"ถ้าพริกแกงสำเร็จรูปถุงละสิบบาทของยายเพ็ญมันดีจริง ป่านนี้คนในตลาดคงไม่ต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดเคี้ยวข้าวเหนียวเปล่าๆ กับน้ำปลาเพราะความเค็มหลอกลวงหรอกค่ะแม่ค้า"
เสียงใสทว่ากังวานและเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของตลาดสดประจำอำเภอ รินรดาในชุดผ้าพื้นเมืองสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีครามสะอาดตา ยืนกอดอกพิงแผงไม้ไผ่ของตนเองอย่างมั่นอกมั่นใจ เบื้องหน้าของเธอคือครกหินอ่างศิลาใบเขื่องที่เพิ่งผ่านการล้างทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลา ส่งประกายวาววับล่อตาล่อใจผู้คนที่เดินผ่านไปมา
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ "ยายเพ็ญ" เจ้าของร้านขายพริกแกงสำเร็จรูปเจ้าประจำที่ตั้งแผงอยู่ฝั่งตรงข้ามสะดุ้งโหยง หน้าตึงเปรี๊ยะราวกับหนังกลองเพล ยายเพ็ญส่งเสียงแค่นฮึดฮัดในลำคอด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับตักพริกแกงสีแดงจัดจ้านที่ผสมแป้งและสีผสมอาหารจนเยิ้มมันใส่ถุงพลาสติกให้ลูกค้าด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น
"นังริน! ปากคอเรานี่มันร้ายกาจขึ้นทุกวันนะ! พริกแกงฉันทำขายมาสิบปี ลูกค้าติดกันทั้งอำเภอ แกเพิ่งมาตั้งแผงขายได้ไม่กี่วัน อย่ามาปากดีพูดจาตัดขาชาวบ้านเขานะยะ!" ยายเพ็ญแว้ดเสียงแหลมสูงจนแม่ค้าปลาแห้งข้างๆ ต้องรีบหันมาทำตาปริบๆ รอดูความบันเทิงยามสาย
รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับหยิบ "ลูกผักชี" และ "ยี่หร่า" คั่วแห้งที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกรุ่นออกมาจากขวดโหลแก้วใสขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
"ถ้าของยายดีจริง ลูกค้าคงไม่เดินคอตกกลับมาถามหาพริกแกงตำสดของฉันหรอกค่ะ จริงไหมคะคุณป้าเสื้อลาย?" รินรดาหันไปยิ้มหวานให้กับลูกค้าขาประจำที่เพิ่งเดินกลับมาหน้ามุ่ย หลังจากซื้อพริกแกงถุงจากร้านยายเพ็ญไปทำแกงไตปลาเมื่อวานแล้วครอบครัวบ่นอุบว่าเค็มปี๋และมีกลิ่นแป้งบูด
ป้าเสื้อลายพยักหน้ารัวๆ สมทบทันที "นั่นสิยายเพ็ญ แกงเมื่อวานฉันใส่พริกแกงบ้านเธอ ลูกชายฉันตักคำเดียววางช้อนเลย บอกว่ามีแต่รสผงชูรสกับความเค็มกัดลิ้น สู้พริกแกงยายรินเมื่อสามวันก่อนไม่ได้ หอมเครื่องเทศไทยแท้ๆ เผ็ดร้อนลึกถึงทรวงใน"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบแผง ยายเพ็ญหน้าเสีย ถลึงตาใส่ป้าเสื้อลายจนแทบถลน แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น รินรดาลอบยิ้มในใจ เธอรู้ดีว่าในยุคที่วัตถุดิบทุกอย่างถูกย่นย่อด้วยสารเคมีและผงสำเร็จรูป ผู้คนมักหลงลืมกลิ่นอายดั้งเดิม แต่วิญญาณของความเป็นเชฟและมิติพิเศษในจิตใจที่เก็บรักษา "เครื่องเทศป่าหายาก" ไว้เพียบ ไม่ยอมให้เธอยอมแพ้ต่อกลลวงตื้นๆ แบบนี้แน่นอน
ในขณะที่สงครามน้ำลายกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชื้อสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาตามแบบฉบับชายอกสามศอกก็เดินแหวกฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างแผง กลิ่นอายความดุดันและกลิ่นไอดินจางๆ ลอยมาแตะจมูก พันธกานต์ หรือ "พี่เข้ม" ของรินรดา กวาดสายตาคมกริบมองรอบตัวด้วยความระแวดระวังราวกับนายพรานตรวจพื้นที่ ก่อนจะวางตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ลงบนโต๊ะเสียงดังตุบ
