โลหะผสมไทเทเนียมเกรดศูนย์องศาในห้องปฏิบัติการใต้ฐานบัญชาการกำลังส่งเสียงครางต่ำ มันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรกลที่ทำงานหนัก หากแต่เป็นเสียงที่สะท้อนผ่านกระดูกกะโหลกของเอเลียสโดยตรง เขากำลังทรุดตัวลงคุกเข่า มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่นราวกับต้องการจะป้องกันไม่ให้กะโหลกศีรษะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ภาพนิมิตของโครงสร้างเวลาและเส้นสายแห่งจักรวาลที่เคยเป็นดั่งงานศิลปะอันงดงาม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีแดงฉานที่กรีดแทะสติสัมปชัญญะของเขาอย่างเลือดเย็น
สัญญาณรบกวนจากห้วงอวกาศลึกกำลังกัดกินระบบประสาทของวิศวกรหนุ่ม ทุกย่างก้าวที่เขาพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นคือสงครามระหว่างความเป็นมนุษย์กับข้อมูลมหาศาลที่ไหลทะลักเข้าสู่สมองอย่างไร้การควบคุม
"อึก..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากริมฝีปากที่ซีดเผือด เอเลียสพิงหลังเข้ากับแผงควบคุมระบบระบายความร้อน ความเย็นจัดของโลหะช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มภายในสมองได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ช่วยลดทอนภาพหลอนที่กำลังฉายซ้ำไปซ้ำมา—ภาพของดาวเคราะห์ที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และเสียงกรีดร้องของความเงียบงันที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท
ประตูกลางห้องนิรภัยเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ วาเลนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบสงบตามวิสัยของผู้คุมกฎแห่งศูนย์บัญชาการดวงดาว ทว่าดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบหน้ากากเหล็กกล้าแห่งระเบียบวินัยกลับหรี่ลงทันทีเมื่อเห็นสภาพของชายตรงหน้า
"คุณกำลังฝ่าฝืนโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงสุด, เอเลียส" น้ำเสียงของวาเลนเรียบนิ่งและเยือกเย็น ทว่าแฝงความกังวลที่ถูกกดทับไว้อย่างแนบเนียน "การเชื่อมต่อกับสัญญาณโครงสร้างเวลานอกเขตควบคุมโดยไม่มีตัวกรอง... มันกำลังฆ่าคุณ"
เอเลียสเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในตาขาวแตกซะจนน่ากลัว เขายิ้มหยันให้กับความหวังดีที่เจือด้วยคำเตือนนั้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเย้ยหยันโชคชะตา
"ฆ่าเหรอครับ... วาเลน?" เอเลียสเค้นเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมา "คุณคิดว่าสิ่งที่ผมกำลังเผชิญอยู่คือความตายทางกายภาพงั้นหรือครับ? เปล่าเลย... มันคือการตื่นต่างหาก สิ่งที่พวกคุณเรียกว่ากฎระเบียบและเขตควบคุม มันเป็นเพียงแค่กรงขังที่สร้างขึ้นเพื่อปิดหูปิดตาไม่ให้มนุษย์ได้เห็นว่า จักรวาลนี้มันกำลังเน่าเฟะแค่ไหน"
วาเลนสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศสุญญากาศจำลองในห้องนี้ วาเลนมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนั้น เขารู้ดีว่าความอัจฉริยะมักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และเอเลียสกำลังจ่ายมันด้วยวิญญาณของตัวเอง
"โลกไม่ได้เน่าเฟะ, เอเลียส... มันแค่ต้องการระเบียบ" วาเลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ มือเรียวภายใต้ถุงมือสีดำยื่นออกไปหมายจะคว้าไหล่ที่กำลังสั่นเทาของวิศวกรหนุ่ม "หยุดเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้ นี่ไม่ใช่คำสั่งในฐานะผู้คุมกฎ... แต่เป็นคำขอ"
เอเลียสสะบัดตัวหลบสัมผัสนั้นทันที แรงกระแทกจากการเคลื่อนไหวทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง อาการทางจิตจากการ Overload ของสมองทำให้มือไม้ของเขาเกร็งกระตุก ภาพนิมิตระลอกใหม่ซัดเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ จนเขาต้องใช้มือจิกพื้นโลหะจนปลายนิ้วมีรอยเลือดซึม
"คำขอ... จากคนที่ถือโซ่ตรวนงั้นหรือครับ?" เอเลียสหายใจหอบถี่ หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ "คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกวาเลน... คุณมองเห็นแต่ตัวเลข กฎเกณฑ์ และโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษ แต่ผม... ผมมองเห็นเสียงกรีดร้องของดวงดาวที่กำลังจะดับสูญในอีกร้อยปีข้างหน้า! พวกคุณกำลังสร้างอนาคตบนซากปรักหักพังที่ถูกกวาดซุกไว้ใต้พรม!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเอเลียสและเสียงทำงานเบาๆ ของแผงวงจรไฟฟ้า วาเลนยืนนิ่งงัน คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างประหลาด ภายใต้ความเยือกเย็นของผู้คุมกฎ วาเลนเองก็มีความลับบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะป้องกันเช่นกัน ความลับที่ว่าศูนย์บัญชาการดวงดาวอาจไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่ตัวเขาเองพยายามศรัทธา
วาเลนคุกเข่าลงข้างๆ เอเลียสอย่างช้าๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและสั่นเทา เอเลียสเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้คุมกฎ แม้ในยามที่จิตใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เคมีระหว่างพวกเขากลับยังคงทรงพลังและดึงดูดเข้าหากันอย่างน่าประหลาด—ความขัดแย้งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนความพินาศ
"ถ้าโลกกำลังจะพินาศจริง..." วาเลนกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกซึ้งราวกับต้องการดึงสติชายหนุ่มกลับมาจากขอบเหว "อย่างน้อย... คุณก็ไม่ควรแบกรับมันไว้คนเดียว"
มือของวาเลนเอื้อมไปแตะที่ขมับของเอเลียสอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นผิดจากมาดเคร่งขรึมทำให้เอเลียสชะงัก ร่างที่สั่นเทาค่อยๆ สงบลงภายใต้การประคับประคองนั้น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในพื้นที่สุญญากาศที่ราวกับเวลาหยุดเดิน
ทว่า... ก่อนที่เอเลียสจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งฐานทัพ แสงไฟสีส้มกะพริบวาบสลับกับความมืด หน้าจอหลักบนแผงควบคุมปรากฏข้อความแปลกปลอมที่ไม่มีใครคาดคิด
*รหัสผ่านถูกถอดถอดโดย: [ไม่ระบุตัวตน]*
*กำลังดาวน์โหลดไฟล์ลับ: 'โครงการเนบิวลาศูนย์'*
วาเลนผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับมาเป็นความเคร่งเครียดเฉียบคมในเสี้ยววินาที ขณะที่เอเลียสซึ่งยังคงนั่งอยู่บนพื้นเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นชื่อโครงการนั้นบนหน้าจอ เพราะมันคือโครงการต้องห้ามที่พ่อของเขาเคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกปิดมันไว้
ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว ประตูห้องนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยสูงสุด กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในความมืด—บุคคลที่ทุกคนคิดว่าสูญหายไปในห้วงอวกาศเมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาจนถึงตอนนี้นะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 14
ความเปราะบางของวิศวกร
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!