"ถอยไปอยู่ข้างหลังฉัน"
น้ำเสียงของพันธกานต์ทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต มือหนาที่หยาบกร้านจากการกรำงานหนักในไร่เอื้อมมาคว้าข้อมือของรินรดาเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก เขาไม่ได้หันมามองนาง แต่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังชายแปลกหน้าสามคนที่ยืนขวางหน้าประตูบ้าน ร่างกายกำยำของเขายืดเหยียดขยายขึ้นดูน่าเกรงขามกว่าทุกวัน
รินรดาไม่ได้สั่นกลัวอย่างที่เขาคาดคิด นางเพียงแค่ขยับมายืนเคียงข้าง มือบางที่เปื้อนคราบใบตองหยิบมีดทำครัวสั้นๆ ขึ้นมาถือไว้ในองศาที่พร้อมป้องกันตัว นางไม่ได้มีเพียงแค่ความกล้า แต่ในหัวของนางกำลังคำนวณ 'อาวุธ' ในมิติวิเศษ... พริกป่นจินดาแดงเข้มที่เผ็ดร้อนระดับสิบสามเกรดพิเศษ ถ้าสาดใส่หน้าพวกมันตอนนี้ รับรองว่าได้แสบไปถึงชาติหน้าแน่ๆ
"พวกแกเป็นใคร มาทำธุระอะไรที่บ้านคนอื่นในเวลาโพล้เพล้แบบนี้" พันธกานต์ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันจนชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นชะงัก
"เจ้าของไร่ข้างๆ ฝากมาบอกน่ะว่า... อย่าได้ริอ่านทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาในตลาดวันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกเราไม่เตือน" ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางเป็นหัวหน้าแสยะยิ้ม มองสำรวจรินรดาด้วยสายตาหยาบโลน "แล้วก็นะ... ถ้าเมียสวยขนาดนี้ จะปล่อยให้มาทำงานเหนื่อยๆ ทำไม ไปอยู่กับพวกข้าดีกว่าไหม รับรองว่าสบายกว่าอยู่ที่นี่เป็นไหนๆ"
คำว่า 'เมียสวย' ทำให้เส้นเลือดที่ขมับของพันธกานต์เต้นตุบๆ เขาไม่ได้รอให้พวกมันพูดจบ ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็พุ่งถึงตัวมันก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วกระแทกเข้ากับเสาบ้านเสียงดังสนั่น
"ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะทำให้พวกแกไม่มีปัญญาเดินกลับไปหาเจ้านาย"
ในจังหวะนั้นเอง ท้องฟ้าที่ดูมืดครึ้มมาตลอดทั้งวันก็ระเบิดเสียงคำรามดังสนั่น ฝนห่าใหญ่เทลงมาประหนึ่งฟ้ารั่ว น้ำฝนเย็นจัดสาดซัดกระทบหลังคาบ้านไม้เก่าๆ จนเกิดเสียงอื้ออึง ชายกลุ่มนั้นเห็นท่าไม่ดีประกอบกับความดุดันของพันธกานต์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่น จึงรีบถอยกรูดออกไปจากบริเวณบ้านอย่างทุลักทุเล
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนตกหนักหน่วง พันธกานต์ยืนหอบหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ยังคงถือมีดแน่น
"เข้าข้างในเถอะ ริน" เขากล่าวเสียงเรียบ เปลี่ยนอารมณ์จากนักล่ากลับมาเป็นชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์เพียงชั่วพริบตา
ภายในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไม้เก่าและความเย็นชื้น รินรดาวางมีดลงแล้วเริ่มจัดแจงปิดหน้าต่างที่ลมพัดแรงจนเกือบจะหลุดจากบานพับ พันธกานต์เดินตามเข้ามา เขามองร่องรอยของความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเนียนใสของภรรยาที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดไว้ค่อยๆ ปะทุขึ้น
"ฝนตกหนักขนาดนี้ ทางลงเขาคงเละหมดแล้ว คืนนี้... คุณคงต้องพักที่นี่" รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบ พลางเดินไปที่เตาไฟ ความเย็นจากสายฝนทำให้ใจนางโหยหาความอบอุ่น
"ริน... เกี่ยวกับเมื่อกี้" พันธกานต์ลังเล "ฉันไม่ควรให้พวกมันมาป้วนเปี้ยนใกล้คุณแบบนั้น"
