"ถ้าคุณก้าวถอยหลังไปอีกเพียงครึ่งก้าว รองเท้าคอมแบตของคุณจะเหยียบลงบนรอยแยกของแรงโน้มถ่วงที่พร้อมจะฉีกกระดูกคุณออกเป็นเสี่ยงๆ นะครับ วาเลน"
เสียงกระซิบของเอเลียสเจือความเยียบเย็นและจริงจังจนตัดผ่านความเงียบงันของห้องควบคุมหลักได้อย่างเด็ดขาด ในขณะที่เงาร่างของบุคคลที่สามซึ่งก้าวออกมาจากความมืดนั้นหยุดชะงักลง รอยยิ้มเยียบเยินบนใบหน้าของแขกไม่速เชิญสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีส้มกะพริบของแผงวงจรที่เสียหาย
เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น—ดร.มาร์คัส อดีตหัวหน้าโครงการวิศวกรรมดวงดาวผู้ซึ่งถูกบันทึกในระบบศูนย์บัญชาการว่าเป็นศพที่ไร้ลมหายใจไปแล้วเมื่อสามปีก่อนจากอุบัติเหตุระเบิดปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น
วาเลนยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ผู้คุมกฎระเบียบวินัยเหล็กอย่างเธอพยายามควบคุมมันอย่างรวดเร็ว มือเรียวใต้ถุงมือสีดำขยับเข้าใกล้ซองปืนพลาสม่าที่ต้นขาโดยอัตโนมัติ สมองของเธอประมวลผลด้วยความเร็วสูงระหว่างข้อบัญญัติความมั่นคงแห่งสหพันธ์กับความเป็นจริงตรงหน้า
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ เอเลียส... สามปีผ่านไป ลูกศิษย์เนรคุณคนนี้ยังคงมีความสามารถในการคาดเดาปฏิกิริยาของผมได้แม่นยำเหมือนเคย" เสียงแหบพร่าของดร.มาร์คัสเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าพ้นจากเงาอับแสง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นไหม้เกรียมลึกตั้งแต่ลำคอข้างขวาขึ้นไปจนถึงขอบใบหู ร่องรอยจากความหายนะที่เขาสร้างขึ้นเองเมื่ออดีต
เอเลียสไม่ได้ขยับเขยื้อn ร่างสูงโปร่งในชุดวิศวกรเปื้อนคราบน้ำมันยังคงยืนบังวาเลนไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง แม้ว่าสมองส่วนลึกของเขาจะบอกว่าผู้หญิงข้างกายคนนี้อันตรายและพร้อมจะใส่กุญแจมือเขาได้ทุกเมื่อก็ตาม
"คุณควรจะตายไปพร้อมกับซากปรักหักพังของสถานีเซกเตอร์ 7 เมื่อสามปีก่อนนะครับ ดร.มาร์คัส" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "หรือว่า... ศพที่พวกเราฝังไว้ในสุสานอวกาศวันนั้น เป็นเพียงชิ้นส่วนอะไหล่ที่คุณใช้ตบตาสหพันธ์ เพื่อหลบหนีมาสร้างความวิបลาสอะไรบางอย่างที่นี่กันแน่"
ดร.มาร์คัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเสียดสีราวกับเศษเหล็กขูดกันในสุญญากาศ "ความตายเป็นเพียงแนวคิดที่พวกอ่อนแอใช้ปลอบใจตัวเองครับ เอเลียส เช่นเดียวกับ 'ระเบียบ' และ 'ความสงบเรียบร้อย' ที่คุณผู้หญิงคนนี้บูชานั่นแหละ" ดวงตาฝ้าฟางหันไปมองวาเลนด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย
วาเลนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา น้ำเสียงของเธอกลับมาเยือกเย็นและทรงอำนาจอีกครั้งตามวิสัยของผู้คุมกฎ "การปลอมแปลงการตายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและการลักลอบใช้พลังงานนอกระบบ มีโทษสูงสุดคือการเนรเทศไปยังเขตสุญญากาศถาวร ดร.มาร์คัส... ไม่ว่าคุณจะมีชีวิตรอดด้วยเหตุผลใด แต่วันนี้การเดินทางของคุณสิ้นสุดลงแล้ว"
วาเลนชักอาวุธพลาสม่าออกเล็งตรงไปยังอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเล
ทว่า ดร.มาร์คัสกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นช้าๆ ทั้งสองข้าง ก่อนจะกดปุ่มควบคุมบนกำแพงเหล็กที่ผุกร่อน
ครืนนน—!
