“ท่านรองแม่ทัพหลี่... เกรงว่าการตรวจราชการชายแดนในครั้งนี้ จะมิได้สะดวกสบายอย่างที่ท่านคุ้นเคยในเมืองหลวงหดอกนะเจ้าคะ”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระแวดระวังดังขึ้นที่ห้องโถงรับรอง หลี่อี้หยวน ขุนนางผู้ใหญ่จากส่วนกลางผู้ถือตราตั้งพิเศษมาตรวจสอบพื้นที่ชายแดนและเสบียงกรอง ยามนี้กำลังใช้สายตากวาดมองไปรอบเรือนไม้สักทองที่ถูกรีโนเวตใหม่จนสะอาดสะอ้าน กลิ่นอายความดิบเถื่อนของค่ายทหารเก่าถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของครอบครัวและกลิ่นสมุนไพรจางๆ ทว่าไม่ใช่กลิ่นที่เขาสนใจในยามนี้... กลิ่นที่เตะจมูกเขาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูเรือนต่างหาก ที่กำลังทำให้กระเพาะอาหารส่งเสียงประท้วงอย่างรุนแรง
รินรดา (ริน) ยืนนิ่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุ มือเรียวบางกำลังละเมียดละไมตำพริกแกงในครกหินสีดำสนิท จังหวะการตำสม่ำเสมอ ทว่าหนักแน่นและมั่นคงไม่แพ้แววตาของเธอในยามนี้ บนเตาถ่านด้านหลัง หม้อดินเผาใบใหญ่กำลังเดือดปุดๆ ส่งเสียงขับขานประสานกับกลิ่นหอมฟุ้งของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และกะทิสดที่เคี่ยวจนแตกมัน
ภารกิจในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แขกผู้ใหญ่จากเมืองหลวงผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากและปากจัดเป็นที่หนึ่ง ย ิ่งเป็นคนสนิทของเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้จ้องจะหาเรื่องปลดพี่เข้มออกจากตำแหน่งด้วยแล้ว การมาเยือนครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญมากกว่าแค่การ “ตรวจสอบพื้นที่” แน่นอน
“แม่ริน... ทางนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำดุดันแต่แฝงความอ่อนโยนดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของ พันธกานต์ (พี่เข้ม) จะก้าวเข้ามา ใบหน้าคมคายมีรอยเหี่ยวย่นตามประสาชายชาตรีที่ผ่านศึกสงครามและตากแดดตากลมในไร่ ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความห่วงใย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปปัดเศษแป้งที่เปื้อนข้างแก้มเนียนให้อย่างเบามือ
“พี่เข้ม อย่าค่ะ เดี๋ยวหน้าเปื้อนเขม่าหมด” รินรดาหลบตาเล็กน้อยพร้อมอมยิ้มบางๆ
“ช่างหัวหน้าข้าเถอะน่า ข้าเป็นห่วงเจ้ามากกว่า เจ้าพวกคนจากเมืองหลวงนั่น... ท่าทางเจ้าเล่ห์นัก โดยเฉพาะเจ้าขุนนางหลี่นั่น เอาแต่จ้องจะหาเรื่องจับผิดคลังเสบียงของเรา หากอาหารมื้อนี้ไม่ถูกปากมัน เกรงว่ามันคงหาข้ออ้างเล่นงานเราอีกแน่” พี่เข้มขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขยับด้วยความขัดเคืองเมื่อนึกถึงท่าทางยโสของแขกผู้มาเยือน
รินรดาสวางมือจากการตำพริกแกง เธอหันมาเผชิญหน้ากับสามี รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มเอิบ มือเรียวเอื้อมไปจับมือหยาบกร้านของสามีมากุมไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือของเขามายังเธอ ช่วยปัดเป่าความกังวลทั้งหมดให้มลายหายไป
“พี่เข้มจำที่รินเคยบอกได้ไหมคะ... ‘ปากคนเราอาจจะพูดจาพล่อยๆ ได้ แต่กระเพาะอาหารของพวกเขามีความซื่อสัตย์เสมอ’ ยิ่งเป็นขุนนางที่กินแต่อาหารหรูหราจนเลี่ยนลิ้นจากเมืองหลวงแล้ว ยิ่งต้องเจอฤทธิ์เดช ‘แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายย่าง’ กับ ‘ฉู่ฉี่ปลากระพงแม่น้ำ’ ฝีมือรินเข้าไป รับรองว่าต่อให้เขามีเขี้ยวเล็บแค่ไหน ก็ต้องสยบยอมให้อำนาจแห่งความอร่อยจนลืมอ้าปากเถียงแน่นอนค่ะ”
แววตาของรินรดาระยิบระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจ ผู้หญิงอย่างเธอ... ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำบ้านหลังนี้ที่เธอกับพี่เข้มช่วยกันสร้างมากับมือเด็ดขาด!
