"นี่หรือเมนูเด็ดที่สะใภ้บ้านไร่จะเอามาสู้กับเหลี่ยมคมของตระกูลวรโชติ? แค่แกงพื้นๆ กลิ่นเหม็นเขียวของสมุนไพรบ้านป่าแบบนี้ คิดหรือว่าจะเอาชนะรสชาติวัตถุดิบนำเข้าจากต่างแดนได้!"
เสียงเยาะเย้ยของ ‘คุณหญิงมณี’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานแข่งขัน บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งที่ตัดกันอย่างรุนแรง ระหว่างกลิ่นเนยและเนื้อนำเข้าชั้นดีจากโต๊ะข้างๆ กับกลิ่นหอมสมุนไพรไทยที่รินรดากำลังตระเตรียมอย่างใจเย็น
รินรดาไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองคนพูด เธอยังคงก้มหน้าตำน้ำพริกแกงด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ผิวแก้มใสมีเหงื่อซึมเล็กน้อยจากการออกแรง แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น มือบางหยิบลูกกระวานจากมิติลับที่เธอคัดสรรมาเป็นพิเศษใส่ลงไปในครกหิน เสียง ‘ปัง ปัง ปัง’ ของสากหินที่กระทบกันดูเหมือนจังหวะหัวใจที่หนักแน่นของเธอ
"ทำอาหารไม่ได้ตัดสินกันที่ราคาวัตถุดิบหรอกค่ะคุณหญิง แต่มันตัดสินกันที่ 'หัวใจ' และ 'การดึงเสน่ห์' ของสิ่งที่มีอยู่ในมือ... บางทีของแพงที่ท่านภูมิใจนักหนา อาจจะยังขาดความละเมียดละไมที่ธรรมชาติมอบให้ก็ได้นะคะ"
รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความคมคายจนคนฟังถึงกับชะงัก เธอเริ่มตั้งหม้อดินเผาใบเก่งที่พี่เข้ม—พันธกานต์สามีของเธอ—เป็นคนขัดให้อย่างดีจนขึ้นเงา เมื่อน้ำแกงในหม้อเริ่มเดือดปุด กลิ่นหอมฟุ้งของพริกแกงไทยแท้ที่ผสมผสานกับความลับจากเครื่องเทศหายากก็โชยฟุ้งไปทั่วลานแข่งขัน
พันธกานต์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง ขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือหนาแอบวางบนไหล่ภรรยาเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่พยายามกดดันเมียรักด้วยแววตาที่บอกชัดว่า 'ถ้าใครกล้าทำมากกว่านี้ ผมไม่ปล่อยไว้แน่'
"ใจเย็นๆ ริน... กลิ่นแกงของเธอมันเหนือกว่าพวกนั้นอยู่แล้ว" พันธกานต์กระซิบเสียงต่ำด้วยความภาคภูมิใจ
รินรดาหันไปยิ้มให้สามี ก่อนจะหยิบ ‘ผักกูด’ สดๆ ที่เธอเพิ่งเก็บมาจากหลังบ้านและนำไปผ่านกระบวนการถนอมความสดในมิติลับ ลงไปในหม้อแกงพร้อมกับปลาเนื้ออ่อนที่สดจนแทบจะว่ายน้ำได้ สิ่งที่เธอกำลังทำไม่ใช่แค่การทำกับข้าว แต่มันคือการประกาศศักดาว่าคนบ้านไร่ก็มีรสนิยมที่ไม่ด้อยไปกว่าใครในเมืองหลวง
กรรมการทั้งห้าคนเริ่มเดินตรวจตราไปตามโต๊ะ แต่ละคนต่างทำหน้าเฉยเมยเมื่อชิมอาหารราคาแพงจากโต๊ะคุณหญิงมณี จนกระทั่งมาถึงโต๊ะของรินรดา
"แกงอะไรของเธอ รินรดา? กลิ่นดู... ผิดแผกไปจากแกงทั่วไปมากนัก" กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยถามพลางใช้ช้อนตักน้ำแกงขึ้นมาพิจารณา
สีน้ำแกงเขียวมรกตใสแต่ข้นด้วยเนื้อปลา มันดูถ่อมตัวแต่กลับส่งกลิ่นยั่วน้ำลายอย่างรุนแรง กรรมการค่อยๆ ลิ้มรสช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตะลึง รสสัมผัสของเครื่องแกงที่เผ็ดร้อนแต่กลมกล่อมด้วยความหวานธรรมชาติจากผักป่า มันคือความซับซ้อนที่บรรยายออกมาไม่ได้ด้วยคำพูด แต่มันคือความทรงจำวัยเด็กที่โหยหา
"นี่มัน... รสชาติแบบนี้..." กรรมการท่านนั้นถึงกับวางช้อนแล้วพยักหน้าให้เพื่อนร่วมคณะ "ไม่ต้องตัดสินแล้วครับ กลิ่นและรสสัมผัสแบบนี้ มันคือชัยชนะที่ไร้ข้อกังขา"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบลานแข่งขัน คุณหญิงมณีหน้าซีดเผือดจนเกือบเป็นลมขณะมองรินรดาที่ยืนเชิดหน้าอย่างผู้ชนะ แต่ความดีใจยังไม่ทันจางหายไป ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงเข้ามายังลานจัดงานด้วยท่าทีไม่น่าไว้วางใจ
"คุณนายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่ไร่... มีคนบุกรุกเข้าไปทำลายโรงเรือนเก็บเครื่องเทศลับของคุณรินรดาครับ!"
พันธกานต์ได้ยินดังนั้น ใบหน้าดุดันก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดทันที เขาหันมาคว้ามือนางเอกไว้แน่น สบตากันด้วยความเข้าใจว่าศึกในงานประลองเป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าของมหันตภัยที่ใหญ่กว่านี้ รินรดารู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้อาจแลกมาด้วยความลับที่ไม่มีใครควรจะล่วงรู้ได้
ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อคนชุดดำคนหนึ่งชักมีดสั้นออกมากลางวงล้อม แสงอาทิตย์สะท้อนใบมีดคมกริบพุ่งตรงมาทางรินรดา แต่ทว่า... พันธกานต์กลับกระชากตัวเธอหลบเข้าสู่อ้อมกอด ก่อนจะคว้าตะหลิวเหล็กกล้าในมือรินรดาขึ้นมาตั้งท่าป้องกันอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูว่า "วันนี้เราจะไม่ได้จบแค่การทำอาหารแน่ริน... เตรียมตัวให้พร้อม"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนของน้องรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 10
ชัยชนะด้วยวัตถุดิบธรรมดา
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!