..."มหาเทพกระบี่ไร้พ่าย... ในที่สุดข้าก็หาตัวท่านพบเสียที เจ้าหนีความรับผิดชอบจากแดนสวรรค์มานานพอแล้ว กลับไปรับทัณฑ์สวรรค์กับข้าเสียเถอะ!"
เสียงก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อนยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของข้า—ไป๋เฉิน ผู้ซึ่งบัดนี้อยู่ในร่างของเด็กหนุ่มไร้รากปราณวัยสิบห้าปี ท่ามกลางหุบเขาเหมันต์สวรรค์ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีครามระยิบระยับราวกับผืนผ้าแพรปักดิ้นเงิน
เบื้องหน้าข้าคือสตรีผู้หนึ่ง... นางมิใช่เพียงงดงามจนล่มบ้านล่มเมือง หากแต่ความงดงามนั้นกลับอาบไล้ด้วยไอความเย็นเยียบที่พร้อมจะแช่แข็งวิญญาณของผู้มองให้แตกสลายเป็นจุล เส้นผมสีดำสนิทราวน้ำหมึกตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ปิ่นหยกขาวบนมวยผมสลักเป็นลายดอกเหมันต์สะท้อนประกายแสงจันทร์สลัว มู่หรั่นชิง... ผู้นำยอดเขาเหมันต์สวรรค์ เจ้าของฉายา 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้' กำลังจ้องมองข้าด้วยแววตาดุจคมกระบี่ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ความกดดันจากลมปราณระดับมหาเซียนแผ่ซ่านกดทับจนแผ่นอกของข้าอึดอัดคล้ายมีภูเขาทับถม ทว่าริมฝีปากของไป๋เฉินกลับแย้มยิ้มบางเบาอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ภายในใจจะแอบสบถกับโชคชะตาที่ช่างกลั่นแกล้ง—เพิ่งจะหนีพ้นเงื้อมมือของพวกเทพโบราณมาได้ไม่ทันข้ามวัน เหตุใดด้ายแดงแห่งกรรมจึงพาข้ามาตกหลุมพรางของแม่นางน้ำแข็งผู้นี้เสียได้
"แม่นางมู่... ท่านเข้าใจผิดแล้วกระมัง?" ไป๋เฉินประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม รอยยิ้มบนใบหน้าเปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์แต่แฝงไว้ด้วยความสุภาพบุรุษเต็มขั้น "ข้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายที่พลัดหลงมา ไฉนเลยจะไปเป็น 'มหาเทพกระบี่ไร้พ่าย' ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นได้เล่า? หน้าตาหล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ อาจจะพอมีอยู่บ้าง แต่ตบะปราณของข้า... ท่านก็เห็นแล้วว่าอ่อนด้อยเพียงใด"
มู่หรั่นชิงไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายกระบี่ในฝักสีเงินยวงที่นางถือไว้ส่งเสียงสั่นพานเบาๆ สะท้อนความไม่พอใจ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝ้ายรองเท้ากระทบพื้นน้ำแข็งดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"วาจาพ่อยอดชายผู้นี้ช่างลื่นไหลนัก" น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าเย็นเยียบเสียดกระดูก "ยามที่เจ้าใช้ดัชนีทะลวงม่านพลังคุ้มกันยอดเขาเมื่อครู่ ไม่มีผู้ใดในสำเนาเหมันต์สวรรค์ที่ทำได้เช่นนี้ แม้กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดยังต้องใช้เวลาสามวันสามคืน ทว่าเจ้ากลับใช้เวลาเพียงลมหายใจเดียว... เจ้าคิดว่าสายตาของกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้จะหลอกง่ายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
ไป๋เฉินลอบถอนหายใจในใจ *ให้ตายเถอะ... เผลอแสดงฝีมือลึกซึ้งเกินไปเสียแล้ว สมเป็นร่างเกิดใหม่ที่จิตวิญญาณเดิมยังหลงเหลือความเคยชิน*
เมื่อเห็นว่าการปฏิเสธไม่ได้ผล ไป๋เฉินจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเวทนา (ที่ปั้นแต่งขึ้น) เขาโงนเงนร่างเล็กน้อยทำทีคล้ายจะล้มลงไปกองกับพื้นน้ำแข็ง ทว่าพยายามฝืนยืนหยัดอย่างน่าเวทนา
"เฮ้อ... ในเมื่อท่านจับได้แล้ว ข้าก็ไม่ขอปิดบัง" ไป๋เฉินกุมหน้าอก แสร้งทำเป็นไอเบาๆ สองที "ความจริงแล้ว... ข้าคือน้องชายฝาแฝดของมหาเทพผู้นั้นต่างหากเล่า! ท่านพี่ทำกรรมทำเข็ญไว้มาก หนีลงมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์ ปล่อยให้ข้าผู้เป็นน้องต้องมารับเคราะห์แทน ถูกตามล่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด หากแม่นางมีความแค้นเคืองอันใดกับเขา โปรดลงทัณฑ์ที่ตัวข้าผู้เป็นน้องคนนี้เถอะ! ขอเพียงท่านเมตตาไว้ชีวิต ชี้แนะวิถีลมปราณให้ข้าสักกระบวนท่า ข้า... ข้าก็ตายตาหลับแล้ว!"
มู่หรั่นชิงขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย ความเยือกเย็นในแววตาฉายแววสับสนชั่วขณะ นางไม่เคยพบเจอมนุษย์ผู้ใดที่หน้าหนาและเจรจาพลิกแพลงได้รวดเร็วปานนี้มาก่อน ปกติแล้วผู้คนเมื่อเผชิญหน้ากับนางล้วนตัวสั่นงันงก คุกเข่าร้องขอชีวิต หรือไม่ก็ชักกระบี่เข้าสู้จนตัวตาย แต่วายร้ายน้อยผู้นี้กลับ... พยายามตีเนียนขอฝากตัวเป็นศิษย์เสียอย่างนั้น!
