เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู สะท้อนผ่านม่านหมอกแห่งกาลเวลาที่บิดเบี้ยวจนแทบแหลกสลาย แรงกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านกดทับจนผืนปฐพีเบื้องล่างแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นถึงขีดสุด ไป๋เฉินกลับมิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับลึกล้ำประดุจห้วงอเวจีที่ไร้ก้นบึง
"คิดว่าการสะสางหนี้แค้นพันปีจะจบลงแค่นี้อย่างนั้นรื้อ... สหายเก่า?"
เสียงแหบพร่าอันทรงพลังดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาสะท้อนสีดำทะมึนที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกแห่งมิติ ร่างนั้นสวมชุดคลุมโบราณลายอักขระโลหิต ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกหน้ากากกระดูกอสูรปกปิดไว้ แววตาทอประกายอำมหิตและริษยาที่สั่งสมมาเนิ่นนานนับกาลเวลา
"สหายเก่า?" ไป๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อยคมปลาวาฬ "ในสารบบความทรงจำของข้า มารเช่นเจ้าเป็นได้แค่เพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าที่ถูกเหยียบลืมไปเสียสนิท การที่เจ้ายังหลงเหลือเศษเสี้ยววิญญาณรอดมาได้ถึงพันปี หาใช่เพราะวาสนาไม่... หากแต่เป็นเพราะความน่าสมเพชของเจ้าต่างหากเล่า"
"สามหอง!" เงาร่างนั้นคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล คลื่นพลังมืดมิดพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า เมฆาอัสนีสีชาดแปรเปลี่ยนเป็นหมุนวนดั่งพายุเกลียวคลื่น อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงจากแรงเสียดทานของมิติ
บนยอดเขาสูงลิบลิ่ว มู่หรั่นชิงยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องสายลมกรรโชกจนโบกสะบัด มือเรียวงามกำด้ามกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ใบหน้าจะยังคงความเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาคู่สวยกลับฉายแววความกังวลระคนห่วงหาที่ยากจะปิดมิด นางรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ในยามนี้มิใช่ผู้ฝึกตนทั่วไป หากแต่เป็นตัวตนระดับบรรพกาลที่เคยร่วมขับเคี่ยวกับไป๋เฉินในอดีตชาติ
*ระวังตัวด้วยนะ... เจ้าเด็กโง่* มู่หรั่นชิงส่งกระแสจิตผ่านห้วงมิติด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
ไป๋เฉินราวกับรับรู้ถึงความห่วงใยนั้น เขาชำเลืองสายตากลับไปมองร่างบางบนยอดเขาเล็กน้อย ส่งยิ้มพริမ်းเพราที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจส่งไปให้ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูเบื้องหน้าอีกครั้งด้วยจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นถึงขีดสุด
"อาจารย์... โปรดทอดพระเนตรให้ดี" ไป๋เฉินพزเบาๆ แต่ก้องกังวานไปทั่วทั้งสามโลก "วันนี้ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่า กระบี่เดียวที่ข้าถือครอง... สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างไร"
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋เฉินก็พลันเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่!
"เร็วมาก!" เงาร่างบรรพกาลอุทานด้วยความตกใจ พลังปราณทั้งหมดถูกระเบิดออกมาเพื่อสร้างเป็นเกราะโลหิตหนาทึบห่อหุ้มร่างกาย ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว
ประกายแสงสีทองอร่ามตัดผ่านความมืดมิดดั่งดาวตกที่แหวกว่ายผ่านห้วงกาแล็กซี นั่นไม่ใช่แสงธรรมดา หากแต่เป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่หลอมรวมเข้ากับปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงของเหล่าเซียนและมารทั่วทั้งสามภพ ไป๋เฉินปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังร่างของทรชนผู้นั้น
มือขวาถือกระบี่ชี้ตรงไปเบื้องหน้า ปลายคมกระบี่นิ่งสนิทไร้การสั่นไหว
เวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ลมหายใจของสรรพสิ่งในสามโลกขาดห้วงลงพร้อมกัน
*ฉับ!*
เสียงตัดผ่านอากาศเบาหวิวราวกับเสียงใบไม้ไหว ทว่ากลับสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ ศีรษะของทรชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคค่อยๆ เคลื่อนตัวหลุดออกจากบ่า เลือดสีดำทะมึนพวยพุ่งฉีดขึ้นสู่ท้องนภาดุจน้ำพุโลหิต ก่อนที่ร่างไร้หัวนั้นจะทรุดฮวบลงคากลางอากาศ และสลายกลายเป็นเถ้าธุลีหายลับไปกับสายลมแห่งกาลเวลา
ท่ามกลางความเงียบงัดที่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ไป๋เฉินค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ เสียงโลหิตหยดกระทบพื้นดินดังก้องกังวานชัดเจนในความเงียบงัน
สามโลกตะลึงงัน! เหล่าผู้อาวุโสและมหาเทพที่เฝ้ามองเหตุการณ์จากแดนไกลต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ศิษย์ไร้รากปราณที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มเจ้าสำราญผู้นั้น บัดนี้ได้ใช้กระบวนท่าเพียงกระบวนท่าเดียว ตัดสินความเป็นความตายของตัวตนระดับบรรพกาลได้อย่างง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ
มู่หรั่นชิงยืนนิ่งค้าง หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเย็นชาที่เคยสะสมมานับพันปีละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความภาคภูมิใจและความลุ่มหลงที่ยากจะต้านทานในตัวศิษย์หนุ่มผู้นี้
ไป๋เฉินสะบัดชายเสื้อเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขากำลังจะทะยานร่างกลับไปหาอาจารย์สาวผู้เยือกเย็นเพื่อรับคำชมตามประสาคนคลั่งรัก ทว่า...
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงอัสนีบาตคำรามก้องจากชั้นฟ้าสูงสุด ท้องฟ้าที่ควรจะแจ่มใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือดในพริบตา รอยแยกมิติสีดำสนิทขนาดยักษ์เปิดอ้าออกเบื้องบนศีรษะของไป๋เฉิน แรงกดดันระดับที่ทำให้มหาเทพยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬแผ่ซ่านลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบที่มิได้มาจากผู้ใด แต่มันมาจาก "เบื้องบน" ฟ้าดินเอง
"ฆ่าคนของเรา... เจ้าคิดว่าจะสะสางหนี้กรรมนี้เพียงเท่านี้รื้อ, ไป๋เฉิน?"
ร่างเงาลึกลับในอาภรณ์สีทองคำขาวไร้ที่ติ ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน พร้อมกับก
ระบี่ในมือที่สะท้อนแสงเจิดจ้าบาดตาจนทุกคนต้องหลับตาลง
**************************************************
ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้นะครับ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 35
กระบี่เดียวดึงดารา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!