"เราทำมาหากินสุจริต พวกมันต่างหากที่ต่ำช้า" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตามุ่งมั่นของนางทำให้หัวใจของอดีตนายทหารอย่างเขาเต้นผิดจังหวะ "วันนี้ทำแกงเผ็ดเนื้อใบยี่หร่าดีกว่านะคะ กลิ่นฉุนของเครื่องเทศกับความร้อนของพริกแกงจะช่วยไล่ความหนาวให้เราทั้งคู่เอง"
พันธกานต์มองแผ่นหลังบางที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตาไฟ รินรดาดูมีเสน่ห์เหลือเกินในยามที่นางตระเตรียมวัตถุดิบ มือเล็กๆ บรรจงตำพริกแกงจนละเอียด กลิ่นสมุนไพรทั้งข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และใบยี่หร่าที่เผ็ดร้อนอบอวลไปทั่วบ้าน มันเป็นกลิ่นแห่งชีวิต กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกว่า... บ้านหลังนี้มี 'คน' รอเขาอยู่จริงๆ
เมื่อแกงเผ็ดร้อนสีแดงจัดจ้านถูกตักใส่ชาม กลิ่นหอมฟุ้งกระจายตัดกับความเย็นของสายฝนข้างนอก พันธกานต์นั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเดิม เขาเฝ้ามองนางที่ตักข้าวสวยร้อนๆ มาวางตรงหน้า
"กินเสียสิคะ เดี๋ยวจะเย็นหมด" รินรดานั่งลงฝั่งตรงข้าม
พันธกานต์ตักแกงเข้าปาก ความเผ็ดร้อนที่ซ่านลึกไปถึงลำคอทำให้ร่างกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที มันเป็นความเผ็ดที่ไม่ได้ทำลายรสชาติ แต่กลับกระตุ้นให้อยากอาหารมากขึ้น รสชาติฝีมือรินรดานั้นเลิศรสจนเขาแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือผลงานของสตรีผู้บอบบางเบื้องหน้า
"อร่อย..." เขาพึมพำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของรินรดาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักไม่หยุดหย่อน บรรยากาศเริ่มอบอ้าวขึ้นด้วยความรู้สึกที่เกินจะควบคุม
รินรดาเองก็เริ่มรู้สึกลำคอแห้งผาก สายตาของพันธกานต์ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความเอ็นดู แต่มันคือสายตาของชายหนุ่มที่หิวกระหาย... ไม่ใช่แค่หิวข้าว แต่หิวกระหายในตัวนาง
"ริน..." เขาเรียกชื่อนางเสียงแหบพร่า ก่อนจะวางช้อนลงอย่างเชื่องช้า "ที่จริงแล้ว... ฉันไม่ได้แค่อยากมาพักที่นี่เพราะฝนตกหรอกนะ"
รินรดาชะงักมือที่กำลังถือช้อน ความเงียบเข้าปกคลุมบ้านอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น พันธกานต์โน้มตัวข้ามโต๊ะมาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นพอๆ กับกลิ่นเครื่องเทศในอากาศ
"เพราะอะไรคะ?" นางถาม เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน
พันธกานต์เอื้อมมือไปแตะที่ปลายคางของรินรดาอย่างแผ่วเบา นิ้วหยาบกร้านลากผ่านผิวเนียนนุ่มจนนางขนลุกซู่ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีใครบางคนกำลังจะพังบ้านเข้ามาท่ามกลางพายุนี้!
ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที พันธกานต์คว้ามีดที่วางอยู่ข้างตัวอีกครั้ง ดวงตาเปลี่ยนเป็นดุดันดังเดิม รินรดาคว้าตะเกียงไฟขึ้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เมื่อเสียงเคาะเงียบลง เสียงหนึ่งก็ดังลอดเข้ามาจากหลังบานประตูที่สั่นคลอน
"รินรดา! เปิดประตู! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน... และรู้ด้วยว่าแกซ่อน 'มิตินั่น' เอาไว้ที่ไหน!"
ครัวคุณยายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเผ็ดร้อนและหัวใจที่เต้นระรัวในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 7
สายฝนกับแกงเผ็ดร้อน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!