"ถ้า 'แกงป่าปลาดุกนา' หม้อนี้ของเจ้าหล่อน รสชาติยังคงสะเด่าลิ้นจนผู้คนแห่แหนกันมาอุดหนุนไม่ขาดสายแบบนี้เห็นทีแผงลอยกระจ่อยร่อยของเจ้าของร้าน 'ครัวคุณทิพย์' คงต้องปิดฉากลงเสียกระมัง!"
เสียงตวาดแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังแทรกเสียงจอแจของตลาดสดประจำอำเภอในยามสาย บรรยากาศรอบแผงขายอาหารของรินรดากลายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ลูกค้าที่กำลังยืนรอคอยตักแกงถุงพลาสติกต่างพากันถอยกรูดเว้นระยะห่าง รินรดายังคงนิ่งสงบ นางใช้ทัพพีไม้ไผ่คนน้ำแกงป่าสีเข้มข้นในหม้อดินเผาใบใหญ่ วัตถุดิบชั้นดีทั้งกระชายซอย พริกไทยอ่อน และใบมะกรูดยี่หร่าส่งกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ
ทิพวรรณ เจ้าของร้านครัวคุณทิพย์ผู้ผูกขาดตลาดสดแห่งนี้มานานหลายปี ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา สองสัปดาห์ก่อนแผงของนางเคยเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าขาประจำ จนกระทั่งแม่สะใภ้หน้าใหม่จากท้ายไร่อย่างรินรดาโผล่เข้ามาพร้อมกับสูตรอาหารโบราณและมิติพิเศษที่ซ่อนสมุนไพรหายาก ทำให้รสชาติอาหารของรินโดดเด่นจนฉุดไม่อยู่
รินรดาวางทัพพีลงช้าๆ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน ดวงตาคมกวาดมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม นางยกย่องความพยายามของอีกฝ่ายอยู่ห่างๆ หากแต่วิธีการที่ทิพวรรณใช้รังควานชาวบ้านทำมาหากินนั้นต่ำช้าเกินกว่าจะให้อภัย
"ถ้าพี่ทิพย์คิดว่ารสชาติอาหารของฉันมันขัดหูขัดตาจนทนไม่ได้ ทางออกมีอยู่สองทางค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่นิ่งสนิทจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "หนึ่งคือปรับปรุงฝีมือร้านตัวเองให้สมกับราคาที่ขาย สองคือ... เลิกมาทำตัวเป็นสุนัขหวงก้างแถวนี้เสียที"
"อี... อีเด็กปากกล้า!" ทิพวรรณหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ตบโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนกะละมังเครื่องเคียงสั่นสะเทือน "ดีนัก! ในเมื่อแกมั่นใจในฝีมือตัวเองนัก เรามาวัดรอยเท้ากันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่า! กล้าเดิมพันไหมล่ะ? พรุ่งนี้กลางตลาดสดแห่งนี้ เรามาเปิดประชันฝีมือทำ 'แกงเขียวหวานไก่บ้าน' กันต่อหน้าพ่อค้าแม่ขายและหัวหน้าตลาด ใครทำแล้วขายได้น้อยกว่า หรือลูกค้านักชิมลงคะแนนให้น้อยกว่า... ต้องยอมปิดแผงไสมือออกไปจากตลาดนี้ห้ามกลับมาเหยียบอีกสามเดือน!"
