"ถ้าคุณลบไฟล์นี้ออกเสียตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน ความตายของคนในเซกเตอร์เจ็ดคงไม่ถูกบันทึกว่าเป็นอุบัติเหตุจากความประมาท... จริงไหมครับ ผู้คุมวาเลน"
น้ำเสียงของเอเลียสราบเรียบ ทว่าคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบด้วยไนโตรเจนเหลว มันถูกเปล่งออกมาท่ามกลางแสงเรืองรองสีฟ้าอมม่วงของหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องควบคุมอวกาศอันเงียบงัน ความกดอากาศต่ำในห้องทำให้ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอจางๆ ยามเมื่อมันกระทบกับความเย็นเยียบของเครื่องจักรกล
วาเลนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง แสงไฟนีออนจากแผงควบคุมสาดกระทบสันกรามคมคายและดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหววับชั่วขณะ เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ภายใต้เครื่องแบบผู้คุมกฎแห่งศูนย์บัญชาการดวงดาวที่ตัดเย็บอย่างประณีตและไร้รอยยับ หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากระเบียบปฏิบัติ
"หน้าที่คือสิ่งเดียวที่ค้ำจุนระเบียบของจักรวาลนี้ เอเลียส คุณก็รู้ดีว่าความจริงบางอย่าง... หากมันหนักหน่วงเกินกว่าที่โครงสร้างสังคมจะแบกรับได้ การปล่อยให้มันจมดิ่งลงสู่ความเงียบงัน ย่อมดีกว่าการสร้างความตื่นตระหนกที่อาจทำลายล้างทุกสิ่งที่เราสร้างกันมา" วาเลนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคง ทว่ามันกลับสั่นเครือเล็กน้อยในพยางค์สุดท้าย
วิศวกรหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เอเลียสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของโอโซนและน้ำมันเครื่องจากเสื้อผ้าของเอเลียสผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์หอมจากตัวของวาเลน สร้างสนามพลังงานอัดแน่นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์
"โครงสร้างสังคม? หรือว่าบัลลังก์อำนาจของพวกคุณกันแน่ครับ วาเลน" เอเลียสเอียงคอมองเล็กน้อย ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นเจาะลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย ราวกับต้องการมองทะลุผ่านเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง "ผมเคยเชื่อในสมการ ผมเคยศรัทธาว่าตัวเลขไม่เคยโกหก แต่ตอนนี้... ผมกลับพบว่าตัวเลขพวกนั้นถูกบิดเบือนด้วยคำสั่งของคนไม่กี่คนที่นั่งอยู่บนยอดปีรามิด"
วาเลนหลบสายตานั้นเสี้ยววินาที—การกระทำที่หาได้ยากยิ่งสำหรับผู้คุมกฎผู้ไร้ความปรานี แต่มันกลับเปิดเผยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใน ทว่าเพียงไม่นาน เขาก็กลับมาตั้งSสติและเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยдяือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"คุณฉลาดเกินไป เอเลียส และความฉลาดนี่แหละที่จะฆ่าคุณ" วาเลนก้าวเข้าไปประชิด จนหน้าอกของทั้งคู่เกือบจะแนบชิดกัน ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น ความใกล้ชิดนี้กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งอันตรายและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าการค้นพบความจริงในเซกเตอร์เจ็ดจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้งั้นหรือ? ศูนย์บัญชาการมีแผนสำรองเสมอสำหรับพวกขบถทางความคิดเช่นคุณ"
"ผมไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงจักรวาลหรอกครับ..." เอเลียสกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเขายื่นเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของวาเลน "ผมแค่ต้องการความยุติธรรมให้สหายของผม และบางที... ผมอาจจะแค่อยากรู้ว่าภายใต้หน้ากากเหล็กกล้าของผู้คุมกฎอันดับหนึ่ง มีหัวใจที่ยังเต้นอยู่จริงๆ หรือเปล่า"
คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจของวาเลน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับและปฏิเสธมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้กำลังปะทุขึ้น ความโกรธ ความหวาดกลัว และความหลงใหลอันดำมืดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือเรียวยาวของวาเลนยกขึ้น ชะครงค้างไว้กลางอากาศราวกับจะผลักไส แต่อีกใจหนึ่งกลับอยากจะคว้าปกเสื้อของวิศวกรหนุ่มแล้วดึงเข้ามารับสัมผัสที่รุนแรงกว่านี้
แต่ก่อนที่บรรยากาศจะก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่างหน้าที่กับความรู้สึกส่วนตัว เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องควบคุม!
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
แสงไฟสีฟ้าอมม่วงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสาดส่องสลับกันไปมา หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงก่อนจะรีบูตตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏขึ้นของข้อความรหัสผ่านลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนบนจอหลัก
วาเลนผละถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณแห่งการระแวดระวัง ใบหน้าของเขากลับคืนสู่ความเยือกเย็นโดยสมบูรณ์ ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมกลับฟ้องความตื่นตระหนกภายใน
"นั่นไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยของเรา..." วาเลนพึมพำด้วยเสียงอันแผ่วเบา ดวงตากวาดมองชุดข้อมูลที่กำลังดาวน์โหลดตัวเองลงสู่ฮาร์ดriveสำรองที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในห้องควบคุม
เอเลียสขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักวิศวกรบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมหันต์ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อแกะรอยสัญญาณ แต่สิ่งที่ปรากฏกลับทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง
บนหน้าจอหลัก ปรากฏภาพถ่ายดาวเทียมแบบเรียลไทม์ของสถานีอวกาศร้างแห่งหนึ่งที่โคจรอยู่ ณ ขอบสุริยจักรวาล—สถานีที่ควรจะถูกทำลายไปเมื่อสิบปีก่อนพร้อมกับการเสียชีวิตของทีมนักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "บิดา" ของเอเลียสเอง
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือภาพเคลื่อนไหวของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนหันหลังให้กล้องวงจรปิด ก่อนที่บุคคลนั้นจะค่อยๆ หันกลับมามองตรงมายังเลนส์กล้อง พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากในเชิงสัญลักษณ์แห่งความเงียบงัน... และใบหน้านั้น ก็คือใบหน้าของตัวเอเลียสเองในวัยที่ร่วงโรยกว่าปัจจุบันถึงสิบปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดของห้วงอวกาศมาด้วยกันในตอนนี้และโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 7
เสียงสะท้อนจากอดีต
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!