มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 8

ภาพสะท้อนในกระจกฝ้า

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่เพิ่งซาลง ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มภายในอกของศิลาเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย เขานั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มในห้องทำงานที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองผู้คนด้วยความดูแคลน บัดนี้กลับเหม่อมองไปยังผนังห้องโล่งๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีภาพเขียนสีน้ำมันราคาแพงแขวนอยู่ ก่อนที่เขาจะสั่งให้คนปลดมันออกทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะทนมองร่องรอยความว่างเปล่าที่ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ ความว่างเปล่า... ที่นาราบรรจงสร้างขึ้นในชีวิตของเขา ศิลาหลับตาลง พยายามขับไล่ความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากขมับ แต่ยิ่งพยายามข่มตาหลับมากเท่าไหร่ ภาพความทรงจำสีเทาหม่นก็ยิ่งถาโถมเข้ามาในห้วงนึกคิด มันไม่ใช่ความทรงจำที่ชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์ไหน แต่มันคือ "ความรู้สึก" ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจราวกับมีเข็มนับพันเล่มคอยทิ่มแทงในความมืด ในความฝันนั้น... เขามักจะยืนอยู่ท่ามกลางสายหมอกหนาทึบ เบื้องหน้าคือร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่หันหลังให้ เธอยืนนิ่งสนิทโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เสียงสะอื้นไห้อันแผ่วเบาลอยมาตามลม รา과กับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันสิ้นสุด เขาก้าวเท้าวิ่งเข้าไปหา คว้ามือเธอกำไว้แน่นด้วยความร้อนรน แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีดำ ร่วงหล่นผ่านปลายนิ้วของเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทุกครั้งที่ฝันแบบนี้ ศิลาจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มแผ่นหลัง และเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับคนใกล้ตาย "คุณนารา..." เขาพึมพำชื่อนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ราวกับคนเสียสติ แม้แพทย์ทางจิตเวชจะวินิจฉัยว่าอาการสูญเสียความทรงจำบางส่วนของเขาเกิดจากภาวะความเครียดสะสมทางจิตใจ แต่ศิลารู้ดี... นี่ไม่ใช่โรคทางกาย แต่มันคือบทลงโทษจากสวรรค์ บาปกรรมที่เขาเคยกระทำย่ำยีหัวใจของผู้หญิงที่ชื่อนาราอย่างไร้ความปรานีในอดีต กำลังตามมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างในยามที่เขาไร้ซึ่งอำนาจและทางเลือก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะเปิดออก ปริญญา เลขาธิการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยท่าทีลังเล ในมือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะด้วยความระมัดระวัง "ท่านครับ... เอกสารเรื่องการประมูลโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมบลูโอเชี่ยน ที่คุณนาราเป็นคู่แข่งสำคัญ... ทางคณะกรรมการส่งเรื่องสรุปแบบรอบสุดท้ายมาแล้วครับ" ปริญญาเอ่ยเสียงเบา พยายามหลบสายตานิ่งงันที่เจ้านายหนุ่มส่งมา ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตาคมปลาบที่เคยดุดันบัดนี้ฉายแววอ่อนล้า แต่กระนั้น ความเย่อหยิ่งในสายเลือดก็ยังไม่จางหาย เขารับแฟ้มเอกสารนั้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทารecognizable แววตาสั่นไหวเมื่อเห็นชื่อสถาปนิกผู้ออกแบบโครงการนี้... *บริษัท นารา ดีไซน์ สูดิโอ* ฝีมือของเธอ... พัฒนาขึ้นจนน่ากลัว ในอดีต นาราเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ เป็นภรรยาที่เขาไม่เคยชายตามอง เป็นแค่วัตถุประดับบารมีที่เขาพร้อมจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในวันนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการมัณฑนากร โดยมีรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนฝากไว้เป็นแรงขับเคลื่อน "เธอเสนอราคาต่ำกว่าเราสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้แนวคิดการออกแบบที่สะท้อนถึง 'เศษเสี้ยวความทรงจำ'..." ปริญญาเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดต่อ "คณะกรรมการลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เลือกบริษัทของเธอครับ ท่าน... เราแพ้แล้วครับ" ศิลาไม่ได้แสดงอาการเกรี้ยวกราดเหมือนเช่นอดีต ไม่มีเสียงทุบโต๊ะ ไม่มีการตะโกนด่าทอ มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง "แพ้..." ศิลาทวนคำนี้ซ้ำๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างแห้งแล้งและน่าเวทนา "ฉันสมควรแพ้แล้วปริญญา คนที่ทำลายบ้านของตัวเองด้วยมือเปล่า ไม่สมควรได้รับพื้นที่สวยงามอะไรทั้งสิ้น" เขามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส เม็ดฝนระลอกใหม่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพใบหน้าของเขาที่ดูโรยรา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ นารานะนารา... เธอเก่งเหลือเกิน เธอไม่ได้แค่ชนะการประมูล แต่เธอกำลังใช้ความสำเร็จเหยียบย่ำอีโก้ทั้งหมดที่เขาเคยภูมิใจให้จมดินอย่างช้าๆ และเจ็บปวดที่สุด ระหว่างที่ศิลากำลังจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความพ่ายแพ้และความรู้สึกผิด โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็สั่นครืนขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายด้วยความเหนื่อยล้า "ฮัลโหล..." "(สวัสดีครับ คุณศิลา... ผมโทรมาจากโรงพยาบาลเอกชนย่านสุขุมวิท พอดีมีพัสดุตกค้างระบุชื่อคุณส่งมาถึงที่แผนกฉุกเฉินเมื่อช่วงบ่าย เป็นซองเอกสารส่วนบุคคลครับ หน้าซองระบุว่า 'ความลับของทายาทตระกูลศิลา' ...ทางเราเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงอยากให้คุณมารับด้วยตัวเองครับ)" หัวใจของศิลาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหนIยวหน่วงแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ทายาทงั้นหรือ? เขาไม่มีลูกกับนารา... หรือว่า... ภาพผู้หญิงในฝันที่ไม่เห็นหน้าคนนั้น กำลังจะเปิดเผยตัวตนผ่านซองเอกสารปริศนาดอกนี้ "ผมจะไปเดี๋ยวนี้" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อโค้ทสีดำมาสวมด้วยมือที่สماนอย่างเห็นได้ชัด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า เกมการแก้แค้นครั้งนี้ของนารายังมีหมัดฮุกที่หนักหน่วงรอเขาอยู่อีก และความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กระจกฝ้ากำลังจะพังทลายลงในไม่กี่นาทีข้างหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความแค้นนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%