เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังขึ้นราวกับอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางลานประลองยุทธสำนักกระบี่สวรรค์ ทำให้บรรยากาศที่ควรจะสงบลงหลังการประลองสิ้นสุด กลับยิ่งคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้อาวุโส "เฟิงเทียน" แห่งสำนักพยัคฆ์อัคคี ลุกขึ้นยืนช้าๆ จากที่นั่งเกียรติยศ นัยน์ตาฝ้าฟางสีเทาขุ่นของเขาไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต ราวกับดวงตาของซากศพที่ถูกควักออกแล้วนำกลับมาใส่ใหม่ แต่วิถีลมปราณรอบตัวกลับแผ่พุ่งรุนแรงดุจคลื่นมหาสมุทรที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่ง
"ช้าก่อน... ผลการประลองนี้ ข้าในนามผู้อาวุโสแห่งแดนบูรพาขอคัดค้าน!"
น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียdสีกันดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา สายตาที่มองไม่เห็นของเขาชี้ตรงมายังร่างของไป๋เฉินที่ยืนกอดอกพิงเสาศิลาด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับซ่อนประกายคมกริบดุจใบมีดโกน
"โอ้? ผู้อาวุโสตาบอดท่านนี้พูดจาแปลกประหลาดนัก" ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่คุ้นเคย "ศิษย์น้องตระกูลหลิวพ่ายแพ้ต่อหน้าสักขีพยานนับหมื่น ชีวิตและความตายตัดสินด้วยวิถีกระบี่ เหตุใดท่านจึงมาร้องแรกแหกกระเชอราวกับสุนัขถูกน้ำร้อนลวกเล่าครับ?"
"สามห่าว!" ผู้อาวุโสเฟิงเทียนตบโต๊ะข้างกายจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านกดทับลงมาทันที ทำเอาเหล่าศิษย์สายตรงรอบลานประลองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
"เด็กน้อยไร้รากปราณเช่นเจ้า จะเอาฝีมือที่ไหนมาเอาชนะยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของสำนักพยัคฆ์อัคคีได้! ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้าย... นั่นมันคัมภีร์มารกลืนวิญญาณใช่หรือไม่? เจ้าใช้มารวิชาในการลอบสังหารคู่ต่อสู้!"
ข้อกล่าวหานี้หนักหน่วงยิ่งนัก หากสลักตราบาปนี้ลงบนตัวไป๋เฉินได้ ต่อให้เขามีปากเป็นร้อยก็ไม่อาจล้างมลทินได้ และอาจนำภัยพิบัติมาสู่สำนักกระบี่สวรรค์ทั้งสำนักในฐานะ "ผู้สมรู้ร่วมคิดกับมาร"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากคัดค้านผู้อาวุโสเฟิงเทียน เนื่องจากอิทธิพลของสำนักพยัคฆ์อัคคีนั้นแผ่ขยายกว้างขวาง และตัวผู้อาวุโสเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบายและการใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นมาเนิ่นนาน
ไป๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชา สายตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชเวทนาที่ฉายชัดอยู่ภายใน
ทว่า... ยังไม่ทันที่ไป๋เฉินจะได้ก้าวเท้าออกไปโต้แย้งด้วยวาจาของตนเอง
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่น้ำแข็งกระทบฝักดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา ละอองหิมะสีขาวโพลนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก
ณ ใจกลางลานประลอง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
มู่หรั่นชิง... ผู้นำยอดเขาเหมันต์สวรรค์ ผู้มีฉายา 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้'
นางมิได้หันไปมองผู้อาวุโสเฟิงเทียนด้วยซ้ำ ปลายเท้าของนางแตะสัมผัสพื้นศิลาอย่างแผ่วเบา แต่วิถีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ได้แผ่ขยายออกไปสะกดข่มรัศมีลมปราณของอีกฝ่ายไว้จนมลายหายสิ้นในพริบตา
"ผู้อาวุโสเฟิงเทียน..." น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าเยือกเย็นเสียดกระดูก ดุจสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านมาจากขุมนรกน้ำแข็ง "ท่านบอกว่าศิษย์ของข้าใช้มารวิชา... เช่นนั้นแล้ว ตาบอดของท่านคงไม่ได้บอดแค่ดวงตาเสียแล้วกระมัง ถึงได้มองไม่ออกว่าวิชาที่เขาใช้คือ 'เคล็ดกระบี่สวรรค์เก้าทศวรรษ' ขั้นสมบูรณ์แบบที่แท้จริง"
คำพูดของมู่หรั่นชิงราวกับคมกระบี่ที่กรีดแทงเข้าที่กลางใจของผู้อาวุโสเฟิงเทียน ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"มู่หรั่นชิง! เจ้าอย่าได้ลำพองใจนัก! แม้เจ้าจะเป็นถึงผู้นำยอดเขา แต่เขาก็เป็นแค่ศิษย์..."
