ประกายเหล็กไหลจากคมกระบี่ชำระบาตรสะท้อนเข้ากับม่านตาของไป๋เฉิน ราวกับเงาสะท้อนของความตายที่ทาบทับลงบนเส้นทางชีวิตใหม่ของเขา รังสีปราณเย็นเยียบแผ่ซ่านเสียดแทงกระดูก แม้จะเป็นเพียงแค่ขั้นทดสอบจากสำนักเซียนอันดับหนึ่ง แต่สำหรับร่างเด็กหนุ่มที่ถูกตราหน้าว่าไร้รากปราณนี้ มันคือความกดดันที่อาจบดขยี้วิญญาณให้แตกสลายได้ในพริบตา
"ศิษย์อกตัญญู ไป๋เฉิน... เจ้าหนีออกจากสำนักมาเล่นสนุกถึงเพียงนี้ คงจะพอใจแล้วกระมัง? คราวนี้ ต่อให้เจ้าออดอ้อมอ้อนวอนอย่างไร ข้าก็จะไม่ยอมละเว้นโทษทัณฑ์สถานเบาให้เจ้าอีกเป็นอันขาด... เตรียมรับกระบี่ชำระบาตรเสียเถอะ"
เสียงประกาศิตก้องกังวานของผู้อาวุโสผู้ดูแลการทดสอบดังก้องไปทั่วลานหินผาเบื้องหน้า สำนักเซียนไท่Qing (ไท่ชิง) ยิ่งใหญ่และสูงส่งเกินกว่าที่สามัญชนจะเอื้อมถึง แต่สำหรับไป๋เฉิน ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำอยู่บนจุดสูงสุดของมหาเทพกระบี่ไร้พ่ายมาแล้ว คำขู่เหล่านี้เทียบได้เพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้แห้งเท่านั้น
ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นท่ามกลางสถานการณ์อันคับขัน เขายังคงรักษาท่าทีสบายๆ เอาไว้ได้ แม้ว่าภายในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งนัก เส้นชีพจรปราณถูกปิดกั้น หากปะทะกันตรงๆ เกรงว่าคงไม่ต้องรอถึงกระบวนท่าที่สาม วิญญาณของเขาคงต้องกลับคืนสู่ปรโลกเป็นรอบที่สอง
"ช้าก่อนท่านผู้อาวุโส!" ไป๋เฉินยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมกริบซ่อนประกายอำมหิตไว้ภายใต้รอยยิ้มออดอ้อน "ข้าเพียงแค่เดินทางมาไกลนับพันลี้เพื่อเข้ารับการทดสอบคัดเลือกศิษย์ เหตุใดสำนักเซียนอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน จึงต้อนรับผู้มาเยือนด้วยคมกระบี่อันดุร้ายเช่นนี้เล่า? หรือเกียรติภูมิของสำนักไท่ชิง จะมีไว้ข่มเหงเด็กน้อยไร้ทางสู้เท่านั้น?"
วาจานี้ทรงพลังและเฉียบคมยิ่งนัก มันไม่ใช่คำร้องขอชีวิต แต่เป็นการตบหน้าเหล่าผู้อาวุโสกลางลานพิธีด้วยความจริงอันน่าละอาย ฝูงชนนับหมื่นที่มาร่วมชมการทดสอบต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่เด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสมเพช ดูแคลน และทึ่งในความกล้าบ้าบิ่น
ผู้อาวุโสหน้าหนวดเคราสีเทาผู้ถือกระบี่ชำระบาตรใบหน้ากระตุกเกร็งด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณกระบี่ในมือสั่นระริก "ปากกล้าพาที! เจ้าเด็กไร้รากปราณ บังaniอาจหมิ่นเกียรติสำนักเซียน เจ้าคิดว่าการหลบหนีจากยอดเขาเหมันต์สวรรค์ของเซียนสาวมู่หรั่นชิง แล้วดั้นด้นมาที่นี่ จะทำให้เจ้ามีที่พึ่งงั้นรึ? บอกให้รู้ไว้เสีย ที่นี่ไม่มีใครปกป้องเจ้าได้!"
เมื่อได้ยินชื่อของมู่หรั่นชิง หัวใจของไป๋เฉินก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง... *'ป่านนี้ 'นางน้ำแข็ง' คนนั้น จะรู้หรือยังนะว่าศิษย์ตัวแสบของนางแอบหนีมาสร้างเรื่องใหญ่อยู่ที่นี่? คงกำลังถือกระบี่น้ำแข็งร้อยลี้ตามล่าเขาด้วยความโมโหจนหน้าดำคร่ำเครียดแน่ๆ'* แม้จะคิดเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับยิ่งกว้างขึ้น ความคิดถึงระคนความท้าทายทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
"ท่านผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้มาเพื่อหาที่พึ่ง..." ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมเศษเสี้ยวพลังปราณที่หลงเหลืออยู่ในจุดตันtian (ตันเถียน) เล็กๆ น้อยๆ โคจรตามเคล็ดวิชาลับโบราณที่แม้แต่เทพสวรรค์ยังต้องสะพรึง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีทองวาววับชั่วพริบตา "ข้ามาที่นี่... เพื่อเหยียบย่างขึ้นสู่จุดสูงสุดของสำนักนี้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมพายุที่สงบนิ่งกลับคำรามก้องขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของไป๋เฉินแตกร้าวเป็นรอยแยกละเอียดดั่งใยแมงมุม พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยวเดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผู้อาวุโสผู้ถือกระบี่ชำระบาตรต้องชะงักงันโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่พลังของคนไร้รากปราณ! นี่คือกลิ่นอายของราชันผู้ก้าวข้ามวัฏสงสาร!
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใด?!" ผู้อาวุโสถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามกรอบหน้า
ไป๋เฉินไม่ตอบ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่าทางองอาจดุจพญาอินทรีผ่าเผย "ทางรอดเดียวของข้าในยุทธภพนี้ ไม่ใช่การซ่อนตัวอยู่ใต้ชายผ้าของใคร แต่คือการพิสูจน์ให้ฟ้าดินประจักษ์ว่า ข้า... ไป๋เฉิน ผู้นี้ คือผู้เดียวที่จะครอบครองบัลลังก์เซียน!"
การเผชิญหน้าระหว่างเด็กหนุ่มผู้มีอดีตลึกลับกับสำนักเซียนอันยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ บททดสอบแรกของยอดเขาเหมันต์และสำนักไท่ชิงมิใช่เรื่องง่ายดาย แต่ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่เย็นเยียบราศีกระบี่พันลี้ก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ท่ามกลางหมู่เมฆที่แยกตัวออกเป็นสองฝั่ง
ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปราย ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างไร้สุ้มเสียง ใบหน้างดงามล่มเมืองแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก ถือกระบี่เล่มยาวที่ปล่อยไอเย็นยะเยือกแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีสิบวา
มู่หรั่นชิงมาถึงแล้ว... และสายตาที่นางมองมายังไป๋เฉินในยามนี้ เต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็นที่สุดในรอบร้อยปี
"ไป๋เฉิน..." เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนในลานพิธีถึงกับหยุดหายใจ "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว... ตามข้ากลับยอดเขาเหมันต์ เดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถียุทธภพอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะครับ
ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 2
ทางรอดเดียวคือยอดเขาเหมันต์
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!