“เงินก้อนนั้น... พี่เอาไปทำอะไรคะ?”
รินรดาเอ่ยถามขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังกำด้ามตะหลิวไม้แน่น สายตาคมกริบของเธอจดจ้องไปยังใบหน้าของพันธกานต์ที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินท่ามกลางครัวหลังบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟและเครื่องเทศที่กำลังคั่วจนหอมฟุ้ง บรรยากาศเงียบงันไปชั่วอึดใจ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำมันที่หยดลงบนเตาถ่านดังเปาะแปะเป็นจังหวะ
พันธกานต์ที่มักจะดูน่าเกรงขามในสายตาคนทั้งหมู่บ้าน บัดนี้กลับยืนไหล่ตก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ วางมือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบลงบนขอบเตาไม้ที่เธอใช้ประกอบอาหาร
“เรื่องหนี้สิน... พี่จัดการเองได้ รินไม่ต้องเอามาใส่ใจ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแข็งกระด้างตามนิสัยเดิม แต่ทว่าแววตาที่มองมากลับมีความอ่อนโยนที่พยายามซ่อนไว้ “รินแค่ดูแลเรื่องกับข้าวของรินไปก็พอ ส่วนเรื่องเงินก้อนนั้น พี่ไม่มีวันให้มันมากระทบถึงครัวของรินแน่นอน”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความดื้อรั้นของสามีคนนี้ เธอรู้ดีว่าพันธกานต์เป็นพวก ‘แบกโลกไว้คนเดียว’ เขาอาจจะซื่อสัตย์และรักเธอมาก แต่นิสัยไม่ยอมพูดความจริงนี่สิที่น่าปวดหัวที่สุด
“พี่กานต์คะ” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน “หนี้ก้อนโตที่ว่า... มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าหากมันคือบ่วงที่คนพวกนั้นใช้ผูกมัดพี่ พี่ก็ควรจะให้รินช่วยสิคะ อย่าลืมว่าตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว หรือพี่คิดว่ารินทำกับข้าวเก่งแค่เรื่องปากท้อง แต่แก้ปัญหาเรื่องเงินไม่เป็น?”
พันธกานต์ชะงัก สายตาคมกริบของอดีตทหารมองดูหญิงสาวตรงหน้า รินรดาในวันนี้ดูแตกต่างจากหญิงสาวอ่อนแอที่เขาเคยช่วยไว้เมื่อปีกลาย เธอมีความเด็ดเดี่ยว มีประกายความฉลาดที่ซ่อนอยู่หลังแววตาคู่นั้น ยิ่งเมื่อเห็นท่าทางคล่องแคล่วตอนที่เธอเริ่มบรรจงโรยพริกไทยคั่วลงในกระทะแกงคั่วกลิ้งเนื้อที่กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วชายป่า เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยอมจำนน
“...คนพวกนั้นมาหาพี่เมื่อวาน พวกมันขู่ว่าจะมายึดเครื่องครัวของรินไปขายทอดตลาด” พันธกานต์ตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาสั่นไหวด้วยความโกรธแค้นที่พยายามสะกดไว้ “พี่ถึงได้เอาโฉนดที่ดินไปค้ำประกันหนี้ที่พี่เคยกู้มาซ่อมบ้านกะว่าใช้ทัน แต่ดอกเบี้ยมันขึ้นเร็วเหลือเกิน”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธปะทุขึ้นในใจไม่ใช่เพราะเขาเป็นหนี้ แต่เพราะเขาเลือกที่จะแบกรับมันไว้เพียงลำพังโดยมองข้ามศักยภาพของภรรยาคนนี้ไป
“ขยับไปค่ะ” รินรดาสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงความนุ่มนวล “มาช่วยรินตำเครื่องแกง เดี๋ยวนี้! ถ้าอยากให้บ้านหลังนี้มั่นคง ก็ต้องเริ่มจากการทำกับข้าวให้รวยก่อน หนี้แค่นี้... ขนหน้าแข้งของรินก็ไม่ร่วงหรอกค่ะ”
