"ความตาย... มักเดินทางมาถึงในยามที่เจ้ามั่นใจในพลังของตนที่สุดเสมอ"
สุ้มเสียงแหบพร่าดุจเสียงเสียดสีของโลหะโบราณดังขึ้น ท่ามกลางม่านหมอกโลหิตที่แผ่ซ่านปกคลุมลานประลองยุทธ์เก้าชั้นฟ้า แรงกดดันจากปราณมารระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปจนทำให้ศิษย์สายตรงหลายสำนักที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต
บนลานประลองเบื้องล่าง 'ไป๋เฉิน' ยืนไขว้หลังอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคู่คมกริบดุจดวงดาวในห้วงจักรวาลทอประกายระยิบระยับ แม้เบื้องหน้าเขาคือ 'ซือคงอี้' ศิษย์เอกสายตรงแห่งสำนักมารโลหิต ผู้ครอบครอง 'กระบี่มารโลหิตโลกันตร์' อาวุธวิเศษระดับนภาที่อาบโลหิตบริสุทธิ์ของยอดฝีมือมาแล้วนับร้อย แต่เด็กหนุ่มกลับแย้มยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกะล่อนและท้าทาย
"ศิษย์พี่ซือคง... ท่านพูดจาเหมือนคนแก่ใกล้ลงโลงเข้าไปทุกที" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มรื่นหูแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกถึงกระดูก "น่าเสียดายนักที่วันนี้ ผู้ที่จะต้องนอนจมกองเลือดบนลานประลองนี้... หาใช่ข้าไม่"
ซือคงอี้แค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ใบหน้าครึ่งซีกถูกรอยแผลเป็นจากวิชามารลากผ่านจนน่ากลัว ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองเด็กหนุ่มราวกับจ้องมองมดปลวกตัวหนึ่ง "สามหีน! เจ้าแค่เด็กหนุ่มไร้รากปราณที่บังเอิญโชคดีได้เคล็ดวิชาประหลาด วันนี้ข้าจะใช้กระบี่มารโลหิตนี้ ควักเอาดวงวิญญาณของเจ้าออกมารuให้สำนักเหมันต์สวรรค์ของเจ้าได้ดูต่างหน้า!"
สิ้นคำพูด ร่างของซือคงอี้ก็เลือนหายไปจากจุดเดิม ปรากฏการณ์ 'เงาโลหิตส਼นธยา' พรั่งพรูออกมานับร้อยสาย ประหนึ่งพายุฝนโลหิตที่พุ่งเข้าใส่ไป๋เฉินจากทุกทิศทุกทาง อานุภาพของมันรุนแรงจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง
บนยอดเขาไกลออกไป... มู่หรั่นชิง ผู้นำยอดเขาเหมันต์สวรรค์ 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้' ยืนสงบนิ่งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ปลายนิ้วเรียวงามที่กุมด้ามกระบี่ประจำกายสั่นน้อยๆ โดยที่นางเองก็แทบไม่รู้ตัว สายตาคู่สวยที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับจับจ้องไปยังร่างของศิษย์ตัวแสบด้วยความกังวลลึกซึ้งที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าอันเยือกเย็น
*เจ้าเด็กโง่... หากเจ้ากล้าตายในสนามประลองนี้ ข้าจะตามไปล้างบางสำนักมารโลหิตให้สิ้นซาก* มู่หรั่นชิงคิดในใจ ปราณเหมันต์รอบกายแผ่ขยายความเย็นยะเยือกจนต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยลี้กลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา
ตัดกลับมาที่ลานประลอง ไป๋เฉินหาได้หลบเลี่ยงไม่ ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่มารโลหิตพุ่งเข้ามาประชิดร่าง ประกายแสงสีทองอร่ามก็ระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่มราวกับสุริยันตื่นจากนิทรา
*เคล็ดกระบี่เก้าสวรรค์... กระบวนท่าที่สาม: ดาราดับสูญ!*
เสียงคำรามดังก้องกังวานในจิตวิญญาณ ไป๋เฉินไม่ได้ใช้กระบี่กายภาพ แต่เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางผสานเป็นดัชนีกระบี่ พุ่งทะยานสวนทางกับพายุโลหิตอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ปลายดัชนีอาบไล้ด้วยอัคคีเทพและปราณบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ในห้วงสำนึก สะท้อนแสงเจิดจ้าจนผู้คนบนอัฒจันทร์ต้องยกแขนขึ้นปิดตา
เปรี้ยง!
คลื่นพลังปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว พื้นศิลาแกร่งของลานประลองแตกร้าวเป็นใยแมงมุมเป็นวงกว้างนับพันเมตร ฝุ่นควันและละอองเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับม่านหมอกแห่งหายนะ
ซือคงอี้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่ากระบี่มารโลหิตในมือของตนสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้า แรงสะท้อนจากการปะทะทำให้แขนทั้งสองข้างของเขาชาหนึบ กระอักโลหิตสดๆ ออกมาคำโต
"เป็นไปไม่ได้! ปราณวิญญาณของเจ้า... เหตุใดจึงกดขี่ข้าได้ถึงเพียงนี้!" ซือคงอี้คำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ
ไป๋เฉินก้าวเท้าเดินฝ่าม่านควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มกะล่อนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและทรงอำนาจดุจพญามารหรือมหาเทพผู้ลงมาจุติ เขายื่นมือออกไปคว้าจับด้ามกระบี่มารโลหิตไว้ด้วยมือเปล่า ปราณเทพสีทองแผดเผาไอปีศาจจนสลายหายไปในพริบตา
"โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่กบในกะลาอย่างเจ้าจะจินตนาการได้ ศิษย์พี่ซือคง..." ไป๋เฉินโน้มตัวกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ข้าเคยเตือนท่านแล้วว่า... อย่าเล่นกับไฟ หากไม่อยากมอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสเหนือลานประลองก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้าสีทองที่น่าสะพรึงกลัว พลังกดดันระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหมื่นปีแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งยุทธภพ ทำให้ยอดฝีมือทุกสำนักต่างต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
ซือคงอี้เบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ไป๋เฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่กำลังพุ่งแหวกมิติเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วดุจแสง
ในวินาทีที่เงาร่างหนึ่งก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกแห่งกาลเวลา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในที่นั้น ไป๋เฉินกลับต้องเป็นฝ่ายสะดุ้งสุดตัว เมื่อบุคคลที่ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าหาใช่ใครอื่น... แต่นาคามารสาวผู้กุมความลับสูงสุดแห่งอดีตชาติของเขา ซึ่งไม่ควรจะมีชีวิตรอดอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งโชคชะตานี้ไปด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 25
รอบชิงชนะเลิศแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!