“ระวัง!”
เสียงเตือนอันแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยกระแสลมปราณที่กดดันจากผู้อาวุโสคุมกฎยังไม่ทันจางหายไปจากลานประลอง หลี่เทียนก็เคลื่อนไหวแล้ว ร่างกายของมันแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีครามที่พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศ เสียงลมคำรามกึกก้องดั่งพยัคฆ์คำรามในป่าลึก กระบี่วิญญาณในมือของมันเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบทันทีจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามพื้นหิน
นี่คือวิชากระบี่วารีสะท้านฟ้าขั้นสมบูรณ์!
เหล่าศิษย์สายในและผู้อาวุโสหลายคนที่ยืนล้อมรอบต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความระทึกใจ หลี่เทียนลงมือด้วยเจตนาสังหารอย่างชัดเจน มันต้องการใช้กระบวนท่านี้ปลิดชีพหรืออย่างน้อยก็ทำให้ไป๋เฉินพิการ เพื่อล้างอับอายที่เคยเสียหน้าในวันก่อน
ทว่า... ท่ามกลางพายุ ศาสตราวุธที่โหมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ ไป๋เฉินกลับยังคงยืนนิ่งสนิท ร่างกายผอมบางในชุดศิษย์สายในดูราวกับกิ่งไม้แห้งที่พร้อมจะหักโค่นได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่นั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเบื่อหน่ายและรอยยิ้มมุมปากที่เจือด้วยความเย้ยหยันอย่างลึกซึ้ง
“ช้าเกินไป...”
เสียงพึมพำแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบของปีศาจ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของไป๋เฉิน
ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ไป๋เฉินไม่ได้ชักกระบี่วิญญาณระดับนภาที่มู่หรั่นชิงเคยประทานให้ เขากลับยื่นมือออกไปคว้ากิ่งไม้ไผ่แห้งๆ กิ่งหนึ่งที่ตกอยู่ข้างล่างเท้าขึ้นมาอย่างไร้ความพิถีพิถัน กิ่งไม้ไผ่ธรรมดาที่ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยของพลังปราณหล่อเลี้ยง มันเป็นเพียงเศษซากพืชที่ไร้ค่าต่อหน้ากระบี่วิญญาณอันทรงพลัง
แต่ทว่า... เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของไป๋เฉินสัมผัสลงบนกิ่งไม้ไผ่ บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนผันในชั่วพริบตา!
ตู้มมม!
ห้วงมิติรอบลานประลองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับฟ้าดินกำลังคำรามด้วยความหวาดกลัว ปราณกระบี่อันไร้รูปไร้ขอบเขตระเบิดออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม มันไม่ใช่พลังปราณที่รุนแรงดุจพายุคลั่ง แต่เป็นความกดดันที่ยิ่งใหญ่และโบราณกาล ราวกับมหาเทพผู้ถือครองกระบี่ทั่วหล้ากำลังมองลงมาจากสรวงสวรรค์
ไป๋เฉินก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาเลือนหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
“บ้าน่า! เขาย้ายร่างไปที่ใดกัน?” ผู้อาวุโสผู้หนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างจนแทบถลน
“นั่นมัน... วิชาก้าวพริบตาไร้เงา เป็นไปได้อย่างไร เด็กฝึกหัดขั้นรวบรวมลมปราณจะใช้วิชาขั้นบรรพกาลเช่นนี้ได้!”
ในเสี้ยววินาทีที่หลี่เทียนพุ่งกระบี่มาถึงจุดที่ไป๋เฉินเคยยืนอยู่ ร่างของเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เบื้องหลังแผ่นหลังของหลี่เทียนอย่างแนบเนียนราวกับภูตผี ไป๋เฉินไม่ได้เงื้อมือฟาดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว เขียงเพียงแค่ตวัดกิ่งไม้ไผ่ในมือออกไปอย่างเรียบง่าย นุ่มนวล และเชื่องช้า ราวกับจิตรกรกำลังตวัดพู่กันลงบนกระดาษวาดเขียน
ปั้ง!
แปะ!