พันธกานต์อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมขยับเข้ามาหยิบสากหินขึ้นมาอย่างว่าง่าย ความตึงเครียดที่ปกคลุมครัวหลังบ้านค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจังหวะการทำงานที่สอดประสานกันอย่างประหลาด รินรดาคอยปรุงรส แกงคั่วกลิ้งเนื้อสูตรเด็ดที่เธอใส่เคล็ดลับจากมิติเครื่องเทศหายากลงไปเล็กน้อย กลิ่นหอมฟุ้งกระจายแรงจนคนเดินผ่านหน้าบ้านต้องเหลียวหลังมามอง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเร่งมือจัดเตรียมอาหารสำหรับล็อตใหญ่ที่จะนำไปส่งตลาดมืดพรุ่งนี้ พันธกานต์ก็เหลือบเห็นรินรดาหยิบ ‘ขวดเครื่องเทศ’ ประหลาดออกมาจากย่ามผ้าใบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน กลิ่นหอมของมันช่างเข้มข้นจนเขารู้สึกได้ถึงพลังที่แฝงอยู่ในนั้น
“ริน... กลิ่นนี่มัน...” พันธกานต์พึมพำ ดวงตาเบิกกว้าง
“ความลับของแม่ค้ามือทองค่ะพี่กานต์” รินรดายิ้มมุมปาก “ถ้าอยากปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เราต้องทำให้ร้านค้าเจ้าใหญ่ในเมืองต้องยอมสยบให้รสมือของเรา”
ทว่าในจังหวะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางไอควันจากเตาถ่าน เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นหู
“พันธกานต์! ออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ครบกำหนดสามวันแล้ว โฉนดที่ดินน่ะ จะเอามาคืนพวกข้าดีๆ หรือจะให้พวกข้าพังบ้านหลังนี้ทิ้ง!”
ใบหน้าของพันธกานต์เปลี่ยนสีทันที เขาวางสากในมือลง เตรียมจะพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น แต่รินรดากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น เธอไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเธอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความท้าทาย
“อยู่ตรงนี้ค่ะพี่กานต์” รินรดาพูดเสียงเย็น “วันนี้รินเพิ่งทำแกงหม้อใหญ่เสร็จพอดี ดูซิว่าเจ้าหนี้ใจโฉดพวกนี้ จะทนกลิ่นหอมของ 'แกงมัดใจ' ที่รินปรุงได้นานแค่ไหน”
มือเรียวบางของรินรดาคว้าฝาหม้อแกงขึ้น เผยให้เห็นไอความร้อนสีขาวขุ่นที่ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกครัวทันที กลิ่นหอมฉุนกึกของสมุนไพรโบราณและเครื่องเทศลึกลับพุ่งทะลุออกไปปะทะกับจมูกของผู้มาเยือนที่อยู่หน้าประตูจนพวกมันต้องชะงักกึกพร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด
รินรดาเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในขณะที่พันธกานต์เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยสายตาพร้อมปะทะ แต่ทว่า... สิ่งที่พวกเขากลับพบที่หน้าบ้านนั้น กลับไม่ใช่เจ้าหนี้ที่ถือไม้หน้าสามมาอาละวาดอย่างที่คิด
มันกลับเป็น ‘ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมราคาแพง’ ที่ยืนตะลึงค้างอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับจานเปล่าในมือที่เขาแอบหยิบมาจากไหนไม่ทราบได้!
“กลิ่นนี้... กลิ่นนี้มันคืออะไรกัน... ข้าขอนะ! ใครก็ได้ เอาแกงนี่มาให้ข้าชิมหน่อย!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในครัวหลังบ้านของรินรดานะคะ
ครัวคุณยาย
กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด•ตอนที่ 5
ศึกชิงตะหลิวข้างบ้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของแม่ทัพผู้เกรี้ยวกราด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!