เสียงกลไกมהศาลดังขึ้นก้องกังวาน พื้นห้องควบคุมหลักสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่พื้นผิวโลหะเบื้องหน้าพวกเขาจะแยกออก เผยให้เห็นลิฟต์ขนส่งสินค้าโบราณที่เปิดอ้ากว้าง ลมเย็นจัดและกลิ่นอับชื้นของออกซิเจนสังเคราะห์เก่าเก็บพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า พร้อมกับเสียงฮัมต่ำๆ ของพลังงานมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ในความมืดมิดเบื้องล่าง
"ถ้าพวกคุณอยากรู้ว่าทำไมผมถึงต้อง 'ตาย' และทำไมสถานีแห่งนี้ถึงเป็นมากกว่าแค่ซากเหล็กที่รอวันผุพัง..." ดร.มาร์คัสผายมือเชิญด้วยท่าทีของสุภาพบุรุษจอมปลอม "ก็ตามผมลงมาสิครับ ผมจะพาไปดู 'ห้องเครื่องแห่งความโดดเดี่ยว' หัวใจที่แท้จริงของจักรวาลใบนี้ ที่สหพันธ์พยายามปกปิดพวกคุณมาตลอด"
เอเลียสขมวดคิ้วแน่น เขามองลงไปในความมืดเบื้องล่าง นิมิตภาพของโครงสร้างเวลาและเสียงก้องกังวานของจักรวาลกลับมาแล่นริ้วในหัวอีกครั้งราวกับมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงสมอง มันเป็นสัญญาณเตือนภัยจากสัญชาตญาณวิศวกรของเขา
วาเลนเหลือบมองเอเลียสชั่วพริบตา เคมีและความเข้าใจอันเงียบงันก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่อาจเป็นกับดักมรณะ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นกุญแจดอกเดียวที่จะไขปริศนาทั้งหมดที่พวกเขากำลังตามหา
"นำทางไปสิครับ ดร.มาร์คัส" เอเลียสเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าตามร่างนั้นลงสู่ลิฟต์มรณะ โดยมีวาเลนก้าวตามหลังติดๆ พร้อมอาวุธที่พร้อมลั่นไกได้ทุกวินาที
ลิฟต์เคลื่อนตัวดิ่งลงสู่เบื้องล่างผ่านความมืดมิดอย่างไร้ก้นบึ้ง นานหลายนาทีจนแรงโน้มถ่วงเริ่มแปรปรวน และในที่สุด เมื่อประตูกลไกเหล็กกล้าเปิดออกอีกครั้ง ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทั้งวิศวกรอัจฉริยะและผู้คุมกฎแห่งระเบียบต้องหยุดหายใจ
เบื้องล่างไม่ใช่ห้องเครื่องยนต์ธรรมดา แต่เป็นทรงกลมพลังงานขนาดยักษ์ที่ลอยเคว้งอยู่กลางห้องโถงกว้างใหญ่ไร้แรงโน้มถ่วง ภายในทรงกลมนั้น... มีร่างนับร้อยลอยนิ่งอยู่ภายใต้ของเหลวสีฟ้าเรืองแสง ทุกร่างมีสายระยางโยงใยเชื่อมต่อกับแกนกลาง และที่น่าตกใจที่สุดคือ ใบหน้าของร่างเหล่านั้น... ล้วนแต่เป็นใบหน้าของเอเลียสในวัยที่แตกต่างกันออกไป!
ดร.มาร์คัสยืนยิ้มอยู่ที่ขอบทางเดินโลหะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเอเลียสเย็นเฉียบ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ต้นแบบหมายเลขศูนย์ คุณคิดจริงๆ หรือว่าคุณเป็น 'มนุษย์' ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการมองเห็นโครงสร้างเวลาน่ะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดของห้วงอวกาศมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 6
ห้องเครื่องแห่งความโดดเดี่ยว
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!