"ศิษย์สำนักมารโลหิตเช่นพวกเจ้า มีดีแค่การใช้วิธีสกปรกเบื้องหลังแสงตะวันสินะ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องลานประลองสำนักกระบี่สวรรค์ แรงกดดันจากปราณโลหิตสีชาดแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว ทั่วทั้งลานประลองปกคลุมด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด สายตาหลายร้อยคู่ต่างจดจ้องไปยังร่างของ 'เฟิงเทียน' ยอดฝีมือรุ่นเยาว์จากสำนักมารโลหิต ผู้กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งของมันซ่อนอยู่เบื้องหลังอาภรณ์ กำลังแอบโคจรค่ายกลลับที่แฝงพิษสลายวิญญาณอันไร้เงา
บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน มู่หรั่นชิง หรือเซียนสาวผู้มีฉายา 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้' นิ่งเงียบดุจรูปสลักหยกสลัก นางนั่งตัวตรงสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนประกายความเย็นยะเยือก ทว่าปลายนิ้วเรียวงามที่วางอยู่บนที่วางแขนกลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมดั่งน้ำแข็งพันปีจับจ้องไปยังคู่ต่อสู้ของศิษย์รักด้วยความขุ่นเคือง แม้ภายนอกนางจะรักษาท่าทีเย็นชาไร้ความรู้สึกได้สมบูรณ์แบบเพียงใด แต่คลื่นอารมณ์ภายในกลับปั่นป่วนดั่งพายุหมุน นางรู้ดีว่าวิชาพิษสลายวิญญาณนั้นร้ายกาจเพียงใด หากโดนเข้าไป ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณก็ยังยากจะรอดชีวิต
"อาจารย์... ท่านกำลังกังวลเรื่องใดอยู่หรือครับ?"
เสียงทุ้มนุ่มนวลอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างกาย มู่หรั่นชิงเหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อย พบว่าไป๋เฉิน ศิษย์ตัวแสบผู้สร้างความปวดหัวให้版本นางไม่เว้นแต่ละวัน กำลังยืนพิงเสาหินด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปาก ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นราวกับสถานการณ์เบื้องล่างเป็นเพียงการแสดงงิ้วโรงเล็ก ๆ เท่านั้น
"คู่ต่อสู้ของเจ้ากำลังใช้ค่ายกลมารลับ..." มู่หรั่นชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาดั่งสายลมเหมันต์ แต่ลึก and ในแววตาคู่นั้นกลับเจือความห่วงใยที่พยายามปิดบังไว้อย่างแนบเนียน "มันไม่ใช่การประลองที่ยุติธรรม เจ้าต้องระวังตัว... หากสู้ไม่ไหว จงถอนตัวเสีย ข้าจะจัดการเอง"
ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างของอาจารย์สาวผู้เย่อหยิ่ง ทว่ากลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใน เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นอายบุรุษจาง ๆ เจือกลิ่นอายจันทร์เพ็ญแตะนาสิกของนาง มู่หรั่นชิงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่สงบนิ่งมานานนับร้อยปีกลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะ
"อาจารย์เป็นห่วงศิษย์คนนี้สินะครับ..." ไป๋เฉินกระซิบเสียงพร่า แววตาเจ้าเล่ห์เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "วางใจเถอะครับ ต่อให้มันดึงเอาขุมนรกมาร้อยชั้นมาใช้ ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายรอยยิ้ม... หรือแม้แต่ความกังวลเล็ก ๆ บนใบหน้าของท่านเด็ดขาด"
พูดจบ ไป๋เฉินก็ก้าวเท้าเดินออกไปเบื้องหน้า ร่างกายโปร่งบางในชุดศิษย์สีฟ้าครามเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ดูผ่อนคลาย ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนดอกไม้หาใช่การก้าวเข้าสู่สนามประลองแห่งความเป็นความตาย
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าผู้ฝึกตนรอบด้าน หลายคนส่ายหน้าด้วยความเวทนา บ้างก็หัวเราะเยาะในความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม
"ฮ่าๆๆ! ไอ้หนูไร้รากปราณคนนั้นกล้าขึ้นไปจริง ๆ ด้วย ช่างไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย!"
"สำนักมารโลหิตขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม เฟิงเทียนผู้นั้นอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์แล้ว เด็กนั่นคงถูกซัดจนร่างแหลกเหลวภายในกระบวนท่าเดียวเป็นแน่"
"น่าเสียดายความหล่อเหลานั้นจริงๆ..."
บนลานประลอง เฟิงเทียนมองดูเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาหาด้วยรอยเหยียดหยาม รอยยิ้มยโสปรากฏขึ้นบนใบหน้าอัปลักษณ์ที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่าน "ไอ้เด็กน้อย เจ้าคงอยากตายเร็วสินะ ถึงได้กล้ากارาถีบตัวเองลงมาในหลุมศพเช่นนี้ ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้ตายอย่างทรมานที่สุด!"
เฟิงเทียนคำรามลั่น ปราณโลหิตระเบิดออกรอบตัวกลายเป็นรูปหัวกะโหลกอสูรคำรามก้อง อักขระมารสีดำนับร้อยสายพรั่งพรูออกจากฝ่ามือ มันพุ่งทะยานเข้าหาไป๋เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ พร้อมกับซัดเข็มพิษลับนับพันเล่มที่เคลือบด้วยปราณสลายวิญญาณพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายทุกส่วนของร่างกาย
นี่คือการลอบสังหารที่ไร้ยางอายท่ามกลางสายตาผู้คนนับพัน!
