ความเงียบงันภายในโรงประมูลตระกูลไป๋ไม่ได้บ่งบอกถึงความสงบสุข หากแต่เป็นความอึดอัดที่หนาแน่นประดุจสายหมอกพิษก่อนพายุโลหิตจะโหมกระหน่ำ ประโยคเย้ยหยันที่ทิ้งท้ายไว้ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทว่าไป๋เฉินกลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความกะล่อนและท้าทาย สายตาคู่คมกวาดมองร่างของ "หลี่เทียนเหิง" คุณชายรองแห่งตระกูลหลี่ ผู้ซึ่งใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน
ความพ่ายแพ้ในการประมูลศิลาวิญญาณเก้าสวรรค์เมื่อครู่ ทำให้หน้าตาของตระกูลใหญ่ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าเซียนสำนักต่างๆ ในเมืองหลวง ยิ่งไปกว่านั้น สายตาของไป๋เฉินที่มองมายังเขาราวกับกำลังมองดูสุนัขตัวหนึ่ง ยิ่งสร้างความเดือดดาลให้แผดเผาสติปัญญาจนมอดไหม้
"ไอ้เศษสวะไร้รากปราณ! เจ้าคิดว่าได้ศิลาชิ้นนั้นไปแล้วจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือ?" เสียงคำรามลอดไรฟันของหลี่เทียนเหิงสั่นสะท้านด้วยจิตสังหารอันรุนแรง พลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดระเบิดออกรอบกายจนเก้าอี้ไม้หรูหราแตกละเอียดเป็นจุล
ผู้ติดตามเบื้องหลังของตระกูลหลี่อีกสี่คนก้าวออกมาพร้อมกัน แรงกดดันจากยอดฝีมือระดับสูงแผ่ซ่านปกคลุมทั่ว4ทิศทาง ผู้คนในโรงประมูลต่างพากันหลบหนีถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าหาญพอจะยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของตระกูลใหญ่ในครั้งนี้
ไป๋เฉินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด "สุนัขเห่าหอนเสียงดังเพียงใด ก็ยังคงเป็นเพียงสุนัขวันยังค่ำ... หลี่เทียนเหิง เจ้ามีความสามารถแค่แย่งเงินในกระเป๋าไม่สำเร็จแล้วพาลหาเรื่องรังแกเด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์เช่นข้าอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าสมเพชเวทนาเสียจริง"
"บังอาจ! ปากดีนักนะ! วันนี้ข้าจะหักแขนขาเจ้า แล้วลากคอไปกราบขอขมาหน้าประตูตระกูลหลี่!"
หลี่เทียนเหิงสะบัดมือ พัดเหล็กกล้าเคลือบอักขระโลหิตพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่ลำคอของไป๋เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ วิชานี้คือ 'พัดเพลิงทลายศิลา' ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและรวดเร็ว
ทว่า... ร่างของไป๋เฉินกลับหายลับไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา!
พัดเหล็กกล้าคว้าได้เพียงความว่างเปล่า หลี่เทียนเหิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "วิชาตัวเบาอันใดกัน?!"
"ช้าเกินไป... และอ่อนหัดยิ่งนัก"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู ราวกับเสียงมัจจุราชจากขุมนรก ไป๋เฉินปรากฏกายขึ้นด้านหลังของบุตรชายตระกูลหลี่ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทันสังเกต ฝ่ามือเรียวยาวดุจหยกขาวประทับลงบนไหล่ขวาของหลี่เทียนเหิงอย่างแผ่วเบา
ปัง!
แรงระเบิดจากพลังปราณไร้ลักษณ์พุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรของหลี่เทียนเหิงในพริบตาเดียว เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหินศิลาจนแตกละเอียด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นจนผู้คนต้องยกมือขึ้นปิดหู เลือดสดๆ กระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์หรูหรา
"คุณชายรอง!" เหล่าผู้ติดตามตื่นตระหนกสุดขีด รีบชักกระบี่พุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกันเพื่อหมายปลิดชีพเด็กหนุ่ม
ไป๋เฉินถอนหายใจยาวนานอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง คลื่นกระแทกอันรุนแรงประดุจคลื่นยักษ์ซัดสาดก็ถาโถมเข้าใส่ร่างทั้งสี่จนกระเด็นทะลุกำแพงโรงประมูลออกไปนอนกระอักเลือดอยู่ภายนอกอย่างไร้ทางสู้
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขั้วหัวใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มไร้รากปราณตามข่าวลือ จะมีฝีมือลึกล้ำถึงเพียงนี้ สามารถสยบยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณได้ภายในกระบวนท่าเดียว!
ไป๋เฉินก้าวเข้าไปใกล้ ร่างที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หลี่เทียนเหิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่เหลือศักดิ์ศรีของคุณชายตระกูลใหญ่อีกต่อไปแล้ว
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่..." หลี่เทียนเหิงเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกตกในพายุฝน
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญที่ว่า ตอนนี้เจ้าจำต้องทำตามที่ลั่นวาจาไว้แล้ว" ไป๋เฉินยิ้มละไม รอยยิ้มนั้นงดงามดุจภาพวาดเซียน ทว่ากลับเย็นเยียบราดรดลงบนกระดูกสันหลังของเหยื่อ "กราบลงไป... แล้วพูดว่า 'ข้ามันตาบอดที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ'"
หลี่เทียนเหิงกัดริมฝีปากจนเลือดไหลซึม ความทระนงตนอันยาวนานถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของไป๋เฉินแล้ว เขารู้สึกได้ทันทีว่าหากขัดขืนแม้แต่นิดเดียว... ชีวิตของตนจะต้องดับสูญในวินาทีถัดไปอย่างแน่นอน
ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา คุณชายรองตระกูลหลี่ผู้ยิ่งใหญ่จำต้องโน้มตัวลง หน้าผากแนบติดกับพื้นหินเย็นเฉียบ เอמהเอื้อนวาจาขอขมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต
ไป๋เฉินปัดฝุ่นตามอาภรณ์อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไปพร้อมกับศิลาวิญญาณในมือ ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
ท้องนภหายามวิกาลที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีครามเข้มจัด ม่านพลังปราณอันหนาหนักกดทับลงมาจากเบื้องบนจนอาคารบ้านเรือนสั่นสะเทือน เสียงกระบี่คำรามก้องกวาดผ่านมิติมาพร้อมกับเสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคย
"บังani... กล้ารังแกคนของเราบนดินแดนแห่งนี้ เจ้าเด็กสารเลว... วันนี้ต่อให้มีเซียนองค์ใดมาปกป้อง เจ้าก็ต้องตายตกตามกัน!"
ร่างเงาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราดรดด้วยเกล็ดน้ำแข็งปรากฏขึ้นกลางนภา กระบี่โบราณในมือสั่นระริกปลดปล่อยจิตสังหารระดับสะท้านภพ และเป้าหมายของมัน... คือการพุ่งตรงมายังหลังคาโรงประมูลที่ไป๋เฉินยืนอยู่!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางในยุทธภพนี้ด้วยกันเสมอมานะครับ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 13
ตบหน้าคุณชายตระกูลใหญ่
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!