กลิ่นอายของเตาหลอมโอสถระดับปฐพีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในถ้ำบำเพ็ญเพียรยังไม่ทันจางหาย ไป๋เฉินก็ก้าวเท้าออกมาเผชิญหน้ากับสายตาอันเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งพันปีของมู่หรั่นชิงเสียแล้ว
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงขอลงเขาไปเดินตลาดโอสถด้วยตัวคนเดียว?"
น้ำเสียงของนางราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับกดดันจนบรรยากาศรอบกายพลันหนาวเหน็บลงหลายส่วน ดวงตาคู่งามดุจหงส์กวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับต้องการมองทะลุปรุโปร่งว่าศิษย์ตัวแสบผู้นี้กำลังคิดแผนการเจ้าเล่ห์อันใดอยู่อีก
ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งกะล่อนและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เหลือร้าย เขาประสานมือคารวะอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะรู้ดีว่าเบื้องหลังความเย็นชานั้นซ่อนความห่วงใยเอาไว้ลึกซึ้งเพียงใด
"เรียนท่านอาจารย์... สมุนไพรวิญญาณบนยอดเขาเหมันต์สวรรค์ล้วนเป็นของหายากก็จริง แต่บางชนิดที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นระดับต่ำ กลับหาได้ง่ายตามตลาดค้าโอสถในเมืองเบื้องล่าง ศิษย์เพียงต้องการไปเปิดหูเปิดตา หาซื้อสมุนไพรมาฝึกฝนฝีมือการหลอมโอสถเพิ่มเติม เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อที่เป็นศิษย์เอกของมู่หรั่นชิงผู้ยิ่งใหญ่ไงครับ"
คำว่า 'ศิษย์เอก' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือความขี้เล่นอย่างจงใจ จนมุมปากของเซียนสาวผู้สูงส่งกระตุกวูบหนึ่งอย่างแทบไม่สังเกตเห็น แต่นางก็ยังคงรักษามาดมั่นคงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
"หึ... เกรงว่าเจ้าไม่ได้ไปแค่หาซื้อสมุนไพรหรอกกระมัง ไป๋เฉิน เจ้ามีความลับอันใดปิดบังข้าอยู่ หรือคิดจะไปสร้างเรื่องสร้างราวที่ใดอีก?" มู่หรั่นชิงก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นอายความเย็นเยือกของเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งแผ่ซ่านจนเส้นผมของไป๋เฉินปลิวไสว
"โธ่ ท่านอาจารย์... ศิษย์เป็นคนว่าง่ายถึงเพียงนี้ จะกล้าไปสร้างเรื่องที่ไหนกันเล่าครับ หากท่านไม่วางใจ เช่นนั้นก็..." ไป๋เฉินโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าริมฝีปากกลับเกือบจะเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มของนาง "เช่นนั้น... ท่านก็ลองตามลงไปคุมความประพฤติศิษย์ด้วยตนเองดูสิครับ?"
เปรี้ยง!
ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งวาบผ่านใบหูของไป๋เฉินจนเส้นผมขาดสะบั้นไปเส้นหนึ่ง แต่มู่หรั่นชิงกลับเบือนหน้าหนีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามควบคุมให้มันกลับมาเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็วเพียงใด แต่หัวใจที่เต้นระรัวในอกย่อมไม่อาจหลอกลวงสัมผัสอันเฉียบคมของอดีตมหาเทพได้
"3 วัน... หากเจ้าไม่กลับมาภายในสามวัน ข้าจะขึ้นไปพังแผงสมุนไพรที่เจ้าไปเดินให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
มู่หรั่นชิงสะบัดแขนเสื้อ ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคคาดโทษก่อนที่ร่างระหงจะเลือนหายไปในกลีบเมฆ ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบมองตามทิศทางที่อาจารย์สาวจากไปอย่างเอ็นดู "ปากแข็งเสียจริง... ทั้งที่ห่วงข้าเสียขนาดนั้นแท้ๆ"
---
ณ เมืองตลาดโอสถ 'อวิ๋นไห่' เมืองการค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาเขตแดนเซียน บรรยากาศภายในตลาดเต็มไปด้วยความจอแจ เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเร่ขายศิลาวิญญาณ โอสถหลากระดับ และอาวุธวิเศษดังระงมไปทั่ว ผู้บำเพ็ญเพียรนับร้อยเดินขวักไขว่ แผ่ซ่านกลิ่นอายพลังปราณหลากสีสันตัดกันไปมา
ไป๋เฉินในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งถือพัดจีบที่ซื้อมาจากร้านข้างทาง ปลายสายตาคอยกวาดมองแผงขายสมุนไพรสองข้างทางอย่างพินิจพิเคราะห์
*สมุนไพรหญ้าวิญญาณโลหิต... คุณภาพต่ำเกินไป*
*โสมร้อยปี... อายุขัยยังไม่ถึงเกณฑ์ ใช้ไม่ได้*
เดินมาได้ครึ่งค่อนวัน เขากลับยังไม่ได้วัตถุดิบที่ถูกใจเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเหนือล้ำของอดีตมหาเทพก็พลันจับสังเกตบางอย่างได้—มีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบสะกดรอยตามเขามาตั้งแต่ทางเข้าเมือง
*หึ ตามมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ อาจารย์*