มู่หรั่นชิงบนอัฒจันทร์พลอยลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก ปราณเหมันต์แผ่พุ่งจนเก้าอี้หินรอบกายกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา นางเตรียมจะทะยานร่างเข้าไปขัดขวางกฎการประลองเพื่อช่วยศิษย์รัก
ทว่า... ทุกอย่างกลับหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาทีนั้น
ไป๋เฉินยังคงยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขามองดูเข็มพิษและเงาร่างของเฟิงเทียนที่พุ่งเข้ามาใกล้ด้วยแววตาเบื่อหน่าย ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่ปลิวมาติดเสื้อผ้า
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะท้อนแสงอาทิตย์
เขายกนิ้วกลางขึ้นมา... แล้วดีดออกไปเบื้องหน้าเบา ๆ
*แป๊ะ!*
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่าในโสตประสาทของทุกคน กลับดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงอสุนีบาทฟาดผ่ากลางใจฟ้าดิน!
ทันใดนั้น คลื่นกระแทกไร้รูปปรากฏขึ้น คลื่นพลังงานอันยิ่งใหญ่และไร้ขอบเขตระเบิดออกจากปลายนิ้วของไป๋เฉิน มันไม่ใช่ปราณยุทธ์ธรรมดา แต่เป็น 'เจตంటิแห่งมหาเทพ' ที่กดทับกาลเวลาและมิติให้หยุดนิ่ง
เข็มพิษนับพันเล่มที่พุ่งเข้ามา แตกสลายกลายเป็นผุยผงในอากาศทันทีโดยที่ยังไม่ทันเข้าใกล้ร่างของไป๋เฉินด้วยซ้ำ!
และในเสี้ยววินาทีต่อมา ปราณโลหิตรูปหัวกะโหลกอสูรของเฟิงเทียนก็ระเบิดออกย่อยยับ แรงสะท้อนอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่ร่างของมันอย่างจัง ราวกับถูกภูเขาไท่ซานทั้งลูกกระแทกเข้าที่อก
*ตูมมมม!*
ร่างของเฟิงเทียนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน กระดูกทั่วร่างหักสะบั้นในพริบตา เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกจากปากและทวารทั้งเจ็ด ร่างของยอดฝีมือแห่งสำนักมารโลหิตปลิวละลิ่วราวกับว่าวดขาดสายป่าน ข้ามผ่านขอบลานประลอง พุ่งกระแทกพื้นศิลาเบื้องล่างจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ สิ้นสติไปในทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้องโหยหวนเฮือกสุดท้าย
ความเงียบงันระดับป่าช้าเข้าปกคลุมลานประลองทันที ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงจนแทบถลุดออกจากเบ้า สมองของพวกเขาขาวโพลน ประมวลผลเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ทัน
นั่น... เกิดอะไรขึ้น?
เด็กหนุ่มไร้รากปราณคนนั้น... เพียงแค่ดีดนิ้วครั้งเดียวเนี่ยนะ?
ยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์ ถึงกับพ่ายแพ้และกระเด็นตกเวทีไปโดยที่แม้แต่ชายเสื้อของอีกฝ่ายยังแตะไม่ถึง!
มู่หรั่นชิงที่กำลังจะทะยานออกไปช่วย ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างระหงหยุดนิ่งอยู่บนระเบียงหิน ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางมองแผ่นหลังของศิษย์รักที่ยังคงยืนเอามือไขว้หลังด้วยท่าทางสบาย ๆ หัวใจของนางเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าครั้งใดในรอบร้อยปี
ความรู้สึกตื่นตะลึง ความโล่งใจ และความฉงนสนเท่ห์ปะปนกันอยู่ในอก 'เด็กคนนี้... แท้จริงแล้วเจ้าซ่อนความลับอะไรไว้อีกกันแน่?'
ไป๋เฉินปัดฝุ่นที่ไหล่เบา ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากวาดสายตามองไปรอบลานประลองที่เงียบกริบ ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กับอาจารย์สาวบนอัฒจันทร์ พร้อมกับขยิบตาให้ทีหนึ่งอย่างซุกซน
บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วขณะ ทว่าในความเงียบสงบนั้นเอง...
จู่ ๆ ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่สวรรค์ก็มืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ฟาดผ่าลงมาใจกลางลานประลองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนเหล่าผู้อยู่อาศัยในสำนักต่างทรุดฮวบลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
ร่างเงาสลัวปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าสีทองคำ เป็นร่างของชายชราในชุดคลุมโบราณสีคราม ใบหน้าเปี่ยมด้วยรัศมีแห่งเซียนแท้จริง แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาจับจ้องตรงมาที่ไป๋เฉินด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ
"บังอาจนัก... กล้าฆ่าคนของเรา เจ้าเด็กน้อย ชะตาชีวิตของเจ้าคงมาถึงจุดจบเพียงเท่านี้แล้วกระมัง"
เสียงก้องกังวานดุจเสียงจากสวรรค์สะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา และในวินาทีนั้นเอง ไป๋เฉินที่เคยยิ้มแย้มเมื่อครู่ ก็หุบยิ้มลงช้า ๆ แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันดุจพญามารผู้เหนือฟ้าดิน กลิ่นอายที่แท้จริงที่ถูกผนึกไว้เริ่มรั่วไหลออกมาทีละน้อยจนมิติรอบตัวสั่นพร่า
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งโชคชะตานี้ไปด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 22
กระบี่เดียวทะลวงฟ้า
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!