"ไร้สาระ!" มู่หรั่นชิงสะบัดแขนเสื้อ รัศมีปราณน้ำแข็งแผ่พุ่งออกไปจนเกล็ดน้ำแข็งรอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง "สำเนาเหมันต์สวรรค์ของข้าไม่รับเดรัจฉานหน้าหนายเช่นเจ้าเป็นศิษย์ จงไสหัวไปเสีย มิฉะนั้น... อย่าหาว่ากระบี่ของข้าไม่ปรานี"
ทว่า ในวินาทีที่นางหันหลังจะเดินจากไป ไป๋เฉินกลับตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ เขาทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นน้ำแข็งที่หนาวเหน็บจนกระดูกชา พุ่งเข้าไปกอดชายผ้าแพรสีขาวของนางไว้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!
"อาจารย์โปรดเมตตา!" ไป๋เฉินร้องตะโกนเสียงหลง ใบหน้าแนบชิดกับชายผ้าของนาง ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนจะร้องไห้ "บิดามมารดาข้าด่วนจากไปตั้งแต่ยังเล็ก สำนักเดิมก็ถูกเผาทำลายจนราบคาบ ข้าไร้ที่พึ่งพิง ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงท่านผู้เดียวที่มีรัศมีเจิดจรัสประดุจเซียนสวรรค์ลงมาโปรด หากท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์ ข้า... ข้าก็จะขอคุกเข่าแข็งตายอยู่ ณ ยอดเขาเหมันต์นี้ ไม่ยอมขยับไปไหนเด็ดขาด!"
มู่หรั่นชิงชะงักกึก นางก้มมองเด็กหนุ่มที่กำลังกอดชายผ้าของนางแน่นราวกับเด็กน้อยหลงทาง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดลึกในอก นางเป็นเซียนผู้โดดเดี่ยวมาเนิ่นนานนับร้อยปี ไม่เคยมีผู้ใดกล้าล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัว หรือใช้ไม้นี้กับนางมาก่อนเลยสักคน
"เจ้า... กล้าดียังไงมาดึงชายเสื้อของข้า? อยากตายนักใช่ไหม!" นางกัดฟันกรวด พยายามดึงผ้ากลับ แต่วายร้ายตัวแสบกลับกอดรัดแน่นยิ่งกว่าตังเม
"หากท่านไม่อ้าปากรับข้าเป็นศิษย์ ชายเสื้อผืนนี้... ข้าจะไม่มีวันปล่อยเด็ดขาด! อาจารย์โปรดรับลูกศิษย์คนนี้ไว้เถอะนะขอรับ ข้าจะคอยบดสมุนไพร ชงชา และนวดไหล่ให้ท่านทุกวันไม่ให้ขาดเลย!" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนปนเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังถึงกับมุมปากกระตุก
ลมหนาวพัดผ่านยอดเขา หิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมบ่าของคนทั้งสอง มู่หรั่นชิงจ้องมองใบหน้าที่เงยขึ้นมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ตนด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำแข็งในอกที่สะสมมานับร้อยปีคล้ายกำลังถูกรอยยิ้มนี้กัดเซาะทีละน้อย
นางนิ่งเงียบไปนานนับเค่อ (ประมาณ 15 นาที) ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ
"ลุกขึ้นได้แล้ว..." น้ำเสียงของนางอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้ยังคงความเย็นชาไว้ "ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์นอกสำนักชั่วคราวสามเดือน หากระหว่างนี้เจ้ามีความประพฤตินอกรีต หรือไร้ซึ่งความก้าวหน้าในวิถีปราณแม้แต่น้อย... ข้าจะโยนเจ้าลงจากยอดเขาด้วยมือของข้าเอง เข้าใจหรือไม่?"
ไป๋เฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างจนตาหยี รีบผุดลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัวทันที "ศิษย์คำนับอาจารย์! ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอนขอรับ!"
ภายในใจของมหาเทพผู้เกรียงไกรกลับหัวเราะชอบใจ *หึ... เซียนน้ำแข็งร้อยลี้อะไรกัน สุดท้ายก็แพ้ลูกอ้อนของข้าอยู่ดี*
ทว่า ในขณะที่ไป๋เฉินกำลังก้มตัวคำนับด้วยความยินดีอยู่นั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เปลวเพลิงสีม่วงเข้มลุกโชนขึ้นจากพื้นดินรอบยอดเขาเหมันต์สวรรค์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังมาจากห้วงมิติเบื้องบน—เสียงที่ทำให้วิญญาณของไป๋เฉินต้องสั่นสะท้าน
*“ฮ่าๆๆๆ... หาตัวพบจนได้ เจ้าหนู ไป๋เฉิน! คิดว่าหนีพ้นจากแดนสวรรค์มาซุกหัวอยู่ในดินแดนรกร้างเช่นนี้แล้ว ข้าจะตามหาเจ้าไม่เจออย่างนั้นเรารึ?”*
มู่หรั่นชิงสะบัดหน้าขวับไปมองบนท้องฟ้าที่บัดนี้แตกสลายเป็นรอยร้าวสีดำ ดาบน้ำแข็งในฝักของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากฝักด้วยตัวมันเอง แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับเทวะที่เหนือล้ำกว่านางนับร้อยเท่า!
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับวิถีเซียนอันยาวนานนี้ด้วยนะครับ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 4
พบหน้าเซียนผู้เย็นชา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!