ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 28

รางวัลแด่ผู้ชนะ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
รอยหมึกสีชาดบนม้วนคัมภีร์โบราณยังไม่ทันแห้งสนิทดี ประตูกลศิลาหนักสามหมื่นชั่งก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องเสียดแท่นหยก บดขยี้ม่านเมฆาสีครามจนแตกกระจายกลายเป็นละอองธุลี กลิ่นอายความเย็นเยือกของแดนลับแลเซียนบรรพกาลทะลักทะลวงผ่านรอยแยกมิติออกมาประดุจคลื่นกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งเข้าใส่โสตประสาท ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูมิติ ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย ประกายแสงสีทองจางๆ วับแวมอยู่ภายใต้ม่านตาคู่นั้น เขามองม้วนคัมภีร์ในมือสลับกับเงาร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางลมหนาว คำถามที่วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดเมื่อครู่... ยังคงกัดกินหัวใจดุจตัวหนอนพิษ หรือแท้จริงแล้ว ชัยชนะในการประลองมหายุทธครั้งนี้ หาใช่เกียรติยศที่สำนักวิหกเพลิงมอบให้ หากแต่เป็นกุญแจดอกแรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไขพันธนาการบางอย่างที่ฟ้าดินจงใจจัดฉากไว้กันแน่? "เจ้าลังเลอะไรอยู่ ไป๋เฉิน?" สุ้มเสียงราบเรียบดุจธารน้ำแข็งพันปีดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน มู่หรั่นชิงก้าวเท้ามาหยุดเคียงข้าง กลิ่นอายความบริสุทธิ์ของดอกเหมันต์โชยปะทะนางนาสิก นางมิได้หันมามองเขา ทว่าสายตากลับทอดมองลึกเข้าไปในความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งของแดนลับแลเบื้องหน้า ปลายกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้ข้างกายสั่นระริกเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงภัยอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ไป๋เฉินระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์และดื้อรั้นตามแบบฉบับของศิษย์ตัวแสบผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน เขาก้าวเข้าไปชิดนางอย่างออาจ จนปลายเส้นผมสีดำสนิทของทั้งสองปลิวมาพัน eเกี่ยวกันท่ามกลางกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน "ศิษย์ไหนเลยจะกล้าลังเลต่อหน้าท่านอาจารย์ เพียงแต่... แดนลับแลเซียนบรรพกาลแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าอันตรายยิ่ง ยุคโบราณกาลเหล่าเซียนสวรรค์ยังต้องร่วงหล่น หากศิษย์พลาดพลั้งบาดเจ็บขึ้นมา ใครเล่าจะคอยซับเหงื่อและรินชาอุ่นๆ ให้ท่านบนยอดเขาเหมันต์สวรรค์เล่าครับ" มู่หรั่นชิงปรายตามองศิษย์ตัวดีแวบหนึ่ง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของเซียนผู้สูงส่ง นางแค่นเสียงเย็นชาออกมาเบาๆ ในลำคอ ทว่าใบหูขาวราดหิมะกลับขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างยากจะสังเกตเห็น "วาจาดั่งคารมคมคายเช่นนี้ เก็บไว้ใช้ยามเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรโบราณภายในเถิด หากเจ้ายังมัวแต่ต่อปากต่อคำ ข้าจะโยนเจ้ากลับไปให้เจ้าสำนักลงทัณฑ์เสียเดี๋ยวนี้" "โธ่... อาจารย์ก็ ใจร้ายกับศิษย์ผู้กตัญญูคนนี้ได้ลงคอ" ไป๋เฉินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ล้ำลึก "ในเมื่อสิทธิ์ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว ทว่าข้ากลับดึงดันจะพาอาจารย์แอบลักลอบเข้าไปด้วยกันสองต่อสองเช่นนี้ หากความนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าผู้อาวุโสทั้งแปดคงกระอักเลือดตายด้วยความโกรธเป็นแน่" "ผู้ใดบอกว่าเจ้าพาข้าเข้าไป?" มู่หรั่นชิงหันขวับมามองเขา นัยน์ตาสีฟ้าครามราวกับกระบี่น้ำแข็งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม "ข้าต่างหากที่เป็นผู้เปิดเส้นทางมิติเบี่ยงเบนนี้ เพื่อคุ้มครองความโง่เขลาของศิษย์เช่นเจ้าไม่ให้เอาชีวิตไปทิ้งไว้ในแดนลับแล" ไป๋เฉินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง เขารู้ดีว่ามู่หรั่นชิงเป็นคนเช่นไร นางยอมแบกรับความผิดมหันตกรรมและฝ่าฝืนกฎเหล็กของสำนัก เพียงเพื่อติดตามเขาเข้ามาในสถานที่ต้องห้ามแห่งนี้... นางเป็นห่วงเขา กลัวว่าเขาจะตกหลุมพรางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการประลองนี้เช่นเดียวกับที่เขาสังหรณ์ใจ "เช่นนั้น... เราไปตายดาบหน้าด้วยกันสักคราจะเป็นไรไป" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มและจริงจังอย่างหาได้ยากยิ่ง มือเรียวยาวเอื้อมไปคว้ากุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบราวกับหยกสลักของนางไว้โดยพลการ มู่หรั่นชิงสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ นางไม่เคยถูกบุรุษใดแตะเนื้อต้องตัวในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็นศิษย์ในสำนักด้วยแล้ว