"ใครมันกล้ามาหาเรื่องเมียพี่... บอกมา เดี๋ยวพี่ไปคุยด้วยหลังตลาด" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งเอ่ยขึ้นด้วยความจริงจัง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่ร้านยายเพ็ญจนยายเพ็ญต้องรีบหันไปจัดกระปุกพริกแกงแก้เก้อ
รินรดาใจกระตุกวูบ ความอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างกะทันหัน เธอมองค้อนสามีหนุ่มร่างยักษ์ที่ทำท่าเหมือนจะไปประกาศสงครามกับคนทั้งตลาด "พี่เข้มคะ! นี่มันตลาดนะ ไม่ใช่สนามรบ จะไปขู่ใครเขาล่ะคะเนี่ย มาพอดีเลย ช่วยไปลากเก้าอี้มานั่งช่วยตำเครื่องแกงเลยค่ะ วันนี้เราจะโชว์ของดีให้ตลาดแตกกันไปข้างหนึ่งเลย"
พันธกานต์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็นและมีเพียงรินรดาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น ชายหนุ่มดึงเก้าอี้ไม้มานั่งประจำที่ข้างครกหินทันทีอย่างรู้หน้าที่ โดยมีสายตาของชาวบ้านนับสิบชีวิตจ้องมองมาด้วยความสนใจ
"เอาสิ อยากให้พี่ตำตรงไหน บอกมา" เสียงทุ้มเอ่ยพางถอดนาฬิกาข้อมือออกวางไว้บนโต๊ะ แขนล่ำสันเริ่มขยับเตรียมพร้อม
รินรดาพยักหน้ารับอย่างฮึกเหิม เธอเปิดฝากล่องไม้สนในมิติลับออก แสงเรืองรองสีทองจางๆ วับวามอยู่ชั่วพริบตาเดียว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะดึงเอาวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาวางตรงหน้า
"วันนี้เราจะทำ 'พริกแกงเผ็ดใต้สูตรโบราณ' ขับเน้นกลิ่นอายเครื่องเทศป่าที่พี่เข้มไปเก็บมาให้จากท้ายไร่เมื่อวานค่ะ!"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมของสมุนไพร เธอบรรจงหยิบข่าแก่เนื้อแน่นสีนวล หั่นเป็นแว่นบางๆ ตามด้วยตะไคร้ต้นอวบอ้วนที่ซอยละเอียด ผิวมะกรูดสดๆ ที่ส่งกลิ่นน้ำมันหอมระเหยเตะจมูก ตามด้วยพริกขี้หนูสวนสีแดงสดเม็ดเล็กพริกขี้หนูแห้งย่างไฟจนหอมกรุ่น กระเทียมไทยกลีบเล็กกลิ่นฉุน และหอมแดงหัวโตที่แกะเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา
ทุกขั้นตอนรินรดาลงมือทำด้วยความประณีต บรรจงใส่ลงไปทีละอย่างในครกหินอ่างศิลาใบใหญ่
"พี่เข้มคะ เริ่มจากข่า ตะไคร้ และผิวมะกรูดก่อน ตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันก่อนค่อยใส่พริกนะคะ ไม่งั้นชิ้นข่ามันจะกระเด็นเข้าตาชาวบ้านเขา" รินรดาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับเชฟใหญ่ในห้องครัวภัตตาคารห้าดาว
พันธกานต์พยักหน้ารับ สองมือแกร่งจับสากหินหนักอึ้งอย่างมั่น
*โครก... โครก... โครก...*
เสียงสากกระทบก้นครกดังสนั่นกังวานเป็นจังหวะหนักแน่น ทรงพลัง แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่ทำให้ครกแตก เสียงนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนในตลาดให้หันมามองเป็นตาเดียว กลิ่นหอมอวลของข่าและตะไคร้สดๆ ที่ถูกบดขยี้เริ่มฟุ้งกระจายลอยไปตามลม ผสมผสานกับกลิ่นผิวมะกรูดน้ำมันหอมระเหยที่แตกตัวออกมา ช่างเป็นกลิ่นที่สดชื่น รัญจวนใจ และแตกต่างจากกลิ่นพริกแกงสำเร็จรูปที่ใส่สารเคมีอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเครื่องสมุนไพรแรกลงตัวจนละเอียดเนียน รินรดาก็หยิบพริกขี้หนูแห้งย่างและพริกสดลงไปสมทบ พร้อมกับเกลือสมุทรเม็ดโต และที่เด็ดที่สุดคือ "พริกไทยดำป่า" เม็ดเล็กๆ ที่มีกลิ่นฉุนร้อนแรงจากมิติลับของเธอเอง เธอบรรจงเทลงไปในครก
"เอาล่ะค่ะพี่เข้ม คราวนี้ตำให้เข้ากัน แรงๆ เลยค่ะ!"