เสียงกิ่งไม้ไผ่กระทบเข้ากับเกราะปราณป้องกันของหลี่เทียนดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสะท้านสะเทือนลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคนที่ได้ยิน
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเงียบงันลงอย่างไร้สาเหตุ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของหลี่เทียนยังคงค้างเติ่ง ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่ทะลวงทะลุเกราะป้องกันเข้ามาอย่างไร้การต้านทาน
กรอบ! แกรบ!
เกราะปราณวารีสะท้านฟ้าที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งนักหนา กลับแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกบางๆ ที่โดนค้อนมหึมาทุบทำลาย พลังปราณสะท้อนกลับพุ่งเข้าสู่ร่างของหลี่เทียนอย่างรุนแรง ดั่งเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลาย
อ๊ากกก—!
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ร่างของหลี่เทียนลอยละลิ่วขึ้นไปบนท้องฟ้าดั่งว่าวขาดสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของมันย้อมท้องฟ้ายามสายให้กลายเป็นสีแดงฉาน ก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นลานประลองอย่างแรงจนฝุ่นตลบอบอวล เกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
เงียบกริบ...
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งลานกว้างของสำนักเหมันต์สวรรค์ เหล่าศิษย์นับร้อยชีวิตอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกราวกับความฝัน ไม่มีใครส่งเสียงพูดคุย ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง
กระบวนท่าเดียว!
ใช้เพียงกิ่งไม้ไผ่ธรรมดากิ่งเดียว ซัดศิษย์สายในอันดับต้นๆ ที่อยู่ถึงขอบเขตหลอมรวมแก่นแท้ปลิวหายไปในกระบวนท่าเดียว!
นี่มันสัตว์ประหลาดตัวจริงเสียงจริง!
“ขะ... ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? หลี่เทียน... พ่ายแพ้แล้วจริงๆ หรือ?” ศิษย์พี่ผู้หนึ่งพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเหงื่อชุ่ม
บนยอดเขาหลัก ร่างเงาของมู่หรั่นชิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านม่านหมอก สองตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้เกิดระลอกคลื่นความไหววูบขึ้นอย่างรุนแรง นางจ้องมองเด็กหนุ่มผู้ถือครองกิ่งไม้ไผ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน มุมปากที่มักจะเม้มสนิทค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่งดงามจนล่มบ้านล่มเมืองได้ แต่นางก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเด็กคนนี้... ยิ่งวันยิ่งแสดงความน่าเหลือเชื่อออกมาไม่หยุดหย่อนจริงๆ” มู่หรั่นชิงรำพึงกับตัวเองเบาๆ หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
กลางลานประลอง ไป๋เฉินโยนกิ่งไม้ไผ่ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่แยแส เขาปัดฝุ่นเบาๆ ที่เสื้อผ้าของตนเอง ก่อนจะกวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์รอบข้างที่ยังคงยืนตะลึง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
“มีใคร... ยังต้องการจะสอนสั่งมารยาทให้ศิษย์น้องคนนี้อีกไหมครับ?” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทายก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่ผู้อาวุโสคุมกฎยังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความแข็งแกร่งนี้เหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตที่พวกเขาจะเข้าใจได้เสียแล้ว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและไม่มีใครกล้าปริปาก ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือสำนักเหมันต์สวรรค์ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สัญญาณเตือน เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักร
เปรี้ยงงงง!
แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนศิษย์หลายคนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานจากห้วงมิติเบื้องบน ที่ดังทะลุทะลวงเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน
“ฮ่าๆๆๆ... ช่างน่าสนุกเสียจริง สำนักเหมันต์สวรรค์มีศิษย์ยอดฝีมือเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน? น่าเสียดายนักที่วันนี้... ดินแดนแห่งนี้จะต้องลุกเป็นไฟ!”
ร่างในชุดเกราะโบราณสีดำสนิท แผ่ไอสังหารสีเลือดท่วมท้น ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติที่ฉีกขาดกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวสะท้อนถึงการมาเยือนของหายนะครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยใจจริงครับ
— หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 9
กระบวนท่าเดียวสยบศิษย์พี่
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!