มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 7

บทเรียนจากความเงียบ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
รอยหมึกบนกระดาษร่างแบบแปลนสถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อลบรอยผิดพลาด แต่มันมีไว้เพื่อบันทึกน้ำหนักของความตั้งใจที่เคยกดทับลงไปจนกระดาษเกือบทะลุ นาราจ้องมองเส้นสายสีดำสนิทบนกระดาษไขแผ่นนั้นด้วยแววตาที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความยินดีปรีดา เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ผ่านการเจียระไนด้วยความเจ็บปวดมาอย่างโชกโชน เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังขึ้นด้วยจังหวะที่คุ้นเคย—จังหวะที่เต็มไปด้วยความลังเลและพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษามาارยาทของคนที่กำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม นาราไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นกำแพงอิฐบล็อกที่หนาแน่นและเย็นชา คั่นกลางระหว่างเธอกับผู้ชายที่เคยคิดว่าโลกทั้งใบของเธอต้องหมุนตาม ศิลาผลักประตูเข้ามาอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามจนน่าหมั่นไส้ บัดนี้กลับดูเล็กลงถนัดตาเมื่อยืนอยู่ภายใต้แสงไฟสีส้มอมเหลืองในห้องทำงานของมัณฑนากรสาว "นารา... ผมขอเวลาสักห้านาทีได้ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้ออกคำสั่ง บัดนี้เจือด้วยความแหบพร่าและร่องรอยของการนอนไม่หลับ ศิลายืนอยู่ตรงนั้น ห่างจากโต๊ะทำงานไม่ถึงสองเมตร ทว่าระยะห่างทางความรู้สึกกลับไกลโพ้นเสียจนต่อให้เดินอีกกี่ชาติก็ไม่มีวันบรรจบ นารายังคงวางปากกาในมือลงอย่างช้าๆ เธอขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ความเงียบยืดเยื้อออกไปอีกสามวินาทีเต็ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "ห้องทำงานของฉันไม่ใช่ศาลาพักใจสำหรับใครก็ตามที่หลงทางมาจากอดีตนะครับ คุณศิลา" น้ำเสียงของนาราเรียบสนทนายิ่งกว่าสายน้ำ แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด "ถ้าคุณมาคุยเรื่องงานออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการใหม่ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในอีเมลที่ฉันส่งให้ฝ่ายจัดซื้อของคุณแล้ว แต่ถ้าคุณมาเพื่อเหตุผลส่วนตัว... ฉันเกรงว่าโควต้าความใจดีของฉันที่มีให้คุณ มันหมดอายุไปตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นแล้วครับ" ศิลาสะอึกเล็กน้อย ดวงตาคมกราบกรานที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งไหววูบอย่างน่าสมเพช เขาขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะเอ่ยคำแก้ตัว แต่ความจริงที่ว่า "ความทรงจำ" บางส่วนของเขาขาดหายไปราวกับหน้ากระดาษที่ถูกฉีกทิ้ง ทำให้เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเถียง "ผม... ผมรู้ว่าผมเคยทำร้ายคุณมากแค่ไหน นารา" ศิลาเลือกที่จะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด "ผมจำเรื่องราวในช่วงสามปีสุดท้ายก่อนที่คุณจะไปไม่ได้ทั้งหมด หมอ1บอกว่ามันเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของสมองจากความเครียดสะสม... แต่ไม่ว่าผมจะลืมอะไรไป สิ่งเดียวที่ผมจำได้แม่นยำคือแววตาของคุณในวันที่คุณหันหลังให้ผม" "น่าประทับใจดีนี่ครับ" นาราหัวسาะในลำคอเบาๆ เสียงหัวسาะที่แห้งแล้งและเยือกเย็นจนศิลาต้องหนาวสะท้านถึงสันหลัง "ความทรงจำของคุณช่างเลือกเสียจริง เลือกที่จะลืมความใจร้าย ความเย็นชา และคำพูดเหยียบหยามที่คุณเคยใช้ปู้ยี่ปู้ยำความรู้สึกของฉัน เพื่อที่คุณจะได้เดินกลับมาหาฉันในวันนี้ด้วยคราบของ 'เหยื่อผู้น่าสงเคราะห์' อย่างนั้นหรือครับ?" "ไม่ใช่แบบนั้นนะ นารา!" ศิลาเผลอยกเสียงขึ้นเล็กน้อยด้วยความร้อนรน ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของหญิงสาว "ผม... ผมแค่อยากจะไถ่บาป ผมอยากจะรู้ว่าผมเคยทำอะไรลงไปบ้าง