ความเงียบงันภายในโถงประชุมใหญ่อาวุโสสำนักกระบี่นภาหาใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความกดดันอันเกิดจากจิตสังหารนับสิบสายที่พุ่งเป้ามายังร่างบอบบางของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ไป๋เฉินยืนไขว่ห้างพิงเสาศิลาค้ำยันด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับสายตาพิฆาตของบรรดาผู้อำนวยการและ长老 (ผู้อำนวยการอาวุโส) เหล่านั้นเป็นเพียงสายลมหนาวที่พัดผ่านผิวรกแกะ มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาคู่คมกวาดมองเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังรวมหัวกันกดดันเขาให้คาย "คัมภีร์ลับบรรพกาล" ที่พวกเขาปรารถนาจะครอบครอง
"ไป๋เฉิน เจ้าศิษย์อกตัญญู! กล้าดียังไงถึงบังอาจขโมยสมบัติวิเศษประจำสำนักไปซ่อนไว้ เจ้าคิดจะทรยศต่อสำนักกระบี่นภาอย่างนั้นหรือ!"
เสียงคำรามของผู้อาวุโสใหญ่ "ไท่ซาน" ดังสะท้อนก้องกราบเพดานหินอัคนี แรงกดดันจากขอบเขตปราณกำเนิดจิตขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาจนมวลอากาศรอบกายไป๋เฉินบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอกคล้ายผิวน้ำยามถูกโยนหินลงไป สำหรับศิษย์ทั่วไป แรงกดดันระดับนี้คงทำให้กระดูกทั่วร่างแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปแล้ว แต่ไป๋เฉินกลับเพียงแค่ปัดฝุ่นเบาๆ ที่หัวไหล่ ดวงตาคู่พินิจมองชายชราตรงหน้าด้วยแววตาสสมเพชเวทนาแกมขบขัน
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ไท่ซาน พูดจาระวังปากหน่อยสิครับ สมบัติวิเศษอะไรกันที่ท่านว่า ข้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้น่าสงสาร ไร้ซึ่งรากปราณบริสุทธิ์ตามที่พวกท่านเคยตราหน้าไว้ จะเอาปัญญาที่ไหนไปขโมยของระดับนั้นกันเล่า หรือว่า... สมองของพวกท่านเริ่มเสื่อมถอยไปตามสังขาร จนแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือการค้นพบด้วยวาสนาอันน้อยนิด หรืออันไหนคือความโลภโมโทสันของพวกแก่ใกล้ฝังโลงกันแน่?"
คำพูดเจ็บแสบปานถูกกรีดด้วยคมมีดนี้ ทำให้ใบหน้าชราของไท่ซานแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ "สามหาว! วันนี้หากข้าไม่สั่งสอนเจ้าให้รู้จักกฎเกณฑ์ของสำนัก ต่อให้เจ้าจะมีอาจารย์คอยหนุนหลัง เจ้าก็ต้องพิการกลายเป็นคนไร้ค่าไปชั่วชีวิต!"
สิ้นคำพูด ไท่ซานสะบัดแขนเสื้อ มือเหี่ยวย่นคว้าอากาศเบาๆ ปรากฏกระบี่เพลิงโลกันตร์พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงเข้าใส่ทรวงอกของไป๋เฉินในพริบตา ความร้อนแรงของเปลวเพลิงหลอมละลายพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าจนกลายเป็นลาวาเหลวหนืด นี่คือการลงทัณฑ์หมายเอาชีวิตโดยไม่แม้แต่จะสอบสวนความจริงให้กระจ่าง
ทว่า... ก่อนที่คมกระบี่เพลิงจะเข้าใกล้ร่างของไป๋เฉินแม้แต่ชุ่นเดียว
*เปรี้ยง!*
มวลอากาศภายในโถงประชุมพลันเย็นยะเยือกถึงขีดสุด อุณหภูมิลดฮวบลงจากความร้อนแผดเผาจนกลายเป็นความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกลงถึงไขกระดูกในเสี้ยววินาที ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าครามบริสุทธิ์นับหมื่นชิ้นปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับฝนดาวตก ก่อนจะพุ่งเข้าประสานงากับกระบี่เพลิงโลกันตร์จนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนจากการปะทะทำเอาเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่รอบด้านต้องรีบโคจรพลังปราณป้องกันตัวกันอุตลุด
ร่างของไท่ซานถูกแรงกระแทกซัดถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจติดขัด ใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
ณ ใจกลางความเย็นเยือกที่แผ่ขยาย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ก้าวเท้าลงสู่พื้นโถงประชุมช้าๆ ทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงไป พื้นศิลาแกร่งถูกแช่แข็งกลายเป็นน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา กลิ่นอายความกดดันระดับ "ขอบเขตเซียนแท้จริง" แผ่ซ่านกดทับจิตวิญญาณของทุกคนในห้องให้แทบไม่กล้าหายใจ
นางคือ มู่หรั่นชิง... เซียนสาวผู้เย็นชา เจ้าสำนักยอดเขาเหมันต์สวรรค์ ผู้มีฉายา 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้'
ดวงตาคู่งามราวกับหยกสลักไม่ได้ทอดมองผู้ใด นางกวาดสายตาอันเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลกมองตรงไปยังไท่ซานและเหล่าผู้อาวุโส ท่าทีที่สง่างาม ทะนงตัว และเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดทำเอาบรรดาผู้ทรงอิทธิพลของสำนักต่างพากันกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
"ใคร... อนุญาตให้พวกท่านแตะต้องศิษย์ของข้า?"