สิ้นคำท้าทาย เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วตลาด พ่อค้าแม่ขายต่างซุบซิบนินทากันสนั่นหวั่นไหว ต่างรู้ดีว่าทิพวรรณมีเส้นสายกับคนมีอิทธิพลในตลาด และมีสูตรลับเครื่องแกงที่ตกทอดกันมานาน ส่วนรินรดาเป็นเพียงสะใภ้บ้านไร่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน แม้ฝีมือจะดีเลิศแค่ไหนแต่การเล่นเกมการเมืองในตลาดสดเช่นนี้มันไม่ง่ายเลย
รินรดานิ่งงันไปชั่วพริบตา ความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อคืนวานแวบเข้ามาในหัว มือเรียวบางที่เคยกำชายเสื้อของพันธกานต์แน่นด้วยความลังเลใจ บัดนี้กลับผ่อนคลายลง ความอบอุ่นและสายตาหนักแน่นของสามีหนุ่มอดีตทหารที่เอ่ยกระซิบข้างหูว่า *"ทำตามใจเธอเถอะ มีฉันคอยหนุนหลังอยู่ทั้งคน ไม่มีใครกล้ารังแกเธอได้"* กลายเป็นเกราะคุ้ม1กันชั้นดีที่ทำให้นางไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย
"สามเดือนน้อยไปค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่แข่งอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มบางเบาเย้ายวนแต่ทรงพลัง "ถ้าพี่ทิพย์แพ้... ฉันขอแค่ให้พี่เลิกมาวุ่นวายกับแผงของชาวบ้าน และเลิกใช้วิธีสกปรกปล่อยข่าวลือเรื่องวัตถุดิบมีพิษอีกเป็นพอ ตกลงไหมคะ?"
"หึ! ปากดีนักนะยะ! พรุ่งนี้แปดโมงเช้า เตรียมตัวเก็บฉากม้วนเสื่อกลับไร่ไปซะเถอะ!" ทิพวรรณสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าจากไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของผู้คน
คล้อยหลังคู่แข่ง รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด นางรู้ดีว่าแกงเขียวหวานไก่บ้านเป็นเมนูที่วัดกึ๋นและทักษะพื้นฐานของแม่ครัวได้อย่างแม่นยำที่สุด การจะทำให้อร่อยล้ำเลิศจนมัดใจคนทั้งตลาดได้ ไม่เพียงต้องอาศัยเนื้อไก่บ้านเหนียวนุ่มกำลังดี แต่ยังต้องพึ่งพากะทิสดคั้นมือที่หอมมัน และที่สำคัญที่สุด... พริกแกงเขียวหวานที่โขลกสดๆ พร้อมเครื่องเทศลับจากมิติจิตในตัวนาง
ยามเย็น ณ บ้านไม้ปลายไร่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความอบอุ่น พันธกานต์นั่งขัดตอหม้อเตาถ่านอยู่หลังบ้าน แววตาคมกริบดุดันยามมองภรรยาคนสวยเต็มไปด้วยความห่วงใยและคลั่งรักจนปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหารินรดาที่กำลังงละม่อมเตรียมเครื่องปรุงด้วยความตั้งใจ
"พี่ได้ยินเรื่องที่ตลาดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมเอื้อมมาช่วยยกครกหินใบใหญ่มาวางบนโต๊ะ "ทำไมหนูรินต้องไปรับคำท้าบ้าบอแบบนั้นด้วย? ให้พี่ไปจัดการพูดคุยกับคนพวกนั้นให้จบๆ ไปเสียดีกว่าไหม"
รินรดาหันมามองสามี นางอมยิ้มเล็กน้อย ดวงตาระยิบระยับด้วยความมั่นใจ นางเดินเข้าไปใกล้ เอาสองมือโอบรอบลำคอหนาของชายหนุ่มเบาๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
"พี่เข้มคะ... ศักดิ์ศรีของแม่ครัว ไม่ได้วัดกันที่อำนาจหรือการขู่เข็ญหรอกนะคะ แต่มันวัดกันที่ปลายจวักต่างหากล่ะคะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์นิดๆ "อีกอย่าง... หนูรินอยากให้คนทั้งตลาดได้รู้ว่า สะใภ้บ้านไร่คนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฝีมือการทำอาหารจะตบหน้าคนที่ชอบดูถูกให้หงายเงิบไปเลย"
พันธกานต์หัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวแน่น สัมผัสอบอุ่นจากร่างกายของสามีทำให้ความเครียดทั้งวันมลายหายไปสิ้น "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็อยู่ข้างเมียเสมอ อยากได้วัตถุดิบอะไรเพิ่ม บอกมาคำเดียว พี่ไปคุ้ยหามาให้ได้หมด"
