ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 38

คืนสู่บัลลังก์เก้าสวรรค์

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หมื่นปี... เจ้ายังคงหาญกล้ามาใช้สายตานั้นมองข้ามหัวข้าเช่นเดิมหรือ ราชันสวรรค์หลงอวี้!" สุ้มเสียงกังวานดุจสายอัสนีฟาดกลางใจฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาเขต เมฆหมอกทมิฬหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาเหมันต์สวรรค์มานานนับนิรันดร์พลันแตกกระσยออกจากกันด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ไม่อาจหาผู้ใดเทียมทาน ร่างของไป๋เฉินในยามนี้มิใช่เด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กะล่อนอีกต่อไปแล้ว ทว่าเบื้องหน้ามวลมนุษย์และเหล่าเซียนผู้บรรลุธรรม คือมหาเทพกระบี่ไร้พ่าย ผู้เคยใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวตัดผ่านห้วงมิติและสะบั้นโซ่ตรวนแห่งสวรรค์จนแตกละเอียดเมื่อหมื่นปีก่อน! ห้วงอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีทองคำ อักขระโบราณนับล้านตัวผุดขึ้นจากความว่างเปล่า หมุนวนรอบกายเขาประดุจดั่งมังกรเพลิงที่กำลังคำรามด้วยความกระหายเลือด แรงกดดันระดับ "มหาเทพ" แผ่ขยายออกไปจนเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงนับหมื่นชีวิตต่างต้องคุกเข่าลงแนบพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจอันไร้ขอบเขตที่กดทับลงมาบนจิตวิญญาณ บนบัลลังก์เมฆาเบื้องบน ร่างเงาของราชันสวรรค์ผู้เคยคิดว่าตนคือผู้กุมชะตากรรมของสามภพ กลับมีสีหน้าซีดเผือกจนไร้สีเลือด นัยน์ตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหองบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด กระบี่วิเศษในมือสั่นสะท้านจนแทบหลุดร่วง "เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้าควรจะดับสูญไปพร้อมกับเขตแดนบรรพกาลเมื่อหมื่นปีก่อนแล้ว เหตุใดแก่นแท้จิตวิญญาณของเจ้าจึงยังคงสมบูรณ์ถึงเพียงนี้!" ราชันสวรรค์หลงอวี้แผดเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัว ความน่าเกรงขามที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของวัฏสงสาร ไป๋เฉินแย้มสรวล—รอยยิ้มในครานี้ไร้ซึ่งความขี้เล่น แต่มันคือรอยยิ้มของพญายมผู้กำกับความตาย นัยน์ตาคู่คมกวาดมองผู้รุกรานจากแดนสวรรค์ด้วยความสมเพชเวทนา "เจ้าคิดว่าพันธนาการแห่งสวรรค์ที่พวกเจ้าสร้างขึ้น จะกักขังวิญญาณของข้าผู้ซึ่งเกิดมาเพื่อเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ทั้งปวงได้กระนั้นหรือ? ช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง..." สิ้นเสียงคำราม ดรรชนีของไป๋เฉินก็ชี้ขึ้นสู่ท้องนฟ้า กระบี่บินนับแสนเล่มที่ซ่อนเร้นอยู่ในห้วงมิติพากันพุ่งทะยานออกมา ราวกับฝูงดาวตกที่ย้อนศรขึ้นสู่สรวงสวรรค์ พลังปราณกระบี่อันเกริกไกรผสานกับเคล็ดวิชา "กระบี่พลิกฟ้าดิน" พุ่งเข้าทะลวงร่างเงาของราชันสวรรค์จนแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะในฤดูใบไม้ร่วง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งยอดเขาเหมันต์สวรรค์ในชั่วพริบตา ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าเซียนผู้สูงส่ง ทุกผู้คนต่างก้มหน้าลงต่ำด้วยความเคารพยำเกรงอย่างสูงสุดต่อผู้ที่เพิ่งกลับคืนสู่บัลลังก์อัน The Throne of Heavens ทว่า ท่ามกลางความตื่นตะลึงและบรรยากาศอันหนักอึ้ง สายตาของมหาเทพกระบี่ไร้พ่ายกลับมิได้ทอดมองไปยังซากปรักหักพังของกองทัพสวรรค์ นัยน์ตาคู่นั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด ยามที่เขาหันกลับไปมองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง—มู่หรั่นชิง นางยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม แม้ว่าอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จะเปรอะเปื้อนคราบโลหิตจากการปกป้องสำนักเมื่อครู่ แต่ท่าทีของนางยังคงเยือกเย็นและสูงส่งดุจดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง ทว่าในยามนี้นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเรียบเฉยและเย็นชากลับไหวระริก