แรงดันอากาศภายในห้องควบคุมฉุกเฉินลดฮวบลงจนแก้วหูของเอเลียสปวดแปลบ สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องกระทบโครงหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและหยาดเหงื่อ
"พวกมัน... หนีไม่พ้นหรอก..."
เสียงกระซิบแหบพร่าผ่านคลื่นวิทยุสื่อสารที่ขาดๆ หายๆ ของวาเลนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าตัวต้นเสียงจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเหล็กเย็นเฉียบเบื้องหน้าเขาแล้วก็ตาม ร่างของเธอสั่นเทา ลมหายใจขาดห้วง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนท่ามกลางความหนาวเหน็บระดับจุดเยือกแข็งที่แผ่ซ่านมาจากระบบทำความเย็นที่เสียหาย
เอเลียสพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่าลงข้างกายเธออย่างไม่ลังเล สัญชาตญาณความเป็นวิศวกรและมนุษย์ถูกปลุกเร้าท่ามกลางวิกฤตที่ความเป็นและความตายถูกคั่นกลางไว้ด้วยเสี้ยววินาที
"วาเลน... ตั้งสติไว้ครับ" เอเลียสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปแตะที่แผงควบคุมพลังงานบนไหล่ขวาของชุดสูทอวกาศเธอ ซึ่งบัดนี้ถูกเศษโลหะคมกริบจากแรงระเบิดเฉี่ยวผ่านจนระบบจ่ายออกซิเจนสำรองรั่วไหล
วาเลนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีนิลคู่สวยที่เคยเยือกเย็นและเฉียบขาด บัดนี้ฉายแววความเปราะบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหยันสมเพชตัวเองปรากฏบนมุมปาก
"คุณ... จะช่วยคนที่สั่งปลิดชีพคุณทำไมกัน... เอเลียส..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเจ็บปวดจากพิษแผลแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"เพราะผมไม่ได้มองโลกเป็นแค่คำสั่งและกฎระเบียบแบบที่คุณทำยังไงล่ะครับ" เอเลียสตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขานิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด สายตาคมกวาดมองแผงวงจรที่ระเบิดเสียหายตรงหัวไหล่ของเธอ นิ้วมือทั้งสองข้างเริ่มขยับถอดถุงมือออก เพื่อสัมผัสกับสายไฟนาโนที่ไร้ฉนวนหุ้มโดยตรง เสี่ยงอันตรายต่อการถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตได้ทุกเมื่อ
ความใกล้ชิดในพื้นที่สุญญากาศที่อากาศกำลังจะหมดลง ทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่จังหวะการเต้นของกล้ามเนื้อ แต่คือเสียงสะท้อนของจิตวิญญาณสองดวงที่ยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ แต่มารวมกัน ณ จุดศูนย์กลางของความเป็นความตาย
"อย่า... มันอันตรายเกินไป..." วาเลนพยายามยกมือขึ้นปัดป้องมือเขา แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่เหลือ
"อยู่นิ่งๆ ครับ" เอเลียสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ จากลมหายใจที่โรยรินของเธอ กลิ่นอายเฉพาะตัวของวาเลน—กลิ่นฝุ่นดาวและโลหะเย็น—ผสมผสานกับกลิ่นอานุภาพความตายที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ
ในเสี้ยววินาทีนั้น โครงสร้างเวลาที่เอเลียสเคยเห็นผ่านภาพนิมิตเริ่มบิดเบี้ยว เขามองเห็นอนาคตที่เป็นไปได้สองทาง: ทางหนึ่งคือเธอและเขารอดออกไปได้พร้อมความจริงที่สั่นคลอนจักรวาล แต่อีกทางคือความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มบรรจงเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าสำรองด้วยความแม่นยำระดับไมครอน เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาตามสันกรอบหน้า หยดลงบนหลังมือของวาเลนที่นอนทาบอยู่บนพื้น เธอสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องมองการกระทำของเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย—ทั้งความหวาดกลัว ความซาบซึ้ง และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้าที่
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง..." วาเลนหลับตาลงเบื้องหน้าความเจ็บปวด ยอมจำนนต่อสัมผัสที่มั่น, อบอุ่น และปลอดภัยอย่างน่าประหลาดจากชายหนุ่มที่เธอถูกส่งมาเพื่อควบคุม
"ผมแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้องครับ... เหมือนที่คุณแอบส่งข้อมูลลับให้ผมเมื่อสามชั่วโมงก่อนไงล่ะครับ"
ดวงตาของวาเลนเบิกกว้างขึ้นทันที ความตกใจฉายชัดในแววตา เธอไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเอเลียสไม่มีวันพูดอะไรโดยไม่มีหลักฐาน
*คลิก!*
เสียงระบบจ่ายออกซิเจนกลับมาทำงานอีกครั้ง พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินที่เปลี่ยนจากสีแดงเดือดดาลเป็นสีฟ้าอ่อนโยน อากาศบริสุทธิ์ถูกพ่นออกมาปะทะใบหน้าของทั้งคู่ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา
เอเลียสถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขาทิ้งตัวลงนั่งพิงผนังห้องเคียงข้างเธอ ไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันเบาๆ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนแทบขยับตัวไม่ไหว
"เรา... รอดมาได้แล้ว" วาเลนพึมพำเสียงแผ่วเบา ศีรษะของเธอเอียงซบลงบนลาดไหล่กว้างของเอเลียสโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าทำลายกำแพงเหล็กกล้าที่เธอสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต
เอเลียสไม่ได้ขยับหนี เขากลับเอื้อมมือไปโอบไหล่เธอไว้หลวมๆ เพื่อประคองไม่ให้เธอล้มลงไปอีก ขณะที่สายตาคมกริบมองทอดผ่านกระจกนิรภัยออกไปสู่ความเวิ้งว้างของอวกาศภายนอก ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและหัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกันในความเงียบ...
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นจากแผงควบคุมหลักที่ถูกปิดตาย ไฟฉุกเฉินสีฟ้าเปลี่ยนกลับเป็นสีแดงกะพริบถี่รัวด้วยความเร็วสูง หน้าจอแสดงผลปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาโดยไม่มีใครสั่งการ:
*[ WARNING: CENTRAL CORE SYSTEM OVERRIDE. TARGET LOCATED. THE SILENCE PROTOCOL IS ENGAGED AUTOMATICALLY. ]*
วาเลนผุดลุกขึ้นจากไหล่ของเขาด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของเธอกลับมาซีดเผือดอีกครั้งยิ่งกว่าตอนบาดเจ็บ "ไม่จริง... ระบบอัตโนมัติถูกเปิดใช้งานแล้ว... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่จับกุมเรา... แต่พวกมันต้องการลบทุกอย่าง... รวมถึงสถานีอวกาศนี้ทิ้งทั้งระบบ!"
ก่อนที่เอเลียสจะทันได้เอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสเภียรกำลังย่างกรามเข้ามาใกล้ประตูห้องควบคุมทีละน้อย พร้อมกับเสียงโลหะถูกเฉือนด้วยลำแสงความร้อนสูงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก... และเงาร่างหนึ่งที่สะท้อนผ่านกระจก ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกักค้างไว้อีกครั้ง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเงียบงันนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 17
จังหวะของหัวใจในสุญญากาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!