แรงโน้มถ่วงจำลองในห้องควบคุมระดับเจ็ดถูกปรับลดลงเหลือเพียงศูนย์จุดสามจี ร่างของเอเลียสจึงลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิวโลหะขัดเงาเล็กน้อย ราวกับนักบินอวกาศที่ติดอยู่ในห้วงเวลาอันเชื่องช้า สลัวรางด้วยแสงสีฟ้าเข้มจากแผงวงจรควอนتمที่กำลังประมวลผลข้อมูลการยุบตัวของมิติ ทว่าความกดดันภายในห้องนี้กลับสูงเสียจนเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
ตรงหน้าเขา—ห่างกันเพียงเอื้อมมือ—คือวาเลน
ผู้คุมกฎแห่งศูนย์บัญชาการดวงดาวไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอยืนพิงสะโพกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเชิงวิศวกรรม เสื้อคลุมเครื่องแบบสีเทาเข้มไร้รอยยับสะท้อนแสงวาบจากจอโฮโลแกรม สันจมูกโด่งเป็นสันคมและดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังระเบียบวินัยเหล็กกล้า กำลังจ้องมองตรงมาที่เขาอย่างไม่กะพริบ
"คุณกำลังสร้างความหายนะ, เอเลียส" น้ำเสียงของวาเลนเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนโครงสร้างอะตอมรอบตัวได้ "เครื่องมือที่คุณกำลังออกแบบ ไม่ใช่การซ่อมแซมรอยแยกของเวลา แต่มันคือการเปิดประตูให้ความโกลาหลกลืนกินทุกระบบสุภาษิตที่เราพยายามสร้างขึ้นมานานนับศตวรรษ"
เอเลียสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนมาสามวันเต็ม เขายกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนอากาศว่างเปล่า ภาพสามD ของโครงสร้างเวลาที่บิดเบี้ยวก็สطว่างวาบขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง
"ระบบสุภาษิตที่คุณพูดถึง... วาเลน มันเป็นแค่กรงขังที่พวกคุณสร้างขึ้นเพื่อปิดหูปิดตาผู้คนต่างหาก" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "พวกคุณกลัวความจริงที่ว่าจักรวาลไม่ได้ถูกกำหนดไว้ด้วยระเบียบเส้นตรง พวกคุณกลัวความไร้ระเบียบเพราะมันควบคุมไม่ได้"
"ระเบียบไม่ใช่กรงขัง แต่มันคือเกราะคุ้มกัน" วาเลนโต้กลับทันควัน ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย แสดงถึงความไม่พอใจที่ถูกท้าทายอำนาจทางความคิด "ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์ ศูนย์กลางดวงดาวทั้งหมดคงพังทลายลงในพริบตา ผู้คนนับล้านจะต้องสูญเสียความทรงจำและตัวตนในกระแสธารแห่งกาลเวลา ความโกลาหลที่คุณเรียกว่า 'อิสรภาพ' มันก็แค่ความตายในรูปแบบที่สวยงามเท่านั้น"
เอเลียสเงียบไปชั่วขณะ เขาดึงตัวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ ที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิต เขาสามารถได้กลิ่นจางๆ ของโอโซนและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จากตัวเธอ
"แล้วความทรงจำล่ะ, วาเลน?" เอเลียสกระซิบ ดวงตาคมกริบมองลึกล้ำเข้าไปในนัยน์ตาของเธอ "คุณยังจำความรู้สึกตอนที่มองเห็นดาวเคราะห์ดวงแรกในเขตรับผิดชอบของคุณดับสลายไปต่อหน้าต่อตาได้ไหม? กฎระเบียบของคุณมันช่วยชีวิตพวกเขากลับคืนมาได้สักคนหรือเปล่า? หรือมันทำได้แค่บันทึกสถิติการตายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่ของวาเลนโดยตรง กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด เธอนิ่งงงไปชั่ววินาที—ซึ่งเป็นความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่งจากผู้คุมกฎมือหนึ่ง ร่างกายที่เคยตั้งตรงอย่างมั่นคงขยับถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เธอจะดึงสีหน้ากลับมาเป็นเกราะกำบังอีกครั้ง
