เสียงลมหายใจของระบบปรับอากาศฉุกเฉินดังขึ้นอย่างเชื่องช้า สอดประสานไปกับจังหวะการหยดของน้ำควบแน่นจากผนังโลหะผสมลิเธียม ในห้องโดยสารของยานหลบภัยรุ่น 'ซีเฟียส-วี' ซึ่งมีพื้นที่กว้างไม่เกินส ี่ตารางเมตร การขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ข้อศอกของพวกเขากระทบกันได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คุณกำลังทำให้อัตราการสิ้นเปลืองออกซิเจนในเขต A เพิ่มขึ้นศูนย์จุดศูนย์สองเปอร์เซ็นต์โดยไม่จำเป็นครับ เอเลียส"
เสียงของวาเลนลอดผ่านความมืดสลัว แสงสีฟ้าอ่อนจากแผงควบคุมหลักสะท้อนบนสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าจากการระเบิด ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะไม่ได้มองมาที่เขา แต่นิ้วเรียวยังคงทำหน้าที่ซ่อมแซมสายไฟสำรองด้วยความแม่นยำระดับไมครอน แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อยจากภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำและอุณหภูมิที่ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
เอเลียสไม่ได้ขยับตัวหนີ เขายังคงนั่งกอดอกพิงแผงกั้นโลหะด้านหลัง สายตาคมปลาบจดจ้องไปยังใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย
"ถ้าคุณกังวลเรื่องออกซิเจน ทำไมไม่ลองหุบปากแล้วใช้มันให้น้อยลงล่ะครับ ท่านผู้คุมกฎ" เอเลียสสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แฝงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก "หรือว่าความเงียบในยานลำนี้ มันน่ากลัวเกินกว่าที่คุณจะรับมือไหว เมื่อไม่มีกฎหมายคอยบอกว่าคุณควรหายใจอย่างไร"
วาเลนชะงักมือที่กำลังขันน็อต สายตาคมกริบหันกลับมาสบกับวิศวกรหนุ่มในระยะประชิด ความใกล้ชิดในพื้นที่คับแคบทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นสนิมเหล็ก กลิ่นโอโซนจางๆ และกลิ่นกายสะอาดแบบบุรุษเพศ—อบอวลปะปนกับอากาศที่บางเบา
"ความเงียบไม่เคยน่ากลัวสำหรับผมครับ เอเลียส" วาเลนเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเจือความเย็นยะเยือกพ่นออกมาเป็นไอจางๆ ในความมืด "สิ่งที่น่ากลัว คือการที่ผมต้องมาติดอยู่กับคนที่รู้วิธีรื้อถอนทุกกฎระเบียบที่ผมสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต... ในสถานที่ที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แน่นขึ้น แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองไม่ใช่แรงโน้มถ่วงของยานอวกาศ หากแต่เป็นสนามแม่เหล็กทางจิตวิทยาที่ดึงดูดขั้วตรงข้ามเข้าหากันอย่างรุนแรง
ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ประโยคสุดท้ายที่ดังก้องในโสตประสาทของเอเลียส—*"ยินดีต้อนรับสู่ปลายทางครับ... ตัวฉันในอดีต"*—ยังคงสร้างรอยร้าวในความคิดของเขา ภาพนิมิตโครงสร้างเวลาที่เขาเคยเห็นซ้อนทับกันอย่างบ้าคลั่ง และวาเลนคือคนเดียวที่อยู่ ณ จุดเชื่อมต่อระหว่างอดีตที่เขาอยากลืม กับอนาคตที่เขาหวาดกลัว
เอเลียสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่กว้างเกือบแนบชิดกับเสื้อคลุมเครื่องแบบของวาเลน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและระเบียบวินัยที่อีกฝ่ายยึดถือมาตลอดเริ่มสั่นคลอน เมื่อวาเลนไม่ถอยหลังหนี แต่กลับเงยหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะคาดเดา
"คุณคิดว่าผมเป็นแค่ตัวคุณในอดีตจริงๆ งั้นเหรอครับ วาเลน" เอเลียสกระซิบชิดริมหูอีกฝ่าย เสียงของเขาต่ำพร่าราวกับเสียงกระซิบจากห้วงสุญญากาศ "ถ้าอย่างนั้น... บอกผมทีสิครับว่า ตัวตนในอดีตของคุณคนนี้ เคยมองคุณด้วยความรู้สึกแบบที่ผมกำลังมองคุณอยู่ตอนนี้หรือเปล่า"
วาเลนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะ ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและไร้ความรู้สึกบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความลังเลและปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ มือที่ถือประแจขันน็อตลดระดับลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือของเอเลียสที่วางอยู่บนเบาะที่นั่ง ความร้อนจากผิวสัมผัสกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลังของทั้งคู่
"คุณมันอันตราย เอเลียส..." วาเลนเอ่ยเสียงสั่นพร่า ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา "อันตรายต่อระบบ... และอันตรายต่อความตั้งใจทั้งหมดของผม"
"ความตั้งใจที่จะรักษาความเงียบงัน... หรือความตั้งใจที่จะซ่อนความจริงบางอย่างกันแน่ครับ"
เอเลียสไม่ปล่อยให้ช่องว่างระหว่างกันเหลืออยู่ เขาเอื้อมมือไปแตะที่แผงควบคุมข้างศีรษะของวาเลน ปิดระบบไฟสำรองดวงสุดท้ายลง เหลือเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอด้านล่างที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายของทั้งสองคน ท่ามกลางความมืดที่โอบล้อมและความเย็นยะเยือกของอวกาศภายนอก ความตึงเครียดทางอุดมการณ์ได้แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางกายภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วาเลนหลับตาลงรับสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นที่แตะลงบนสันจมูกและไล่ผ่านแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เป็นการยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบที่ถูกกักขังไว้ใต้กฎเกณฑ์มาเนิ่นนาน
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะทาบทับกันเพื่อทำลายเส้นแบ่งสุดท้าย—
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทั่วห้องโดยสาร พร้อมกับเสียงระบบนำอัตโนมัติที่ดังทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ใยดี
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบวัตถุแปลกปลอมขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่รัศมีแรงโน้มถ่วง... ต้นกำเนิดสัญญาณ: สถานีวิจัยลับ เซกเตอร์ศูนย์เจ็ด]*
วาเลนลืมตาโพรง ความตื่นตระหนกเข้ามาแทนที่ความลุ่มหลงในชั่วพริบตา เขาดันตัวเอเลียสให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงหน้าจอข้อมูลหลักขึ้นมาตรวจสอบ นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร่งร้อน แต่แล้ว... เลือดในกายของเขาก็ต้องเย็นเฉียบลงเมื่อเห็นภาพโฮโลแกรมสามมิติที่ปรากฏขึ้น
ยานอวกาศทรงสามเหลี่ยมสีดำสนิทไร้รหัสประจำตัวกำลังจอดเทียบท่าอยู่ด้านนอก และรหัสผ่านที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อขอเปิดประตูเชื่อมต่อยานลำเล็กของพวกเขานั้น—ไม่ใช่รหัสของศูนย์บัญชาการดวงดาว
แต่มันคือรหัสผ่านส่วนตัว... ที่มีเพียง "เอเลียส" และ "ตัวเขาเอง" ในฐานะผู้สร้างโปรเจกต์ลับเมื่อสิบปีก่อนเท่านั้นที่รู้
"เป็นไปไม่ได้..." วาเลนพึมพำด้วยเสียงสั่นเทา หันขวับกลับมามองหน้าเอเลียสที่ตอนนี้ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน "ใครเป็นคนส่งรหัสนี้... ในเมื่อฐานข้อมูลนั้นถูกทำลายไปตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นแล้ว!"
เอเลียสไม่ตอบ เขานิ่งอึ้งมองหน้าจอที่มีข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าต่อตา—ข้อความที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกุนกอด:
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ผู้สร้างทั้งสอง"*
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างและลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ•ตอนที่ 9
กระแสจิตใต้ความเย็นเยียบ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!