ทำไมคุณถึงต้องกลายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจแบบนี้ในวันที่เราควรจะ..." "ควรจะอะไรครับ?" นาราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เธอก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปประชิดตัวอศิลา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส แต่นารากลับไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เธอกลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตารat-likeที่จ้องมองเหยื่อในกรง "คุณคิดว่าความเย็นชาของฉันมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือครับ คุณศิลา? เปล่าเลย... มันถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความรู้สึกที่คุณเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมันแข็งตัวเป็นเกราะกำบัง และบอกให้ฉันรู้ว่า 'ความรัก' มันเป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระสำหรับคนโง่เขลา" ศิลาชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพซ้อนทับระหว่างภรรยาผู้เงียบงัน ยอมจำนน และเจ้าน้ำตาในอดีต กับมัณฑนากรสาวผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นในปัจจุบัน กำลังบดขยี้อีโก้ของเขาจนแหลقสลาย เขาพยายามเอื้อมมือไปหมายจะแตะข้อศอกเรียวเพื่อขอร้อง แต่แล้ว... กริ๊งงง! เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงทำลายความเงียบงัน นาราไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าซีดเผือดของศิลา เธอยกมือขึ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจาก "คุณแม่บ้าน" "ว่าอย่างไรครับป้า... อ๋อ... ครับ... แกตื่นแล้วหรือครับ... งั้นเดี๋ยวผม... เอ๊ย... เดี๋ยวฉันรีบเคลียร์งานแล้วกลับไปทานข้าวเย็นด้วยครับ... ครับ... ฝากบอกแกว่าอย่าเพิ่งซนปีนป่ายโซฟานะครับ" น่าวางสายลงอย่างใจเย็น ทว่าทุกคำพูดที่เธอจงใจเปล่งออกมาเมื่อสักครู่ กลับทำให้หัวใจของศิลาเต้นผิดจังหวะ เด็ก? ใครกัน? ลูกของใคร? ศิลารู้สึกราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่หล่นทับกลางหน้าอก ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน "นารา... เมื่อกี้... คุณคุยกับใคร? เด็กที่ไหนกัน?" นาราเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่ใส่ใจ เธอมองหน้าอดีสามีด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงของเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ "เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์รู้หรอกครับ คุณศิลา" นาราหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงาน มือเรียวบิดลูกноบเตรียมเปิดออก "เชิญคุณกลับไปเสียเถอะครับ และจำไว้ว่า... อย่ามาเหยียบที่นี่อีก ถ้าไม่อยากเห็นร่องรอยความพินาศที่คุณเคยสร้างไว้ มันย้อนกลับไปทำลายชีวิตของคุณเองจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก" ศิลารีบหันขวับกลับมาหมายจะตามรั้งร่างบางไว้ แต่ประตูห้องได้ถูกปิดลงอย่างหนักแน่น เสียงกลอนล็อกดังคลิกสะท้อนก้องในโสตประสาท เขายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องทำงานที่ว่างเปล่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด ภาพเด็กน้อยวัยกำลังซนในจินตนาการซ้อนทับกับใบหน้าของใครบางคน—ใครบางคนที่เขารู้สึกคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจราวกับเคยเห็นในกระจกเงา ในขณะที่ศิลากำลังจะก้าวเดินออกไปด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษรายงานฉบับหนึ่งที่คว่ำหน้าอยู่บนมุมโต๊ะทำงานของนารา ซึ่งลมจากการเปิดประตูกระแทกเมื่อครู่ได้พัดให้มันหงายขึ้น เผยให้เห็นตัวอักษรหัวข้อชัดเจนแจ่มแจ้ง **"รายงานผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ (DNA Paternity Test)"** ศิลาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อกวาดสายตาลงไปมองบรรทัดสุดท้ายของผลตรวจที่ระบุชื่อบิดาอย่างชัดเจน... ...หัวใจของเขาร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่มในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความแค้นนี้ไปด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%