“เจ้าคิดว่ากระบี่มารที่เพาะบ่มจากไออาฆาตหมื่นศพ จะสยบข้าได้งั้นหรือ?”
สุ้มเสียงของไป๋เฉินมิได้มีความเกรงกลัวแม้เพียงกระผีกริ้น เขายืนตระหง่านอยู่กลางลานประลองที่บัดนี้กลายเป็นหลุมลึกจากการปะทะของพลังปราณ แววตาของเด็กหนุ่มมิใช่สายตาของศิษย์ผู้เยาว์วัย แต่มันคือสายตาของมหาเทพผู้ผ่านการล้างผลาญในยุทธภพมานับพันปี
ตรงหน้าเขา ‘มารอเวจี’ ผู้อาศัยการเบิกเนตรมืดมิดครอบงำจิตวิญญาณคู่ต่อสู้ กำลังแสยะยิ้ม กลิ่นอายสีดำทมิฬพวยพุ่งราวกับเปลวเพลิงนรก กระบี่ในมือของมันสั่นระริก ปล่อยไอเย็นยะเยือกที่กัดกินแม้กระทั่งอากาศธาตุรอบข้าง
“อวดดีนัก! วันนี้ข้าจะกระชากวิญญาณเจ้าออกมาสังเวยกระบี่มาร!” สิ้นคำประกาศก้อง มารอเวจีพุ่งร่างดุจเงาปีศาจ กระบี่ในมือวาดวิถีโค้งที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ พลังปราณมารที่ควบแน่นดั่งก้อนหินหนักอึ้งกดทับลงมาบนบ่าของไป๋เฉินจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว
ไป๋เฉินไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาเพียงสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ไม้ธรรมดาในมือพลันเปลี่ยนไป มันมิได้แผ่รังสีสังหารดุร้าย แต่มันกลับ ‘ว่างเปล่า’ ราวกับมิมีตัวตน
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดั่งกัมปนาทสะเทือนถึงสวรรค์ชั้นเก้า แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นกลับมิใช่การดวลพลังทื่อๆ หากแต่เป็น ‘กระบี่ไร้ลักษณ์’ ที่ไป๋เฉินรังสรรค์ขึ้นจากความว่างเปล่า มันแทรกซึมผ่านช่องว่างของกระบี่มารที่ดูเหมือนไร้จุดอ่อน ดุจสายน้ำที่ไหลผ่านซอกหิน
“อะไรกัน... พลังของข้า... หายไปไหน!” มารอเวจีเบิกตากว้าง ความมั่นใจมลายสิ้นเมื่อเห็นกระบี่ของตนถูกพลังงานที่มองไม่เห็นกระแทกจนเกิดรอยร้าว
ไป๋เฉินขยับยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูสูงส่งดุจเทพเซียนลงมาจุติ “กระบี่มารเจ้าแกร่งกล้า แต่เจ้าไร้ ‘หัวใจ’ แห่งกระบี่ เมื่อกระบี่ไร้หัวใจ ก็เป็นเพียงเศษเหล็กที่รอวันแตกสลาย”
เขาหมุนตัวกึ่งหนึ่ง พลังปราณที่กักเก็บไว้ระเบิดออกดุจภูเขาไฟระเบิด มือของไป๋เฉินตวัดผ่านอากาศช้าๆ ทว่ากลับหนักแน่นและรวดเร็วจนตาเปล่ามิอาจไล่ตามทัน ปลายกระบี่ไม้แตะเข้าที่ใจกลางกระบี่มารอย่างแม่นยำ
*เปรี๊ยะ! ปัง!*
เสียงกระบี่มารแหลกละเอียดดุจแก้วบาง กระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวพลังงานที่สลายตัวไปในอากาศ มารอเวจีกระอักเลือดคำโต ร่างกระเด็นไปไกลจนตกนอกลานประลอง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณนับหมื่นชีวิตบนอัฒจันทร์ แม้แต่เสียงลมหายใจยังดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
ไป๋เฉินยืนสงบนิ่ง กระบี่ไม้ในมือค่อยๆ ลดระดับลง สายตาของเขาไม่ได้มองผู้แพ้ แต่ทอดมองไปยังที่นั่งประธาน ณ ที่นั่น มู่หรั่นชิง... อาจารย์สาวผู้เย็นชาผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด บัดนี้เรียวนิ้วของนางกำลังกำขอบที่นั่งแน่น แววตาที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำแข็งยามฤดูหนาวกลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้
“ศิษย์ข้า...” เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา แต่ไป๋เฉินกลับได้ยินมันชัดเจนดุจเสียงกระซิบข้างหู
เมื่อประกาศผลการแข่งขันว่าไป๋เฉินคือผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องที่แสดงความเคารพต่อวีรบุรุษคนใหม่ ไป๋เฉินมิได้สนใจเกียรติยศเหล่านั้น เขาก้าวเดินผ่านกลุ่มจอมยุทธ์ผู้เลื่อมใสตรงไปยังยอดเขาเหมันต์สวรรค์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวกว่ายามประลองเสียอีก
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัล เงาร่างสีดำปริศนาจากสำนักลับกลับปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขวางทางเดินเอาไว้ กลิ่นอายของมันไม่ใช่กลิ่นอายมารที่เขาเคยพบเจอ แต่มันคือ ‘ไอทัณฑ์สวรรค์’ ที่เขารู้จักดีจากชาติภพก่อน
“เจ้าชนะการประลองนี้... แต่เจ้ากำลังจะแพ้ให้กับโชคชะตาที่เจ้าไม่มีวันหลีกพ้น” ชายลึกลับกล่าวพลางยื่นม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าที่มีตราประทับของ ‘มหาเทพผู้ถูกลืม’ มาให้
ไป๋เฉินหยุดชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนยามนึกถึงอาจารย์กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ เพราะตราประทับบนคัมภีร์นั้น... คืออดีตที่เขาเคยพยายามฝังกลบมันลงสู่ก้นบึ้งของกาลเวลา
เขามองม้วนคัมภีร์สลับกับยอดเขาที่อาจารย์เขายืนอยู่ ในใจพลันบังเกิดคำถามที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมา... หรือการประลองครั้งนี้ เป็นเพียงแค่เหยื่อล่อให้เขาก้าวเข้าสู่กับดักที่ฟ้าดินวางไว้แต่ต้น?
หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของศิษย์ตัวแสบและอาจารย์สาวผู้เย็นชามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 27
ชัยชนะอันเกรียงไกร
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!