียงกรอบแกรบของกิ่งไม้แห้งก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว!
พันธกานต์เปลี่ยนท่าทางในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้ามาบังภรรยาไว้ด้านหลังทันที มือหนาเอื้อมไปจับด้ามมีดสั้นประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องเขม็งไปยังพุ่มไม้ไหว ร่างกายตึงเกร็งเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหลงฝูงหรือผู้ไม่หวังดี
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจของรินรดากระตุกวาบ เธอซ่อนตัวอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของสามี มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อเขาไว้แน่น ความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง
พุ่มไม้เบื้องหน้าสั่นไหวรุนแรงขึ้น ก่อนที่ร่างสีดำทะมัดทะแมงจะพุ่งพรวดออกมา—
ไม่ใช่เสือ ไม่ใช่หมูป่า... แต่เป็นสุนัขพันธุ์ทางตัวผอมโซขนรุงรัง ที่ส่งเสียงครางหงิงๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนหมอบกับพื้นทันทีอย่างน่าเวทนา ที่ลำขาหลังมีรอยแผลเหวอะหวะและมีคราบเลือดแห้งกรังส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง
รินรดาเบิกตากว้าง ความเป็นเชฟและคนรักสัตว์ในตัวทำงานทันที เธอลืมความกลัวไปสิ้นเชิง รีบก้าวขาออกจากด้านหลังสามีแล้วทรุดตัวลงนั่งใกล้สุนัขตัวนั้นทันที
"ริน ระวัง!" พันธกานต์ร้องเตือนเสียงต่ำ
"พี่เข้มดูมันสิคะ มันบาดเจ็บ... และที่สำคัญ..." รินรดากลืนน้ำลายลงคอ เมื่อก้มลงมองใกล้ๆ แล้วพบร่องรอยประหลาดบนแผลนั้น "แผลนี่ไม่ได้เกิดจากกิ่งไม้ข่วนหรอกค่ะ รอยเขี้ยวนี่มัน... เหมือนรอยกัดของสัตว์ประหลาด หรือบางอย่างที่แปลกมากๆ ในป่าลึกเขตนี้!"
พันธกานต์ขมวดคิ้วมุ่น นั่งยองๆ ลงข้างภรรยา สายตากวาดมองรอยแผลบนขาของสุนัขป่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในแนวป่าทึบเบื้องหน้าที่ตอนนี้เริ่มมีหมอกหนาทึบปกคลุมลงมาอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ ทั้งที่ยังเป็นเวลาบ่ายคล้อย
และในวินาทีนั้นเอง กลิ่นหอมประหลาดบางอย่าง—กลิ่นหอมหวานเย้ายวนคล้ายดอกไม้ป่าผสมเครื่องเทศร้อนแรง ก็ลอยล่องมาตามสายลมที่พัดย้อนกลับมาจากหุบเขาเบื้องลึก... กลิ่นที่ทำให้สุนัขตัวเจ็บส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และทำให้พันธกานต์ต้องคว้าข้อมือรินรดากลับมากอดแนบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนและหัวใจอันมั่นคงของน้องรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 12
เมื่อเชฟสาวต้องเข้าป่า
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!