รอยแยกมิติแห่งหุบผาทมิฬระเบิดออกเสียงสนั่นหวั่นไหว คลื่นกระแทกสีครามเข้มกวาดเอาเศษศิลาและอักขระโบราณแหลกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋เฉินยืนหยัดอยู่ใจกลางพายุหมุนแห่งลมปราณ ร่างกายของเด็กหนุ่มอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาดจากศึกนองเลือดเมื่อครู่ แต่แววตาคู่นั้นกลับสุกสกาวดุจดวงดาราเหนือห้วงนภาราตรี ทว่าความระทึกใจยังไม่ทันจางหาย เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งแหวกม่านหมอกทมิฬเข้ามาด้วยความเร็วเหนือสามัญสำนึก
นั่นคือมู่หรั่นชิง!
เซียนสาวผู้ได้รับการขนานนามว่า 'กระบี่น้ำแข็งร้อยลี้' ผู้ซึ่งไม่เคยแปรเปลี่ยนสีหน้าแม้เผชิญหน้ากับความตาย บัดนี้อาภรณ์สีขาวของนางหลุดลุ่ยเล็กน้อย เส้นผมสีรัตติกาลปลิวไสวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน สองตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งพันปี กลับสั่นระริกอย่างรุนแรงยามกวาดมองสำรวจร่องรอยบาดแผลบนกายของเด็กหนุ่ม
"เจ้า... สิ้นคิดถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไป๋เฉิน!"
น้ำเสียงของนางไม่ได้ราบเรียบเยือกเย็นดังเช่นเคย หากแต่เจือปนไปด้วยความหอบสะท้านและความร้าวรานที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ มู่หรั่นชิงก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่น้ำแข็งรอบตัวนางระเบิดออกโดยไม่ตั้งใจเพื่อสกัดกั้นเศษซากหินที่กำลังร่วงหล่นลงมาทับร่างของเขา
ไป๋เฉินยิ้มเจื่อน ทว่าดวงตายังคงพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ตามนิสัย "อาจารย์... ท่านเป็นห่วงศิษย์ตัวน้อยคนนี้จนลืมรักษามาดเซียนผู้สูงส่งแล้วกระมังครับ? ดูสิ มือของท่านสั่นใหญ่แล้ว..."
เขายังไม่ทันพูดจบประโยค มู่หรั่นชิงก็กระโจนเข้าโอบกอดร่างของเขาไว้แน่นทันที!
สัมผัสจากร่างบางที่แนบชิดทำเอาไป๋เฉินชะงักงัน กลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์ประดุจดอกเหมันต์พันปีโอบล้อมรอบตัวเขา แต่สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่าคือหัวใจของนางที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียด ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย และความโล่งอกที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทำให้นางเซียนผู้ไร้เทียมทานถึงกับซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างหมดฟอร์ม
ไป๋เฉินนิ่งค้างไปชั่วขณะ มือข้างหนึ่งที่ถือกระบี่ค่อยๆ คลายลง ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกซึ้ง เขาค่อยๆ ยกแขนขึ้นโอบรอบเอวบางของนางไว้ หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นท่ามกลางพายุร้ายที่ยังคงคำรามก้องรอบกาย
"ข้าปลอดภัยแล้วครับอาจารย์... ข้าสัญญาแล้วนี่ครับ ว่าจะไม่ยอมตายก่อนที่จะได้แต่งกับท่านเป็นแน่" กระแสเสียงนุ่มทุมกระซิบแผ่วเบaข้างใบหูของนาง
มู่หรั่นชิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินวาจาลามปามของศิษย์ตัวแสบ แต่นางกลับไม่มีแรงพอที่จะผลักไสเขาออกไป ในยามนี้... การได้สัมผัสว่าลมหายใจของเขายังคงอุ่นร้อนอยู่แนบอก คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าโลกใบนี้ยังคงมีความหมาย นางกำชายเสื้อสีดำของเขาแน่นขึ้น ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลซึมผ่านเนื้อผ้าลงสู่ผิวเนื้อของเขา
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันอันแสนหวานนี้ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป
"ครืนนน—!"
เสียงคำรามต่ำจากก้นบึ้งของหุบผาทมิฬดังสะท้านขึ้นอีกครั้ง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม อักขระสีทองคำโบราณที่ควรจะดับสูญไปแล้ว กลับส่องแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาใหม่จากรอยแยกมิติเบื้องล่าง และในวินาทีนั้นเอง สายตาสีครามเข้มของไป๋เฉินก็พลันหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังตื่นขึ้น
มู่หรั่นชิงผละออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว สีหน้าเย็นชากลับมาสวมทับใบหน้าอีกครั้ง แต่นัยน์ตายังคงมีความห่วงAไยฉายชัด นางชักกระบี่น้ำแข็งออกCมาถือไว้ในมือพร้อมตั้งรับ
"ไม่ใช่ฝีมือของพวกสำมารโลหิต..." มู่หรั่นชิงเอ่ยเสียงเครียด ปราณกระบี่พวยพุ่งเตรียมพร้อม
ไป๋เฉินก้าวขึ้นมาขวางเบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังใจกลางรอยแยกมิติที่กำลังฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับหมอกควันสีดำสนิทที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณ และในความมืดมิดนั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจมาจากขุมนรกก็ดังสะท้านขึ้น พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากรอยแยก... บุคคลที่ทำให้สีหน้าของมู่หรั่นชิงเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา
"ไม่นึกเลย... ว่าข้าจะได้พบกับ 'ทายาทคนสุดท้าย' ของตระกูลไป๋ ในสถานที่รกร้างเช่นนี้"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุแห่งโชคชะตานี้ไปด้วยกันนะครับ — หมึกทองคำข้ามภพ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 19
อ้อมกอดในม่านพายุ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!