เมื่อประสานเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิดอันลึกซึ้งของศิษย์ตัวแสบผู้เปลี่ยนสถานะกลายเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ มู่หรั่นชิงเม้มริมฝีปากบางเบา นางไม่เคยคิดเลยว่า... เด็กหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่คอยตามตื๊อ ป่วนเปี้ยนอยู่ข้างกาย และสร้างความปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวัน จะคือตัวตนเดียวกันกับมหาเทพผู้ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้เลื่องลือ ไป๋เฉินก้าวเดินผ่านห้วงมิติที่แตกสลาย ฝ่าความกดดันระดับมหาเทพเข้าไปหานางอย่างช้าๆ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าสตรีผู้เป็นเจ้าของหัวใจโดยสมบูรณ์ เขายื่นมือออกไปอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างอ่อนโยน "ท่านอาจารย์..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของนาง "หรือว่า... ท่านยังคิดจะลงโทษศิษย์ผู้นี้ข้อหาปีนเกลียวและล่วงเกินท่านอยู่อีกหรือไม่?" มู่หรั่นชิงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยสงบนิ่งดุจน้ำแข็งนับพันปีกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยเย็นชามีร่องรอยของความซับซ้อนฉายชัด ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยคำ "เจ้ากล้าหลอกใช้สถานะศิษย์มาปั่นป่วนใจข้าถึงเพียงนี้... เจ้าเด็กไม่รักดี..." ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเดิมหวนคืนสู่ใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแฝงไว้ด้วยความจริงจังและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า "ศิษย์ผู้นี้มิเคยกล้าหลอกลวงท่าน มีเพียงสิ่งเดียวที่จริงใจที่สุด... นั่นคือการได้เคียงคู่กับท่านตลอดไป" พูดจบ ไป๋เฉินก็สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ราชรถทองคำสวรรค์ที่สลักลวดลายมังกรและหงส์อันวิจิตรตระการตา ปรากฏขึ้นกลางนฟ้า พร้อมกับมงกุฎแห่งมหาเทวีที่เปล่งประกายเจิดจรัสด้วยแสงรัศมีแห่งวิถีเซียน เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างสุภาพบุรุษ นัยน์ตาคมกริบทอดมองนางด้วยความลึกซึ้งและเทิดทูน "มู่หรั่นชิง... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เก้าสวรรค์และดินแดนทั้งสามจะไม่มีผู้ใดกล้าดูหมิ่นท่านได้อีก ในฐานะมหาเทพกระบี่ไร้พ่าย ข้าขอแต่งตั้งให้ท่านเป็น 'มหาเทวี' ผู้ครองบัลลังก์เคียงคู่กับข้า ณ จุดสูงสุดแห่งวัฏสงสาร... ท่านจะยอมรับเกียรติยศนี้ พร้อมกับหัวใจของข้าผู้เป็นศิษย์ตัวแสบของท่านหรือไม่?" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกของเหล่าเซียนทั่วทั้งขอบเขต สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังสตรีผู้สูงส่งบนยอดเขาเหมันต์สวรรค์ ว่านางจะตัดสินใจเช่นไรต่อคำขอที่สั่นสะเทือนถึงรากเหง้าแห่งฟ้าดิน มู่หรั่นชิงนิ่งงันไปชั่วอึดใจ นางมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า—มือที่เคยจับกระบี่ฟาดฟันอสูรบรรพกาล และมือเดียวกันนี้ที่เคยแอบกุมมือของนางยามค่ำคืน นางสูดลมหายใจเข้าลึก, ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบหมื่นปี ซึ่งมีเพียงไป๋เฉินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ยลโฉม ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวบางของนางกำลังจะแตะลงบนฝ่ามือของเขาเพื่อตอบรับคำขอนั้น จู่ๆ ห้วงมิติเบื้องบนก็เกิดรอยปริแตกสีดำสนิทขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากสรวงสวรรค์—แต่มันดังมาจาก "ขุมนรกโลกันตร์" ที่ถูกผนึกมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล! "ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าเจ้าจะตายตกไปแล้วเสียอีก ไป๋เฉิน! เผ่ามารบรรพกาลหาได้ถูกกำจัดสิ้นซากไม่... และบัลลังก์เก้าสวรรค์ของเจ้า ในวันนี้... จะต้องนองไปด้วยเลือดของสตรีที่เจ้าพิทักษ์!" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้ามาจนถึงบทนี้ครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%