พันธกานต์สูดหายใจเข้าลึกรับกลิ่นหอมเผ็ดร้อนที่ลอยเข้าจมูก ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับ เขาออกแรงเพิ่มขึ้น กล้ามแขนปูดโปนตามแรงเหวี่ยงสาก
*ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!*
เสียงตำดังกึกก้อง พริกสีแดงสดค่อยๆ ถูกบดขยี้รวมตัวกับสมุนไพรสีนวลจนกลายเป็นเนื้อพริกแกงสีส้มแดงฉาน เนื้อเนียนละเอียด เนื้อสัมผัสมีความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้างและไม่เยิ้มมันจนน่าเกลียดแบบพริกแกงตลาดทั่วไป
ในวินาทีนั้นเอง สายลมยามสายก็พัดโชยเข้ามาพอดี หอบเอา "กลิ่นหอมของพริกแกงตำสด" พุ่งทะยานข้ามผ่านแผงของยายเพ็ญ กระจายตัวอบอวลไปทั่วทั้งตลาดสด กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของเครื่องเทศไทยแท้ๆ ทั้งข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และพริกไทยดำป่า ตีเข้าจมูกของพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่กำลังเดินเลือกซื้อของจนทุกคนต้องหยุดชะงักเงยหน้าขึ้นสูดดม
"อุ๊ย! กลิ่นอะไรน่ะ หอมฉุนชวนน้ำลายสอชะมัด!" เสียงอุทานดังขึ้นจากกลุ่มแม่บ้านที่เดินมาทางนี้
"นั่นสิ หอมกลิ่นข่าตะไคร้กับพริกไทยดำเตะจมูกมาก ไม่ใช่กลิ่นเหม็นหืนแบบพริกแกงถุงแน่ๆ!"
ลูกค้ารายแรกเดินตรงดิ่งเข้ามาที่แผงของรินรดาทันทีโดยไม่ต้องกวักมือเรียก สายตาจ้องมองไปที่ครกหินซึ่งตอนนี้ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนหิว "น้องริน! พริกแกงในครกนั้นขายยังไง ฉันเอาครึ่งกิโลเลย! ขอแบบนี้เลยนะ ไม่เอาแบบสำเร็จรูปถุงละสิบบาทนั่น!"
ยายเพ็ญที่ยืนมองอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าซีดเผือด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อไม้ ลมหายใจสะดุดเมื่อเห็นลูกค้าแห่กันกรูเข้ามาล้อมแผงของรินรดาแน่นขนัดราวกับแจกฟรี
รินรดายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี เธอตักพริกแกงสีส้มแดงสดเนื้อเนียนขึ้นมาด้วยช้อนไม้ กลิ่นหอมกรุ่นพุ่งกระแทกใจคนรอซื้อจนกลืนน้ำลายเอื้อมกันเป็นแถว
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะชั่งน้ำหนักพริกแกงใส่ใบตองให้ลูกค้ารายแรกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากทางเข้าตลาดสด ร่างของชายแปลกหน้าสามคนในชุดสูทสีเข้ม หน้าตาถมึงทึง เดินแหวกฝูงชนตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผงของเธอด้วยท่าทีคุกคาม
ชายคนกลางสวมแว่นตากลมหนา ยกยิ้มมุมปากอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะกวาดสายตามองพริกแกงในครกด้วยแววตารังเกียจ แล้วเอ่ยเสียงดังลั่นให้ทุกคนได้ยิน
"รินรดาใช่ไหม? ทางบริษัทแม่สั่งมาให้เธอหยุดขายของชิ้นนี้ทันที เพราะสูตรพริกแกงนี้มันเป็น... 'ของขโมย' จากตระกูลเรา!"
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันตาเห็น รินรดาชะงักมือที่กำลังจะห่อใบตอง ดวงตาคมกวาดมองชายแปลกหน้าด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว ขณะที่พันธกานต์ข้างกายค่อยๆ วางสากในมือลงช้าๆ กล้ามเนื้อสันหลังเกร็งตึงพร้อมระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มลองรสชาติความสุขหลังบ้านของพี่เข้มกับน้องรินด้วยกันนะคะ!)
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 6
เครื่องแกงทำเองมีเสน่ห์กว่าที่คิด
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!