ยิ่งถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด ทว่า... นางกลับไม่ได้สะบัดมือออกอย่างที่ควรจะเป็น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของไป๋เฉินแผ่ซ่านทะลวงผ่านความเย็นยะเยือกของปราณเหมันต์เข้าสู่หัวใจโดยตรง ความอบอุ่นที่นางไม่เคยได้รับมาตลอดหลายร้อยปีแห่งการบำเพ็ญเพียรโดดเดี่ยวบนยอดเขาสูง "เจ้า... กำแหงใหญ่แล้วนะ ไป๋เฉิน" น้ำเสียงของนางแม้จะพยายามดัดให้เย็นชาเพียงใด แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ศิษย์เพียงแต่กลัวว่าหากพลัดหลงกันในแดนมหันตภัยนี้ อาจารย์จะเหงาต่างหากเล่าครับ" ไป๋เฉินแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์กลบเกลื่อนความตึงเครียด ก่อนที่นัยน์ตาคมจะเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพญาอินทรีที่พุ่งโฉบเหยื่อ "เอาล่ะ... ได้เวลาไปดูให้เห็นกับตาแล้วว่า เบื้องหลังประตูมิตินี้ ซ่อนความลับอันใดที่ทำให้ฟ้าดินถึงกับต้องยอมสั่นคลอน" สิ้นคำพูด ร่างของทั้งสองก็พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางประตูกลศilลาที่กำลังจะปิดตัวลงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แสงสว่างเจิดจ้ากลืนกินร่างของพวกเขาทั้งคู่หายลับไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและละอองหมอกสีเทาที่ค่อยๆ จางหายไปตามสายลม ... ภายในแดนลับแลเซียนบรรพกาล... บรรยากาศเบื้องหน้าช่างแตกต่างจากโลกภายนอกราวฟ้ากับเหว ท้องฟ้าเหนือศีรษะมิใช่สีคราม หากแต่เป็นสีเลือดนกที่ปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆทมิฬหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดมหึมา พื้นดินแห้งผากแตกระแหงเต็มไปด้วยซากกระดูกของสัตว์อสูรบรรพกาลชิ้นมหึมาที่กลายเป็นหิน กลิ่นอายกดดันระดับมหาเทพแผ่ซ่ายกดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด ไป๋เฉินและมู่หรั่นชิงร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนิ่มนวล กระบี่น้ำแข็งในมือของนางแผ่ไอเย็นพวยพุ่งเป็นโล่คุ้มกันรอบกายทันที นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวังสูงสุด สัญชาตญาณของเซียนผู้บรรลุวิถีกระบี่ขั้นสูงร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง "ระวังตัวด้วย ที่นี่มีกลิ่นอายของค่ายกลผนึกวิญญาณโบราณ..." มู่หรั่นชิงกล่าวเสียงเบา ทว่า ไป๋เฉินกลับไม่ได้ฟังคำเตือนนั้น สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังแท่นบูชาหินโบราณที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงร้อยก้าว บนแท่นบูชานั้น มีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่... กระบี่ที่ไม่มีคม ไร้ประกายปราณ ทว่ากลับดึงดูดสายตาและจิตวิญญาณของเขาให้หลุดลอยเข้าไปราวกับมีเวทมนตร์ "นั่นมัน..." ไป๋เฉินพึมพำด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับวิญญาณในร่างนี้และตัวตนในอดีตชาติกำลังกรีดร้องพร้อมกัน เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาแท่นบูชานั้นทีละก้าว โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่า เงาร่างสีดำทมิฬนับร้อยสายกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากซากกระดูกอสูรโดยรอบ นัยน์ตาสีแดงฉานนับคู่จับจ้องมาที่พวกเขาด้วยความกระหายเลือด "ไป๋เฉิน! หยุดนะ!" มู่หรั่นชิงอุทานด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงที่พุ่งเข้าประชิด ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว ในวินาทีที่ปลายนิ้วของไป๋เฉินสัมผัสถูกด้ามกระบี่ไร้คมบนแท่นบูชา ท้องฟ้าสีเลือดเหนือศีรษะก็พลันคำรามกึกก้องด้วยสายฟ้าสีทองฉานฉากฉาน ค่ายกลโบราณนับหมื่นปีสว่างวาบขึ้นพร้อมกันเป็นตาข่ายอักขระขนาดยักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ร้อยลี้กักขังพวกเขาทั้งสองไว้ภายใน ไม่เพียงเท่านั้น... เสียงหัวเราะเยียบเย็นอันทรงพลังราวกับมาจากห้วงนรกภูมิ ก็ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งมิติ ทะลวงผ่านโสตประสาทจนโลหิตในกายของทั้งสองแทบจะพุ่งทะลักออกมา *"ยินดีต้อนรับสู่สุสานแห่งมหาเทพ... ผู้กล้าหาญทั้งสอง หรือควรเรียกว่า... เหยื่อผู้โชคร้ายตัวสุดท้ายดีเล่า?"* ร่างของบุรุษชุดคลุมสีทองลึกลับผู้หนึ่ง ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอกมิติเบื้องหน้า ใบหน้าของเขาถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดูกอสูร ทว่าพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่าง กลับทำให้มู่หรั่นชิงถึงกับใบหน้าถอดสี ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน - ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนไปพร้อมกับข้า "หมึกทองคำข้ามภพ" ครับ -
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%