ไป๋เฉินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขาจงใจเดินเลี้ยวเข้าสู่ตรอกซอกซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวและมืดทึบ ซึ่งเป็นเส้นทางลัดไปยังเขตย่านการค้าด้านใน ตรอกแห่งนี้ไร้ซึ่งผู้คนสัญจร มีเพียงกำแพงหินสูงตระหง่านทั้งสองฝั่งและเงาไม้ที่ทอดตัวยาว
เมื่อเดินมาจนถึงกลางตรอก ไป๋เฉินก็หยุดเดินทันที เขาหมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว พัดในมือถูกหุบลงเคาะเบาๆ กับฝ่ามือ พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"ตามมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ยอมปรากฏกายเล่าครับ หรือว่า... ทนความคิดถึงศิษย์คนนี้ไม่ไหว จนต้องแอบมองใกล้ๆ เช่นนี้?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่สายลมเย็นยะเยือกจะพัดวูบผ่าน กลีบเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากThe rooftops ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพเซียนปรากฏขึ้นขวางทางออกเบื้องหลัง นางยืนกอดอก ใบหน้างดงามเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าประกายในดวงตากลับมีความขุ่นเคืองระคนกระดากอายฉายชัด
"ใครคิดถึงเจ้ากัน อย่าหลงตัวเองให้มากนัก ไป๋เฉิน!" มู่หรั่นชิงเค้นเสียงลอดไรฟัน นางไม่ได้ตั้งใจจะตามมาประชิดตัวรวดเร็วเช่นนี้ แต่อีกฝ่ายกลับรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว
ไป๋เฉินก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "ถ้าไม่ได้คิดถึง แล้วเหตุใด 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้' ผู้สูงส่ง ถึงได้ลดตัวลงมาเดินในตรอกซอกซอยสกปรกเช่นนี้เพื่อตามเด็กดื้ออย่างข้าเล่าครับ?"
มู่หรั่นชิงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง อากาศรอบกายพลันร้อนรุ่มขึ้นอย่างประหลาด ทั้งที่นางเป็นผู้ใช้วิชาธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์
"ข้า... ข้าแค่มารักษาความปลอดภัยให้สำนัก เกรงว่าเจ้าจะไปก่อเรื่องสร้างความอับอายให้ยอดเขาเหมันต์สวรรค์ต่างหาก!" นางเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรี
ไป๋เฉินหยุดยืนตรงหน้าห่างจากนางเพียงแค่คืบ ดวงตาคมกริบทอดมองลึกลงไปในดวงตานิ่งงันคู่นั้น น้ำเสียงที่เอמהนุ่มนวลและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนทำให้นางชะงัก
"ท่านอาจารย์... รู้ไหมครับว่า การที่ท่านห่วงใยผมจนต้องแอบตามลงมาเช่นนี้ ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่า... โลกใบนี้ต่อให้ต้องฝืนลิขิตฟ้าดิน ผมก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างท่านคนเดียว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง หัวใจของมู่หรั่นชิงกระตุกวูบอย่างรุนแรง คำพูดที่ราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งคำสาบานนี้ สั่นคลอนจิตวิญญาณแห่งเซียนของนางจนแทบพังทลาย
ทว่า—ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและตรึงเครียดในคราวเดียวกันนั้นเอง
*ตูมมม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากตลาดด้านนอกดังทะลวงผ่านกำแพงหินเข้ามา ตามมาด้วยแรงกดดันของพลังปราณระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่แผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองตลาดถึงกับกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน
เงาสีดำทมิฬนับสิบสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เหนือตลาดโอสถอวิ๋นไห่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ
"ฮ่าๆๆๆ! มู่หรั่นชิง! ในที่สุดเจ้าก็ลงมาจากยอดเขาเหมันต์สวรรค์แล้วสินะ วันนี้... คือวันตายของพวกมัน!"
ดวงตาของมู่หรั่นชิงเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบถึงขีดสุด รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างจนเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวร่วงหล่นกราว นางหันไปมองไป๋เฉินที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ราวกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าเป็นเพียงเรื่องสนุก
"พวกมัน... ตามล่าข้า" มู่หรั่นชิงเอ่ยเสียงเย็น
ไป๋เฉินเอื้อมมือไปแตะปลายกระบี่น้ำแข็งที่เหน็บอยู่ข้างเอวของนางเบาๆ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายคมปลาบราวกับคมกระบี่ที่หลุดจากฝัก
"ดูท่า... วันนี้ผมคงต้องแสดงฝีมือให้ท่านอาจารย์ได้ชมเสียแล้วกระมังครับ ว่าเด็กดื้อคนนี้ ปกป้องคนที่รักได้อย่างไรบ้าง"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ด้วยจิตคารวะและปลายพู่กันแห่งศรัทธา — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 11
ลงเขาครั้งแรกสู่เมืองตลาดโอสถ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!