เสียงโลหะหนักหน่วงของกุญแจสนามแม่เหล็กกระทบกันในความเงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงที่สร้างความหวาดกลัว แต่เป็นเสียงประกาศิตของระเบียบจักรวาลที่เอเลียสคุ้นชินมาตลอดชีวิตของการเป็นวิศวกรอิสระ ผู้คุมกฎแห่งศูนย์บัญชาการดวงดาวไม่ได้ใช้กำลังในการควบคุมตัวเขา ความเงียบงันและความเย็นเยียบของเครื่องแบบสีเทาเข้มต่างหากที่เป็นกรงขังอันทรงพลังที่สุด
"คุณกำลังทำลายโครงสร้างทั้งหมดที่พวกเราพยายามสร้างขึ้นมา, เอเลียส" เสียงของวาเลนลอดผ่านหน้ากากกรองอากาศรุ่นพิเศษ น้ำเสียงนั้นราบเรียบและควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับถูกคำนวณด้วยอัลกอริทึม แต่หากฟังด้วยโสตประสาทที่ละเอียดอ่อนพอ เอเลียสกลับได้ยินเสียงสั่นเครือเล็กๆ ที่ปลายประโยค
เอเลียสถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้โลหะกลางห้องสอบสวนที่ไร้หน้าต่าง แสงไฟสีขาวนวลสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ทอดเงาของเขาให้ทอดยาวไปบรรจบกับรองเท้าบูทมันวาวของวาเลน ผู้ซึ่งยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ในฐานะวิศวกรผู้มองเห็นโครงสร้างเวลาผ่านภาพนิมิต เอเลียสรู้ดีว่าความจริงมักมีรอยร้าวเสมอ และในวินาทีนี้ รอยร้าวบนตัวตนของวาเลนก็กำลังปรากฏชัดต่อหน้าเขา
"ผมไม่ได้ทำลาย, วาเลน" เอเลียสเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของเขาคมกริบแม้จะเหนื่อยล้าจากการคำนวณสมการดวงดาวที่ยาวนานข้ามคืน "ผมแค่กำลังซ่อมแซมส่วนที่พวกคุณจงใจปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองไม่เห็นมันต่างหาก... โครงสร้างเวลาของดวงดาวดวงนั้นกำลังจะล่มสลาย และพวกคุณก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ใต้พรมของกฎระเบียบ"
วาเลนขยับตัวเล็กน้อย ท่าทีที่เคยเยือกเย็นและไร้ที่ติสะดุดลงชั่วเสี้ยววินาที มือที่ประสานกันอยู่หน้าอกเผลอกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว นั่นคือปฏิกิริยาทางกายภาพที่หลุดรอดจากการควบคุม—สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าผู้คุมกฎแห่งความเงียบไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เปลือกนอกแสดงออก
"คุณไม่เข้าใจ..." วาเลนก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะสอบสวน โน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเขากับเอเลียสแคบลง จนเอเลียสได้กลิ่นจางๆ ของโอโซนและกระดาษสังเคราะห์จากตัวอีกฝ่าย "ความเงียบไม่ใช่การปกปิดความจริง, เอเลียส แต่มันคือการรักษาความสงบเรียบร้อยของล้านชีวิตที่ยังไม่พร้อมจะรับรู้ว่าพรุ่งนี้พวกเขากำลังจะสูญเสียอะไรไปบ้าง ถ้าความจริงของคุณมันทำลายความหวังสุดท้ายของพวกเขา... มันจะมีประโยชน์อะไร?"
บทสนทนาหยุดชะงักลงในพื้นที่สุญญากาศทางความคิด ทั้งสองคนจ้องมองกันราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของอุดมการณ์ที่แบกรับไว้บนบ่า เอเลียสเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้น มันคือความอ่อนล้าของผู้คนที่ต้องแบกรับกฎเกณฑ์ของจักรวาลไว้คนเดียวโดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้
"บางครั้ง..." เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความดุดันก่อนหน้านี้มลายหายไปแทนที่ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นในอก "ความจริงที่เจ็บปวด ก็ยังดีกว่าความลวงที่ปล่อยให้คนเราตายอย่างไม่รู้ตัวนะครับ, วาเลน"
วาเลนชะงักไป ดวงตาสีเทาคู่นั้นไหววับคล้ายดวงดาวที่กำลังจะดับสลาย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปยังผนังห้องกระจกด้านเดียว ราวกับกำลังพยายามรวบรวมเศษซากความเยือกเย็นที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่เดิม
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง, เอเลียส" วาเลนพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยหน่ายที่จริงใจที่สุดเท่าที่เอเลียสเคยได้ยินมา "ผมควรจะส่งตัวคุณไปคุมขังในเขตสุญญากาศระดับสามตามกฎ"
"แต่คุณก็ยังไม่ได้ทำ" เอเลียสแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เยาะเย้ย แต่เป็นการยอมรับในตัวตนอีกฝ่าย "เพราะลึกๆ แล้ว คุณเองก็สงสัยในรอยต่อของเวลานั้นเหมือนกัน... ใช่ไหมครับ?"
ก่อนที่วาเลนจะได้ทันเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมาเพื่อรักษาฟอร์มของความเป็นผู้คุมกฎ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศูนย์บัญชาการ แสงไฟสีขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ ร่างของวาเลนสะดุ้งสุดตัวด้วยสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ในจังหวะที่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติกำลังรีเซ็ตตัว หน้าจอโฮโลแกรมหลักตรงกลางห้องสอบสวนก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่งจากผู้ใด ภาพแผนผังโครงสร้างเวลาที่เอเลียสพยายามพิสูจน์ถูกเปิดเผยขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความเข้ารหัสลับที่ไม่ควรมีอยู่บนระบบเครือข่ายนี้
ไม่ใช่ข้อมูลของดวงดาว... แต่เป็นบันทึกคำสั่งลับลงนามโดย "ผู้บัญชาการสูงสุด" เมื่อสามปีก่อน ที่ระบุพิกัดชัดเจนว่า การล่มสลายของดาวเคราะห์ดวงนั้น... ไม่ใช่ความผิดพลาดของธรรมชาติ แต่มันถูกจงใจ "ทำให้เกิดขึ้น"
วาเลนเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความเคร่งขรึมเป็นความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อหันกลับมามองเอเลียส ดวงตาสีเทาคู่นั้นก็สั่นระริกด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" วาเลนกระซิบเสียงสั่น มือเรียวยื่นไปแตะขอบโต๊ะเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้เซถลา
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสอบสวน พร้อมกับเสียงปลดล็อกรหัสผ่านนิรภัยระดับสูงสุดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง... และเสียงปืนเลเซอร์ที่ถูกขึ้นลำพร้อมยิงจากอีกฟากหนึ่งของประตู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 3
ความจริงหลังเครื่องแบบ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!