ในมิติจิตของเธอตอนนี้ คลังเครื่องเทศหายากกำลังสั่นระริก เมล็ดพริกไทยดำภูเขาไฟ ยี่หร่าคั่วสด และใบโหระพาป่าที่เก็บรักษาด้วยอุณหภูมิวิเศษส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลอยู่ในห้วงความคิด รินรดาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อดึงวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาเสริมทัพ ความลับนี้คืออาวุธลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ และวันนี้มันจะถูกนำมาใช้สยบความอวดดีของขุนนางเมืองหลวง
ครู่ต่อมา... ณ โต๊ะอาหารไม้สักทองตัวยาว อาหารไทยกลิ่นหอมกรุ่นถูกลำเลียงออกมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมของกะทิเคี่ยวกับเครื่องแกงเขียวหวานสูตรโบราณผสานกับกลิ่นหอมยวนใจของเนื้อน่องลายที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือนจนแม้แต่ทหารองครักษ์ที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านนอกยังต้องแอบกลืนน้ำลาย
หลี่อี้หยวนนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าของขุนนางใหญ่ยังคงไว้ท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตาหรี่มองจานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใคร่จะไว้วางใจนัก
“หึ... ข้าได้ยินมาว่าที่ชายแดนแห้งแล้งกันดาร ยิ่งเสบียงกรองยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่นึกเลยว่าบ้านของอดีตนายทหารตกยากอย่างเจ้า จะมีปัญญาหาอาหารหน้าตาดูใช้ได้มาต้อนรับข้าได้นะท่านพันธกานต์” หลี่อี้หยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม พลางใช้ตะเกียบเขี่ยชิ้นเนื้อน่องลายในชามแกงเขียวหวานขึ้นมาพิจารณา
พี่เข้มขยับตัวจะอ้าปากสวนกลับด้วยความฉุนเฉียว ทว่ารินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับแตะแขนสามีเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ไปไม่ถึงดวงตาให้แขกผู้สูงศักดิ์
“ท่านรองแม่ทัพโปรดลองชิมดูก่อนเถอะเจ้าค่ะ อาหารจานนี้รินรดาตั้งใจทำด้วยความเคารพต่อหน้าที่การงานของท่าน หากท่านชิมแล้วยังรู้สึกว่ามันด้อยค่า... ขยิน้อมรับคำติเตียนทุกประการเจ้าค่ะ”
หลี่อี้หยวนแค่นเสียงในลำคอ “ดี... ข้าอยากรู้นักว่าอาหารบ้านนอกเช่นนี้ จะมีรสชาติวิเศษวิโสสักแค่ไหนกันเชียว!”
เขาคีบชิ้นเนื้อน่องลายเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ ทันทีที่รสชาติเข้มข้นของเครื่องแกงเขียวหวานที่ซึมซาบเข้าไปในเนื้อนุ่มละมุนระเบิดขึ้นในโพรงปาก ดวงตาเรียวรีของขุนนางเฒ่าก็เบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเผ็ดร้อนกำลังดีของพริกแกงที่ตัดด้วยความมันหวานกลมกล่อมของกะทิสด แทรกด้วยกลิ่นหอมของใบโหระพาป่าและพริกไทยอ่อน ทำให้ต่อมรับรสของเขาที่ตายด้านไปเพราะอาหารวังหลวง กลับมาตื่นตัวราวกับถูกกระชากวิญญาณ!
ตะเกียบในมือของหลี่อี้หยวนสั่นระริกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความอร่อยที่ล้ำลึกนี้มันคืออะไรกัน!? มันไม่ใช่แค่อาหาร... แต่มันคือศิลปะที่สะท้อนถึงความประณีตและจิตวิญญาณของผู้ทำอย่างแท้จริง
รินรดายืนมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอก้าวถอยหลังมาเล็กน้อย ปล่อยให้สามีโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากแนะนำเมนูจานถัดไปเพื่อตอกย้ำชัยชนะ...
“กราบทูลท่านรองแม่ทัพ! มี... มีเรื่องด่วนพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของทหารวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ ประตูเรือนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนทุกคนบนโต๊ะอาหารต้องสะ giวตกใจ
หลี่อี้หยวนหน้าเสียด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะการกิน เขาวางตะเกียบลงกระแทกโต๊ะเสียงดัง “มีเรื่องอันใด ถึงได้เสียมารยาทมารบกวนเวลาอาหารของข้า!”
ทหารนายนั้นหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี เขากวาดสายตามองพี่เข้มและรินรดาก่อนจะละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“มะ... ม้าเร็วจากเมืองหลวง แจ้งข่าวมาด่วนพ่ะย่ะค่ะ... เสนาบดีฝ่ายซ้าย... ถูกองค์ชายใหญ่สั่งปลดฟ้าผ่าข้อหาทุจริตคลังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพระราชโองการด่วนอีกฉบับ ระบุชื่อให้... ให้...”
ทหารนายนั้นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หันขวับไปมองหน้าพี่เข้มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคารพยำเกรงอย่างสุดซึ้ง
“ระบุชื่อให้ท่านพันธกานต์... ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น ‘แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชายแดน’ คนใหม่ พร้อมอำนาจเด็ดขาดในการตรวจสอบขุนนางทุกระดับในเขตนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
เงียบกริบ... ทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หลี่อี้หยวนหน้าถอดสี ร่างท้วมของขุนนางใหญ่สั่นเทาจนตะเกียบในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นเพล้งใหญ่
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะระบายเต็มดวงหน้าสวยหวาน เธอหันไปสบตากับสามีที่ยืนอึ้งอยู่ข้างกาย ดวงตาคมกริบของพี่เข้มหันมามองเธอด้วยความระคนตกใจและคลั่งรักจนแทบจะกลืนกิน
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบก็ดังขึ้นที่ลานหน้าบ้าน พร้อมกับเงาร่างของทหารองครักษ์หลวงในชุดเกราะเต็มยศที่ก้าวเข้ามาล้อมเรือนไว้จนแน่นหนา!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนของน้องรินรดาในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 15
เมนูพิเศษเพื่อรับรองผู้มาเยือน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!