"หน้าที่ของฉันคือการรักษาภาพรวม ไม่ใช่การจมปลักอยู่กับความสูญเสียส่วนบุคคล" วาเลนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ "คุณใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินความอยู่รอดของจักรวาล ซึ่งมันอันตรายที่สุด... เอเลียส คุณมันก็แค่พวกหัวรุนแรงที่ซ่อนตัวอยู่หลังคราบของความอัจฉริยะ"
"บางที... ผมอาจจะเป็นอย่างที่คุณว่า" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันตัวเองและเสน่ห์อันตราย "แต่ผมก็กล้าพอที่จะมองหน้าความจริง ในขณะที่คุณเอาแต่หลบอยู่หลังคำว่า 'หน้าที่' เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบต่อความโหดร้ายของระบบที่คุณรับใช้"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมที่เต้นรำไปตามจังหวะชีพจรของพวกเขา ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ความแตกต่างทางอุดมการณ์ไม่ได้ทำให้พวกเขากระเด็นออกห่าง แต่มันกลับดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงมหาศาลของหลุมดำ สายตาที่ประสานกันนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ความท้าทาย และบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำนิยามในภาษามนุษย์
วาเลนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอยื่นมือเรียวออกไปหมายจะกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อปิดการทำงานระบบของเอเลียสและยึดอุปกรณ์ชิ้นนั้นซะ
"พอแค่นี้เถอะ, เอเลียส ฉันไม่อาจปล่อยให้คุณ..."
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะได้สัมผัสกับแผงควบคุม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานีอวกาศ แสงไฟสีฟ้าภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัว หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความรหัสลับที่ไม่มีใครในศูนย์บัญชาการเคยเห็นมาก่อน
*“ตรวจพบการเข้าถึงระบบศูนย์กลางจากภายนอก... เจ้าของรหัสลับ: ไร้ตัวตน”*
วาเลนชะงักมือค้างกลางอากาศ เธอนิ่วหน้าหันไปมองหน้าจอหลักด้วยความตกใจระคนสงสัย "เป็นไปไม่ได้... ระบบของเราถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสมบูรณ์"
เอเลียสไม่ได้ตกใจกับเสียงเตือนนั้น เขากลับหรี่ตามองตัวอักษรที่กำลังวิ่งพล่านบนหน้าจอด้วยสัญชาตญาณวิศวกรที่ตื่นตัวเต็มที่ เขารีบก้าวเข้าไปคว้าแขนของวาเลนไว้โดยไม่ทันคิด เพื่อดึงเธอให้หลบพ้นจากรัศมีของกระแสไฟฟ้าช็อตที่กำลังระเบิดออกมาจากแผงควบคุม
"นั่นไม่ใช่การบุกรุกจากภายนอก..." เอเลียสพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้โค้ดคำสั่งนั้น "มีคนเปิดประตูต้อนรับมันจากข้างใน... และคนๆ นั้นรู้รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบทั้งหมด ซึ่งมีแค่คุณกับฉันเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง"
วาเลนหันขวับมามองเขา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อภัยคุกคาม แต่เพราะตระหนักว่าข้อความถัดไปที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก กำลังฉายภาพบันทึกวิดีโอจากห้องนิรภัยใต้ดินลึกที่สุดของสถานี—ห้องที่ควรจะมีเพียงศพของอดีตผู้อำนวยการที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน... แต่ภาพบนจอกลับปรากฏร่างของใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าตู้เก็บกุญแจมิติ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิด ราวกับกำลังรอคอยพวกเขาทั้งสองคนอยู่ก่อนแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องห้วงสุญญากาศและลุ้นระทึกไปกับความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยนี้ด้วยนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 13
ระยะห่างที่บีบคั้น
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!