"เขาจะเป็นใคร... ก็เป็นคนของยอดเขาเหมันต์สวรรค์" มู่หรั่นชิงเอ่ยแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของนางเด็ดเดี่ยวและไร้ความเกรงกลัวใดๆ "ต่อให้ทั่วทั้งยุทธภพจะกล่าวหาเขา แต่ตราบใดที่ข้า 'มู่หรั่นชิง' ยังยืนอยู่ตรงนี้... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องปลายเส้นผมของเขาแม้แต่เส้นเดียว!"
หัวใจของไป๋เฉินกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอก ร่างของอาจารย์สาวที่มักจะยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวและเย็นชา บัดนี้กลับยอมกางปีกปกป้องเขาจากพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำ
เด็กหนุ่มแอบถอนหายใจยาวเหยียดในใจพลางคิดอย่างระคนขัน *ให้ตายสิ... อาจารย์เย็นชาของข้านี่ช่างเท่เสียจนหัวใจดวงน้อยๆ ของข้าแทบจะละลายกลายเป็นน้ำอยู่แล้ว*
ผู้อาวุโสเฟิงเทียนแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างเกรี้ยวกราด "ดี! ดีมาก! ในเมื่อเจ้าปกป้องมันนัก เช่นนั้นก็จงรับมือกระบวนท่านี้เพื่อเป็นตัวแทนของศิษย์อกตัญญูผู้นี้เสียเถอะ!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างชราของผู้อาวุโสเฟิงเทียนก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฝ่ามือเหี่ยวย่นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนหินใต้เท้าเริ่มหลอมละลายเป็นลาวา นั่นคือวิชาลับขั้นสูง "หัตถ์อัคคีผลาญสวรรค์" ที่หมายจะสังหารมู่หรั่นชิงให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว!
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของผู้อาวุโสตาบอด แม้เขาจะมองไม่เห็น แต่จิตสัมผัสของเขามั่นใจว่ามู่หรั่นชิงไม่มีทางรับการจู่โจมนี้โดยไม่บาดเจ็บได้ทันท่วงที
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงสีชาดกำลังจะแผดเผาร่างของนาง
ไป๋เฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับขยับตัว...
ไม่มีใครมองเห็นว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร รู้ตัวอีกที ร่างของเด็กหนุ่มก็มายืนขวางอยู่เบื้องหน้าของมู่หรั่นชิงเสียแล้ว มือขวาของเขายื่นออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าฝุ่นละอองบนไหล่
"อาจารย์ถอยไปสักครู่เถอะครับ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนรัก ดังลอดผ่านม่านเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ
ดวงตาของไป๋เฉินที่เคยขี้เล่นและเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับล้ำลึกดุจห้วงจักรวาลอันมืดมิด ไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้อาวุโสเฟิงเทียนนับร้อยเท่าพวยพุ่งระเบิดออกจากร่างของเด็กหนุ่มไร้รากปราณผู้นี้อย่างไร้ขีดจำกัด!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งโชคชะตานี้ไปด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 23
ผู้อาวุโสตาบอดหาเรื่อง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!