"งั้นคืนนี้... พี่เข้มต้องช่วยหนูโขลกพริกแกงสูตรพิเศษแล้วล่ะค่ะ"
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามสายส่องกระทบผืนผ้าใบแผงค้ากลางตลาดสด บรรยากาศรอบข้างคึกคักเป็นพิเศษเพราะข่าวการประชันฝีมือระหว่าง "ครัวคุณทิพย์" เจ้าถิ่น กับ "ครัวรินรดา" หน้าใหม่ไฟแรง แพร่สะพัดไปไกลจนผู้คนแห่กันมามุงดูหนาแน่นจนแทบไม่มีที่เดิน
ทิพวรรณยืนยิ้มเยาะอยู่หลังเตาของตน หม้อแกงเขียวหวานไก่บ้านส่งกลิ่นหอมของกะทิและใบโหระพากระจายไปทั่วบริเวณ นางมั่นใจในฝีมือตัวเองเต็มร้อยเพราะใช้พริกแกงสูตรลับที่สืบทอดกันมา
ในขณะที่ฝั่งของรินรดานั้นเรียบง่ายกว่ามาก แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ด้วยความแปลกตา ร่างระหงในชุดผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้านกำลังยืนตักกะทิเคี่ยวลงในกระทะเหล็ก กลิ่นหอมของพริกแกงเขียวหวานที่โขลกจากพริกขี้หนูสวนสีเขียวสด ผสมผสานกับรากผักชี ลูกผักชี และยี่หร่าคั่วหอมกรุ่น ลอยฟุ้งทะลวงไส้ทะลวงพุงผู้คนในตลาดจนน้ำลายสอ
รินรดาบรรจงใส่เนื้อไก่บ้านเหนียวนุ่มที่ผ่านการหมักเครื่องเทศลับจนเข้าเนื้อ ลงไปผัดเคล้ากับพริกแกงจนหอมฉุย ก่อนจะเติมหางกะทิเคี่ยวไฟอ่อนๆ จนเดือดปุดๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลาดีและน้ำตาลปี๊บแท้จากมะพร้าวอัมพวา ปิดท้ายด้วยการโรยพริกชี้ฟ้าแดงซอย มะเขือเปราะกรอบกรุบ และใบโหระพาสดๆ ที่เด็ดจากสวนหลังบ้านสดๆ ร้อนๆ
ทันทีที่ฝาหม้อดินถูกเปิดออกเพื่อตักแจกจ่ายให้คณะกรรมการและชาวบ้านผู้เป็นสักขีพยาน กลิ่นหอมละมุนล้ำลึกของแกงเขียวหวานสูตรพิเศษก็พวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วทั้งตลาดสด กลิ่นหอมเครื่องเทศซับซ้อนที่เตะจมูกผู้คน ทำให้เสียงพูดคุยจอแจเงียบลงในพริบตา ทุกคนต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างพร้อมเพรียง
ทิพวรรณที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อเห็นฝูงชนต่างเบียดเสียดแย่งกันยื่นถ้วยรอชิมแกงเขียวหวานฝีมือรินรดาอย่างเนืองแน่น
รินรดายกทัพพีขึ้นตักแกงเขียวหวานสีเขียวมรกตน่ารับประทานลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบยื่นส่งให้ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของตลาดด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนที่สายตาคมกริบจะหันไปสบตากับร่างสูงของพันธกานต์ที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่ไม่ไกล
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันล้ำเลิศจนกรรมการหลายคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความทึ่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังแหวกฝูงชนเข้ามาจากทางเข้าตลาด
"หลบไป! หลบไปให้หมด!"
ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภานและพาณิชย์อำเภอหลายคนเดินดุ่มๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าแผงของรินรดา หัวหน้าชุดหน้าตาถมึงทึงควักกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นให้ทุกคนได้ยิน
"มีผู้ร้องเรียนว่าร้านนี้ใช้สมุนไพรและวัตถุดิบต้องห้ามที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากทางการ! สั่งระงับการขายและยึดหม้อแกงตรวจสอบเดี๋ยวนี้!"
--------------------------------------------------------------
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ หวังว่าจะประทับใจในความสู้คนของน้องรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 9
ท้าประชันรสมือกลางตลาด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!