กลิ่นอายอัศเจรีย์แห่งหิมะพันปีมิอาจกลบเกลื่อนร่องรอยความปั่นป่วนที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้ หยาดน้ำค้างแข็งเกาะพราวบนปลายกระบี่วิญญาณ 'เหมันต์นิรันดร์' ทว่าไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม กลับทำให้มิติรอบตัวสั่นสะเทือนพร่าเลือน
"ไป๋เฉิน..."
เสียงเรียกนั้นเย็นเยียบดุจธารน้ำแข็งใต้พิภพ แต่มันกลับสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่เจ้าของเสียงพยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจตนเอง มู่หรั่นชิงยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้าเสาหยกศิลาจารึกเคล็ดวิชา นางกวาดสายตาคมกริบมองศิษย์ตัวแสบผู้สร้างความสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเจ็ดสำนักใหญ่อย่างไม่เว้นแต่ละวัน
"อาจารย์เรียกศิษย์ด้วยความคิดถึง หรือเกรงว่าหัวใจของท่านจะเต้นผิดจังหวะกันแน่ครับ?"
ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นเปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และเสน่ห์เหลือร้ายที่ชายชาตรีทั่วไปไม่อาจเทียบเทียม ในร่างของเด็กหนุ่มไร้รากปราณผู้นี้ จิตวิญญาณของมหาเทพกระบี่ไร้พ่ายหาได้หลับใหลไม่ ตรงกันข้าม เขากลับจงใจแผ่ไอพลังปราณอันลึกล้ำออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า เพื่อทดสอบความอดทนของหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นเซียนน้ำแข็งร้อยลี้
มู่หรั่นชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย นางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รัศมีกดดันระดับ 'ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ' แผ่ขยายออกจนเกล็ดหิมะรอบกายหยุดนิ่งกลางอากาศ
"เจ้าเด็กสารเลว... เจ้ายังไม่สำนึกอีกหรือ?" มู่หรั่นชิงเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของตนกลับคืนมา "การที่เจ้าใช้กระบี่เดียวสยบสิบทิศในการประลองสำนักย่อยเมื่อวานนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเจ้าโดดเด่นเกินไป ขั้วอำนาจเบื้องบนเริ่มจับตาดูเจ้าแล้ว เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะรับมือกับเงาพญามารนับพันที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืดได้กระนั้นหรือ?"
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกับไอหนาวจนเกิดเป็นละอองหมอกจางๆ
ไป๋เฉินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาก้าวเข้าไปประชิดนางจนกลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ลอยเข้าแตะนาสิก มู่หรั่นชิงสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ นางถอยหลังไปครึ่งก้าวแต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาหยกศิลาไร้ทางหนี
"อาจารย์เป็นห่วงศิษย์สินะครับ..." ไป๋เฉินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อระเรื่ออย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทุ้มนุ่ม และเต็มไปด้วยความจริงจังที่สั่นสะเทือนก้นบึ้งหัวใจของนาง "ต่อให้ทั่วทั้งฟ้าดินจะประกาศเป็นศัตรู หรือเงาพญามารนับหมื่นจะถาโถมเข้ามา... ขอเพียงแค่ข้าได้ปกป้องรอยยิ้มอันเย็นชานี้ของท่านไว้ ข้า... ไป๋เฉินผู้นี้ ย่อมไม่เสียดายแม้แต่ชีวิตเดียว"
*ตู้ม!*
ราวกับมีอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนสาวผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด หัวใจที่เต้นช้ามานับร้อยปีบัดนี้กลับเต้นรัวระรัวดุจกลองศึก มู่หรั่นชิงรู้สึกราวกับเลือดลมทั่วร่างพุ่งพล่าน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยปรากฏริ้วแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู นางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมปลาบที่พราวระยับด้วยประกายความรักอันลึกซึ้งคู่นั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว สมองขาวโพลนจนลืมสิ้นซึ่งคำตระเตรียมที่จะสั่งสอนศิษย์ตัวแสบ
"เจ้า... เจ้าพูดจาเหลိုးไหลอันใดกัน..." มู่หรั่นชิงเอ่ยตะกุกตะกัก น้ำเสียงที่เคยเฉียบคมขาดห้วง นางยกมือขึ้นหมายจะผลักอกเขาออก ทว่าฝ่ามือเรียวงามนั้นกลับถูกมือใหญ่ของไป๋เฉินกุมไว้ได้อย่างแนบแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมซับผ่านผิวเนื้อเข้าสู่หัวใจ ทำให้น้ำแข็งพันปีที่ห่อหุ้มวิญญาณของนางละลายลงอย่างช้าๆ
"ข้าไม่ได้เหลวไหลนะครับอาจารย์" ไป๋เฉินกระชับมือที่กุมไว้นั่นแน่นขึ้น ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่สั่นระริกของนางด้วยความหลงใหล "สิ่งที่ข้าพูดออกมา ล้วนกลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณที่ข้ามผ่านกาลเวลามาเพื่อพบท่าน..."
ทันใดนั้นเอง ท้องนภาเหนือยอดเขาเหมันต์สวรรค์ที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมาพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงรากแก้วแห่งปฐพี
อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางเวหา แผ่พุ่งรังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งยอดเขา
มู่หรั่นชิงได้สติกลับคืนมาในทันที สัญชาตญาณแห่งเซียนผู้ยิ่งใหญ่กรีดร้องเตือนภัย นางสะบัดมือหลุดจากการกุมรั้ง เบนสายตาคมกริบขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น
"แย่แล้ว..." มู่หรั่นชิงพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา "มันมาเร็วกว่าที่คาดไว้..."
ไป๋เฉินหันไปมองตาม ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยประกายตาดุดันคมกริบดุจกระบี่ไร้พ่ายที่ถูกชักออกจากฝัก
ท่ามกลางม่านเมฆสีม่วงที่กำลังแหวกออก เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ภูเขาหิมะทั้งลูกสั่นสะเทือน บุคคลผู้นั้นก้มมองลงมายังพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูมดปลวก พร้อมกับเสียงกังวานที่ประกาศก้องไปทั่วทั้งดินแดนเซียน
"มู่หรั่นชิง... เจ้ากล้าฝ่าฝืนกฎแห่งสวรรค์ ลักลอบถ่ายทอดเคล็ดวิชาบรรพกาลให้แก่เด็กหนุ่มผู้นี้ โทษทัณฑ์ของเจ้าคือ... ความตาย!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะครับ
— หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 10
คำเตือนจากเหมันต์สวรรค์
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!