น้ำเสียงหวานใสแต่นุ่มลึกดังก้องกังวาน ไม่ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง มู่หรั่นชิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่ามหันตภัยครั้งใหญ่
ไท่ซานกัดฟันกรอด ฝืนกดอาการบาดเจ็บภายในแล้วประสานมือคารวะด้วยความไม่เต็มใจนัก "เรียนท่านเจ้าสำนัก... ไป๋เฉิน ศิษย์ในสายของท่านผู้นี้ กระทำความผิดครั้งใหญ่หลวง ฝ่าฝืนกฎระเบียบสำนัก และอาจมีส่วนพัวพันกับสมบัติลับโบราณที่หายไป พวกเราในฐานะผู้อาวุโสย่อมมีสิทธิ์ที่จะ...!"
"สิทธิ์?" มู่หรั่นชิงทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของนางทำเอาไท่ซานรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "พวกท่านมีสิทธิ์อันใด ถึงกล้าใช้คำว่า 'สั่งสอน' กับศิษย์ที่ข้าเป็นคนรับเข้ามาด้วยมือของตนเอง?"
สิ้นคำพูด นิ้วเรียวดุจหยกสลักของนางก็กวาดผ่านอากาศเบาๆ
*ฉับพลัน!*
กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้ที่เหน็บอยู่ข้างเอวพลันสั่นระริก เสียงคมกระบี่เสียดสีกับฝักดังขึ้นกังวานบาดแก้วหู ปลายกระบี่สีฟ้าใสถูกชักออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว แต่รัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมากลับพุ่งทะยานทะลุหลังคาโถงประชุมขึ้นสู่ท้องฟ้า ก้อนเมฆหนาทึบเหนือสำนักกระบี่นภาถูกพลังปราณกระบี่เฉือนขาดออกจากกันเป็นสองท่อนในพริบตา แรงกดดันมหาศาลดุจภูเขาน้ำแข็งลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะของทุกคน ทำให้ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นโดยไม่รู้ตัว
นี่คือการแสดงออกถึงสถานะที่ชัดเจนอย่างไร้ข้อกังขา — *ใครแตะศิษย์ฉัน ฉันฆ่า!*
ไป๋เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบอมยิ้มกริ่ม ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับด้วยความคลั่งรักยามมองแผ่นหลังอันสง่างามของอาจารย์สาว เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างหอมกรุ่นของนางเล็กน้อย กระซิบเสียงเบาด้วยน้ำเสียงออดอعนที่ได้ยินกันแค่สองคน
"อาจารย์ครับ... ปกป้องศิษย์เช่นนี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของข้าเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแล้วนะครับเนี่ย หรือว่าท่านกลัวว่าศิษย์รูปงามคนนี้จะถูกคนแก่รังแกจนตายไปเสียก่อน?"
มู่หรั่นชิงเหลือบสายตาเย็นชามามองเจ้าศิษย์ตัวแสบที่ยังคงมีอารมณ์มาหยอกเย้าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แต่กระนั้น นางก็ไม่ได้ขยับตัวถอยหนี กลับเอ่ยตอบเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาจากกลุ่มผู้อาวุโส
"หุบปากไปเสีย... กลับไป๋เฉิน หากเจ้ายังพูดมาก ข้าจะแช่แข็งเจ้าไว้บนยอดเขาเหมันต์สวรรค์เจ็ดวันเจ็ดคืน"
"โอ้โห โหดร้ายจังเลยนะครับอาจารย์ แต่ถ้าได้ถูกแช่แข็งในอ้อมกอดของท่าน ข้าก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง..." ไป๋เฉินกระซิบหยอกล้อต่ออย่างไม่เกรงกลัวบรรยากาศตึงเครียดรอบกาย
บรรดาผู้อาวุโสที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่ามู่หรั่นชิงผู้เยือกเย็นและไม่เคยสนใจสิ่งใดในโลกหล้า จะยอมออกหน้าปกป้องเด็กหนุ่มคนนี้ถึงขั้นชักกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้ออกมาขู่สังหารหมู่กลางที่ประชุมเช่นนี้ บรรยากาศภายในโถงจึงตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเหล่าผู้อาวุโสที่รอรับทัณฑ์สวรรค์จากเงื้อมมือของเซียนสาวผู้ไร้พ่าย
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังเดินทางมาถึงจุดแตกหัก จู่ๆ ท้องฟ้าด้านนอกที่เพิ่งถูกพลังปราณกระบี่แหวกออก ก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดุจเสียงอัสนีบาตจากบรรพกาล อักขระโบราณสีทองอร่ามปรากฏขึ้นบนม่านฟ้า หมุนวนเป็นค่ายกลปริศนาขนาดมหึมาที่แผ่กลิ่นอายกดดันยิ่งใหญ่กว่าพลังของมู่หรั่นชิงเสียอีก
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูโถงประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยแรงลมปราณปริศนา ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายมังกรเก้าเศียรผู้มีดวงตาส สีแดงฉานดุจโลหิต ก็ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสำนัก
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เจ้าสำนักมู่... ดูท่าว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ จะมีความลับที่แม้แต่ตัวเจ้าเองก็ยังคาดไม่ถึงซ่อนอยู่กระมัง!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งโชคชะตานี้ไปด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 24
การปะทะของสองยอดฝีมือ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!