กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 16

คำสารภาพที่มาพร้อมกลิ่นหอม

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพี่ยังใช้สายตาแบบนี้มองข้าวของในครัวของฉันอีกทีเดียว ฉันจะเอาพริกแกงเผ็ดใต้สูตรพิเศษละลายน้ำแล้วหยอดใส่ตาพี่จริงๆ ด้วยนะคะ พันธกานต์" เสียงหวานใสแต่แฝงแววเอาเรื่องดังขึ้น ท่ามกลางเสียงฉ่าของน้ำมันกระทบกระทะเหล็ก รินรดายืนอยู่หน้าเตาไฟ ร่างระหงในผ้ากันเปื้อนสีครีมขยับตัวคล่องแคล่ว มือขวาถือตะหลิวไม้ผัดเครื่องแกงโขลกมือสีแดงฉานจนกลิ่นหอมของขมิ้น ข่า และตะไคร้ตีขึ้นจมูก ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวหลังบ้านจนแทบจะทะลุออกไปถึงรั้วไร่ ทว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเผ็ดร้อนของเครื่องแกง แต่อยู่ที่สายตาของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูต่างหาก พันธกานต์ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "พี่เข้ม" อดีตทหารผ่านศึกผู้มีใบหน้าคมเข้มและรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ซึ่งเคยทำให้เด็กในหมู่บ้านร้องไห้จ้า บัดนี้กลับยืนมองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ชนิดที่น้ำตาลร้อยกิโลกรัมก็ยังยอมแพ้ ร่างหนาใหญ่ที่ดูดุดันน่าเกรงขามในสายตาคนนอก กลับทำตัวเก้ๆ กังๆ ยามอยู่ใกล้แม่ครัวคนเก่ง ผิดวิสัยนายทหารผู้เคยนำทัพรบราฆ่าฟันมาแล้วสิ้นเชิง "พี่ไม่ได้มองของในครัวสักหน่อย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความพยายามรักษาฟอร์มชายชาติทหาร ทั้งที่ใบหน้าคมครามเริ่มมีร่องรอยความเขินอายแดงเรื่อขึ้นมาให้เห็น "พี่มองเมียต่างหาก รินเป็นเมียพี่นะ... จะมองไม่ได้เลยหรือไง" รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบขวดน้ำปลา หันขวับมามองค้อนวงใหญ่จนตาแทบคว่ำ แม่คุณเอ๋ย ตั้งแต่เมื่อวานที่เขาเริ่มออกตัวแรงว่า "จีบ" เธออย่างเป็นทางการ บ้านหลังนี้ก็แทบไม่มีมุมไหนปลอดภัยจากสายตาหวานเชื่อมและคำพูดเลี่ยนๆ ของอดีตแม่ทัพคนนี้เลย! จากเสือร้ายกลายเป็นแมียักษ์คลั่งรักไปเสียแล้วกระมัง "ใครเป็นเมียคุณกันคะ เราแค่แต่งงาน... เอ๊ย หมายถึง สถานการณ์มันพาไปต่างหากเล่า!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง พยายามซ่อนใบแดงก่ำที่ลามเลียไปจนถึงใบหูด้วยการหันไปสนใจกระทะตรงหน้าต่อ "แล้วนี่ไม่ต้องมาทำเป็นเดินวนเวียนแถวนี้เลยนะคะ ออกไปช่วยงานข้างนอกนู่น ข้าวของที่สั่งไว้จากในเมืองมาส่งหรือยังล่ะ" "ยังไม่มา... และต่อให้มา พี่ก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น" พันธกานต์สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ขายาวๆ ก้าวเพียงสองก้าวก็ประชิดถึงแผ่นหลังบางของหญิงสาวเสียแล้ว กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายแดดและดินจางๆ แบบผู้ชายอกสามศอกลอยเข้าแตะจมูก รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นแผ่ซ่านมาจากแผ่นอกกว้างที่อยู่ห่างแค่คืบ "พี่อยากช่วยริน... งานในครัวเนี่ย พี่ถนัด" "ถนัดกินน่ะสิไม่ว่า" รินรดาบ่นอุบ แต่ไม่ได้ขยับหนี ปล่อยให้วงแขนแข็งแรงเอื้อมมาหยิบขวดน้ำปลาจากชั้นวางข้างกายเธอได้อย่างง่ายดาย โดยที่ร่างหนาโน้มตัวลงมาคร่อมเธอกลายๆ จนพื้นที่ในครัวแคบลงถนัดตา จังหวะนั้นเอง หัวใจเจ้ากรรมของเชฟสาวผู้ผ่านศึกธุรกิจและคนจ้องจะเอาเปรียบมานักต่อนัก กลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นที่เธอควบคุมไม่ได้เลยจริงๆ "วันนี้นอกจากผัดพริกแกงใต้หมูป่าแล้ว... มีอะไรพิเศษอีกไหมคนเก่ง" เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดรำไรจนขนลุกซู่ รินรดารemindตัวเองทันทีว่าต้องตั้งสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะเอี้ยวตัวหันกลับมาประจันหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ "มีค่ะ... เมนูนี้ตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อ 'พิสูจน์ใจ' ใครบางคนโดยเฉพาะเลยนะคะ" พันธกานต์เลิกคิ้วสูงอย่างสนใจ "เมนูอะไร?" รินรดาไม่ตอบด้วยคำพูด เธอยิ้มมุมปาก มือเรียวสวยเอื้อมไปเปิดฝาหม้อดินเผาใบเล็กที่ตั้งตุ๋นอยู่เตาข้างๆ ทันทีที่ไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา กลิ่นหอมล้ำลึกของสมุนไพรจีนนานาชนิดผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศหายากจากมิติจิตของเธอก็ระเบิดกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว มันไม่ใช่แค่ความหอมธรรมดา แต่มันคือกลิ่นหอมเย้ายวนที่มีมิติซับซ้อน ชวนให้รู้สึกอบอุ่น รuânรื่น และกระตุ้นความอยากอาหารอย่างรุนแรง "นี่คือ 'แกงจืดเยื่อบำรุงหัวใจ' ค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ข้างในมีทั้งรากโสมป่า ตุ๋นเคี่ยวกับเนื้อไก่บ้านเหนียวนุ่ม เห็ดหอมดอกใหญ่ และเครื่องเทศลับที่ช่วยบำรุงกำลัง... เหมาะสำหรับคนปากแข็งที่ชอบทำเป็นดุแต่แท้จริงแล้วใจบางเป็นกระดาษทิชชูอย่างคุณที่สุด" พันธกานต์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำกังวานอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนามาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของภรรยาขึ้นทัดหูอย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำเอารินรดาถึงกับชะงัก ลืมคำพูดที่จะเถียงต่อสิ้นเชิง "ปากดีจังนะแม่ครัวน้อย..." พันธกานต์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ต่อให้รินจะทำแกงอะไรมาให้กิน... พี่ก็กินหมดนั่นแหละ เพราะไม่ว่ารสชาติจะเป็นยังไง พี่ก็..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูรั้วบ้านไม้หน้าเรือนดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งชนิดหน้าสิ่วหน้าขวาน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน พันธกานต์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจอย่างยิ่ง ส่วนรินรดารีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวเพื่อเรียกสติ "ใครมาวะเวลานี้..." ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสวีท "ไปดูสิคะ เผื่อจะเป็นลูกค้าล็อตใหญ่ หรือไม่ก็... คนจากตระกูลเดิมของคุณที่ชอบแวะมาหาเรื่องไงคะ" รินรดาปรายตามองยิ้มๆ พลางตักแกงจืดใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างอารมณ์ดี พันธกานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมเดินหงุดหงิดออกไปที่หน้าบ้าน ร่างสูงก้าวเท้าพ้นประตูห้องครัวไปได้ไม่นาน เสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนถามแขกผู้มาเยือนก็เงียบกริบลงทันที ตามด้วยความเงียบงันที่น่าประหลาดใจแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ รินรดารออยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่มีเสียงสามีเดินกลับมา เธอจึงตัดสินใจวางทัพพีลงแล้วเดินตามออกไปที่ห้องโถงหน้าบ้านด้วยความสงสัย ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาเชฟสาวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ที่หน้าประตูบ้าน พันธกานต์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาบเป็นหิน ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหญิงสาววัยกลางคนท่าทางสูงศักดิ์ สวมชุดผ้าไหมตัดเย็บอย่างประณีตและมีเครื่องประดับราคาแพงประดับกาย ซึ่งยืนยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้พวกเขา พร้อมกับเด็กหนุ่มท่าทางคุ้นตาที่เดินตามหลังมาติดๆ "ไงล่ะตาเข้ม... ลูกอกตัญญูหนีมาซุกหัวนอนอยู่กับแม่นี่เองเหรอ? แม่บอกแล้วว่าแกไม่มีวันหนีพ้นตระกูลเราหรอกนะ!" เสียงแหลมสูงของแม่เลี้ยงผู้ใจร้ายของพันธกานต์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบลงเฉียบพลัน รินรดากำมือแน่น ดวงตาสعประกายวาวโรจน์ขึ้นทันที เกมสนุกล่าสุดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสินะคะ! (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราววุ่นๆ ของบ้านนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%