ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ•ตอนที่ 32

วิกฤตสวรรค์ล่มสลาย

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
เลือดสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนเกล็ดหิมะที่เย็นเยียบจนกลายเป็นผลึกแก้ว เสียงระเบิดของค่ายกลมารดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของอสูรที่หิวโหย บรรยากาศบนยอดเขาเหมันต์สวรรค์ในยามนี้มิใช่ที่ประทับของเหล่าเซียนผู้สูงส่งอีกต่อไป แต่มันคือทุ่งสังหารที่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกำยานแห่งความตาย มู่หรั่นชิงยืนหยัดอยู่ใจกลางพายุหมุนแห่งปราณมาร กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นสะท้านไปตามจังหวะชีพจรที่เต้นถี่รัว ใบหน้าของนางยังคงงดงามดุจรูปสลัก ทว่าความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว สีหน้าของนางซีดเผือดขณะที่กระอักเลือดออกมาคำโต "เจ้าจะดึงดันไปถึงเมื่อใด มู่หรั่นชิง?" เสียงแหบพร่าของประมุขมารดังก้องมาจากมวลเมฆสีดำทะมึน "ศิษย์รักของเจ้าหายสาบสูญไปในรอยแยกมิติแล้ว หรือเจ้าจะยอมตายเพื่อรักษาสถานที่ที่ไร้ค่าแห่งนี้ไว้เพียงลำพัง?" มู่หรั่นชิงไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองผู้รุกราน นางใช้กระบี่ค้ำยันร่างที่บอบช้ำไว้ ดวงตาสีครามดุจทะเลลึกจ้องมองไปยังหุบเหวเบื้องล่างที่ซึ่งไป๋เฉินเคยนั่งบำเพ็ญเพียรข้างกายตน วาจาที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาทว่าหนักแน่นดุจภูผา "เขายังไม่ตาย... จิตของเขาผูกพันกับข้าเกินกว่าที่มารชั้นต่ำเช่นเจ้าจะเข้าใจ" ทันใดนั้น ค่ายกลมารก็บีบตัวเข้าหากันดั่งกรงเล็บเหล็กกล้า ปราณมารสีม่วงเข้มพุ่งเข้าจู่โจมร่างบางจากทุกทิศทาง มู่หรั่นชิงฝืนโคจรลมปราณเฮือกสุดท้าย สร้างม่านน้ำแข็งขึ้นต้านทาน แต่ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับจากการปะทะครั้งก่อน ม่านพลังนั้นจึงแตกร้าวประหนึ่งกระจกที่ถูกค้อนทุบ ตูม! ร่างของมู่หรั่นชิงกระเด็นไปตามแรงปะทะ ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่หน้าผาเหมันต์ กระบี่ในมือหลุดลอยจากปลายนิ้วที่สั่นเทา นางหลับตาลงนิ่งรอรับความตายที่ใกล้เข้ามาถึง แต่ทว่า... ความเย็นยะเยือกที่สัมผัสได้นั้นกลับไม่ใช่ไอสังหาร แต่มันคือสัมผัสที่อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด "อาจารย์... ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือ ว่าหากข้าไม่อนุญาต ต่อให้เป็นยมทูตก็พรากท่านไปจากข้าไม่ได้" น้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ เมื่อมู่หรั่นชิงลืมตาขึ้น สิ่งที่นางเห็นคือแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่นางเคยพร่ำสอนวิชา เขาไม่ได้ดูอ่อนแอหรือไร้ทางสู้ดั่งศิษย์ธรรมดาที่นางเคยเฝ้ามองอีกต่อไป แววตาสีทองอำพันที่สะท้อนจากเงาของเขาช่างดูดุดันและทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม ไป๋เฉินสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นเล่มก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขาทั้งสอง คมกระบี่เหล่านั้นไม่ได้ทำจากเหล็กกล้า แต่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากเจตจำนงแห่งการปกป้องที่กล้าแกร่งดุจมหาสมุทร "เจ้า... เจ้าทะลวงผ่านขอบเขตนั้นแล้วรึ?" มู่หรั่นชิงถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มุมปากของนางเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่นัยน์ตากลับมีความหวังที่ไม่อาจปิดมิด ไป๋เฉินหันกลับมาส่งยิ้มกะล่อนให้แก่อาจารย์สาว แม้ในยามวิกฤตสวรรค์ล่มสลายเช่นนี้ เขาก็ยังคงความ 'ดื้อรั้น' เอาไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของนางอย่างอุกอาจ "ข้าทะลวงผ่านไปถึงขอบเขตที่แม้แต่ท่านก็ยังคาดไม่ถึงเลยล่ะครับ... แต่เรื่องนั้นช่างเถอะ ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญกว่าต้องบอกท่าน" เขาหยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองไปยังกองทัพมารที่เริ่มหยุดชะงักด้วยความหวาดหวั่นต่อไอพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "หากวันนี้ข้าปกป้องท่านไว้ได้ อาจารย์ต้องสัญญาว่าจะเลิกทำหน้านิ่งใส่ข้า... แล้วยอมให้ข้าเรียกท่านว่า 'ศิษย์พี่' หรืออะไรที่มันใกล้ชิดกว่านี้เสียที" มู่หรั่นชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งนับพันปีขึ้นสีระเรื่อทันที "เจ้าเด็กคนนี้... สถานการณ์เช่นนี้ยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่อีก!" "สำหรับข้า เรื่องของท่านคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในใต้หล้านี้ครับ" ไป๋เฉินแค่นยิ้มก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกองทัพมารเพียงลำพัง เขาคว้าด้ามกระบี่ขึ้นมา ทว่าทันทีที่นิ้วของเขาแตะถูกฝักกระบี่ ท้องฟ้าที่มืดมิดอยู่แล้วกลับสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเก่า เมฆสายฟ้าสีดำสนิทก่อตัวขึ้นเหนือยอดเขาเหมันต์สวรรค์ มิใช่เพื่อสนับสนุนกองทัพมาร แต่มันคือ 'ทัณฑ์สวรรค์' ที่เกิดจากการปรากฏตัวของพลังที่เหนือขอบเขตปกติ! ไป๋เฉินเบิกตากว้าง ความมั่นใจในแววตาเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เพียงต้องรับมือกับทัพมาร แต่ต้องรับมือกับบทลงโทษจากกฎเกณฑ์ของฟ้าดินที่กำลังจะพุ่งลงมาหมายจะบดขยี้เขาให้ดับสูญ เขากระชับดาบในมือแน่น เสียงกระบี่สั่นไหวราวกับจะร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงในอีกชั่วอึดใจเดียว "อาจารย์... จับมือข้าไว้ให้แน่นนะครับ" เขาพูดเสียงต่ำ "เพราะหลังจากที่กระบี่นี้ออกจากฝัก ต่อให้เป็นสวรรค์ ข้าก็จะผ่ามันให้แยกออกจากกัน" ทันใดนั้น เสียงสายฟ้าคำรามลั่นฟ้าสั่นสะเทือนถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ท่ามกลางวิกฤตที่โลกกำลังจะล่มสลาย ปลายกระบี่ที่ยังอยู่ในฝักเริ่มเปล่งประกายสีทองอร่ามที่สว่างเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ในยามเที่ยงวัน... หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลามาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านเซียนเย็นชา โปรดไว้ชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าเถอะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%