ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 34

สะสางหนี้แค้นพันปี

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"อาจารย์ ระวัง!" เสียงตะโกนก้องที่แฝงไปด้วยพลังปราณอันสั่นสะเทือนวิญญาณดังขึ้น พร้อมๆ กับร่างของไป๋เฉินที่พุ่งทะยานตัดผ่านม่านหมอกสีโลหิตราวกับสายฟ้าคำราม คมกระบี่ไร้พ่ายในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด แววตาของเด็กหนุ่มผู้มักมีรอยยิ้มกะล่อนเจืออยู่เสมอ บัดนี้กลับเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ยิ่งกว่ายอดเขาเหมันต์สวรรค์ของมู่หรั่นชิงเสียอีก เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง คือเงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่ไอทมิฬปกคลุมไปทั่วสารทิศ ผู้นั้นคือ 'หลงเทียน' อดีตสหายสนิทผู้เคยร่วมเป็นร่วมตายในเส้นทางเซียนเมื่อพันปีก่อน ผู้ที่เคยเอ่ยวาจาสัตย์สาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าจะร่วมมือกันก้าวข้ามวัฏสงสาร ทว่าสุดท้ายกลับแทงข้างหลังด้วยกระบี่อาบยาพิษในคืนที่ไป๋เฉินกำลังบรรลุขอบเขตมหาเทพ "หึ... ไป๋เฉิน ศิษย์รักเจ้าช่างอวดดีนัก" เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจเสียงเสียดสีของใบมีดดังมาจากหลงเทียน ร่างนั้นค่อยๆ ปลดปล่อยแรงกดดันระดับขั้นราชันย์สวรรค์ออกมาจนพื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกนับร้อยวา "คิดว่าการเกิดใหม่ในร่างเด็กไร้รากปราณ แล้วไปซุกหัวนอนอยู่ใต้กระโปรงของนางเซียนเย็นชาผู้นั้น จะทำให้เจ้าล้างแค้นข้าได้งั้นรึ? เจ้าในตอนนี้... ก็เป็นได้แค่สุนัขจนตรอกที่รอวันถูกเด็ดหัวเท่านั้น!" มู่หรั่นชิงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้าของนางยังคงเรียบเฉยราวน้ำค้างแข็งบนยอดสน ไหล่เรียวบางตั้งตรงสง่างาม ทว่ามือเรียวดั่งหยกที่ถือกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้กลับเรืองแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำฝนกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย นางเหลือบสายตาเพียงเสี้ยววินาทีมองศิษย์ตัวแสบที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับไว้ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งสำนัก บัดนี้กลับร้อนรุ่มขึ้นมาคล้ายเปลวเพลิง "อาจารย์... ถอยไปก้าวหนึ่งครับ" ไป๋เฉินเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดเดี่ยว มือหนาเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของนางเบาๆ อย่างถือวิสาสะ "หนี้แค้นเมื่อพันުރีก่อน มันเป็นบัญชีเลือดที่ศิษย์ผู้นี้ต้องสะสางด้วยมือของตนเอง... คนทรยศเช่นมัน ไม่คู่ควรแม้แต่จะให้ลมหายใจของอาจารย์ต้องแปดเปื้อน" "เจ้า..." มู่หรั่นชิงริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางอยากจะเอ่ยดุความอวดดีของเขาตามธรรมเนียมของอาจารย์ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ฉายความลึกล้ำดุจห้วงจักรวาลและเต็มไปด้วยความห่วงใยอันไร้ขีดจำกัด คำพูดทั้งมวลก็ติดอยู่แค่ลำคอ "บัง3! ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างกล้าดียิ่งนัก!" หاستีของหลงเทียนแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด ไอทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆฝนสีดำสนิทหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอัคคีทมิฬ สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าเปรี้ยงลงมากลางวงล้อม แสงสว่างวาบเผยให้เห็นรอยแยกของแผ่นดินที่กำลังฉีกขาดออกจากกัน เสียงคำรามของปฐพีดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกหล้ากำลังจะล่มสลาย *เปรี้ยง! ครืนนน!* การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างไร้การเกริ่นนำ หลงเทียนสะบัดแขนเสื้อครั้งเดียว ปราณกระบี่ทมิฬนับหมื่นสายพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งราวกับห่าฝน มิตรรอบตัวบิดเบี้ยวและปริแตกออกเป็นรอยร้าวสีดำ ความกดดันระดับทำลายล้างแผ่ซ่านจนผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปหากอยู่รัศมีนี้คงแหลกสลายเป็นจุลไปนานแล้ว ทว่า ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง ร่างกายของเขาผสานเข้ากับเคล็ดวิชากระบี่ไร้พ่ายขั้นสมบูรณ์ ความเร็วของเขาทะยานเกินกว่าสายตาจะมองทัน แสงกระบี่สีทองอร่ามสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดราวกับเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ตวัดพู่กันขีดเขียนเส้นทางแห่งโชคชะตา *ฉับ! ฉับ! ฉับ!* ปราณกระบี่สีทองปะทะกับไอทมิฬจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ หินผาขนาดมหึมาลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงปะทะของพลังปราณที่สะท้านสะเทือนถึงแก่นฟ้าดิน แรงลมจากการห้ำหั่นสร้างเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์พัดพาเอาต้นไม้โบราณถอนรากถอนโคน มู่หรั่นชิงไม่รอช้า นางเคลื่อนกายดุจภูตพราย กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้ในมือวาดเป็นวงโค้งสลับซับซ้อน อักขระโบราณนับพันตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นค่ายกลเหมันต์สวรรค์ปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่ของหลงเทียนทั้งหมด ความเย็นยะเยือกทะลวงทะลุเกราะปราณทมิฬจนร่างของอดีตสหายทรยศต้องสั่นสะท้าน "พวกเจ้า... พวกเจ้าทำลายแผนการพันปีของข้าไม่ได้หรอก!" หลงเทียนคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง ดวงตาเบิกโพลงจนเส้นเลือดฝอยแตกซะ นัยน์ตากลายเป็นสีแดงฉานเข้มข้น เขากัดฟันกรอดจนเลือดไหลซึม ก่อนจะระเบิดพลังชีวิตทั้งหมดออกมารวมไว้ที่ฝ่ามือ กลายเป็นลูกแก้วโลหิตขนาดเท่าศีรษะที่แผ่กลิ่นอายความตายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว "ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายนัก ข้าจะลากพวกเจ้าลงไปสู่ขุมนรกโลกันตร์ด้วยกัน!" ลูกแก้วโลหิตหมุนวนด้วยความเร็วสูง ดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดในรัศมีร้อยลี้ให้ตกอยู่ในความมืดมิด ท้องฟ้าคำรามรับทัณฑ์สวรรค์อย่างเกรี้ยวกราด สายฟ้ายักษ์สีเลือดฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางที่พวกเขายืนอยู่พอดี บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ไป๋เฉินหันกลับมามองมู่หรั่นชิงแวบหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม แววตาของเขาก็ยังคงเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน "อาจารย์... หากชาตินี้เราต้องดับสูญร่วมกัน ท่านเสียใจหรือไม่ที่รับศิษย์ตัวแสบเช่นนี้เข้าสำนัก?" มู่หรั่นชิงนิ่งอึ้ง หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ นางไม่ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่ามือเรียวกลับเอื้อมไปกุมมือของไป๋เฉินไว้แน่น ปราณกระบี่น้ำแข็งและปราณกระบี่ไร้พ่ายผสานหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีฟ้าและสีทองส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน "ศิษย์โง่... ต่อให้ฟ้าดินดับสลาย ข้าก็ไม่มีวันเสียใจ..." เสียงหวานกังวานเอ่ยแผ่วเบา ทว่ามั่นคงและเด็ดเดี่ยวราวกับคำประกาศิตแห่งเซียน ทว่า ในวินาทีที่ลูกแก้วโลหิตพุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ของพวกเขานั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันฉีกขาดออกเป็นทางยาว ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยฝ่าเท้าอันมั่นคง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้สรรพสิ่งต้องหยุดนิ่ง "คิดว่าการสะสางหนี้แค้นพันปีจะจบลงแค่นี้อย่างนั้นรื้อ... สหายเก่า?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ ลุ้นระทึกไปด้วยกันต่อนะครับ!
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%