เสียงจานเซรามิกราคาแพงที่ร่วงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด ไม่ได้ทำให้ศิลากระโดดหลบ หรือแม้แต่ส่งเสียงอุทานออกมาแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เศษซากความเสียหายกระจายอยู่แทบเท้า เหมือนกับชีวิตแต่งงานของพวกเขาในยามนี้ ไม่มีผิด
นารากวาดสายตามองเศษกระเบื้องที่แตกกระจายด้วยแววตาเรียบเฉย เยือกเย็น ดั่งผืนน้ำในฤดูหนาวที่ไร้ระลอกคลื่น เธอไม่ได้ตื่นตระหนก ไม่ได้โกรธเกรี้ยว และที่สำคัญที่สุด...เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมในอดีตที่เขาเคยรู้จัก
"คุณทำมันตกลงมาเองนะ ศิลา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความประชดประชัน แต่มันกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "เหมือนกับทุกๆ อย่างในบ้านหลังนี้ ที่พังทลายลงด้วยมือของคุณเอง... ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน"
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา ดวงตาของอดีตนักธุรกิจผู้เคยค้ำฟ้าเต็มไปด้วยความร้าวรานและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ยับย่นดูทรุดโทรมลงไปถนัดตา นับตั้งแต่ความทรงจำบางส่วนกลับคืนมา พร้อมกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เขาคือคนที่ผลักไสเพชรแท้ในมือทิ้งเพียงเพราะความโง่เขลาและเย่อหยิ่งของตนเอง
"ผม... ขอโทษ นารา" ศิลาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ภายใน "ผมรู้ว่าคำพูดนี้มันไม่มีค่าอะไรเลยในตอนนี้ แต่วันนั้น... ผมไม่ได้ตั้งใจให้มัน..."
"หยุดเถอะครับ" นาราแทรกขึ้นด้วยสรรพนามที่สร้างระยะห่างอย่างชัดเจน เธอยกมือขึ้นห้ามปรามโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาตรงๆ "คำว่าไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นข้อแก้ตัวของคนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากรับผิดชอบผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเอง คุณไม่ได้แค่ทำลายจานใບนี้ ศิลา... คุณทำลายความไว้ใจ ความรู้สึก และทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเทให้คุณจนหมดสิ้น"
เธอหมุนตัวเดินไปหยิบไม้กวาดและที่ตักผงมาอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธองดงาม สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ นาราในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่นั่งรอคอยเศษเสี้ยวความสนใจจากสามีในห้องนอนมืดๆ อีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นสถาปนิกและมัณฑนากรฝีมือฉกาจ ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ทุกตารางนิ้วในบ้านหลังนี้ และที่สำคัญ... เธอคือผู้กุมบังเหียนเกมความสัมพันธ์ทั้งหมดไว้ในกำมือ
ศิลายืนมองเธอเงียบๆ หัวใจบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขาอยากจะเข้าไปช่วยกวาดเศษแก้วพวกนั้น แต่เขารู้ดีว่าสิทธิ์นั้นได้หลุดลอยไปนานแล้ว ทุกก้าวที่เขาก้าวเข้าหาเธอกลับกลายเป็นกรงขังแห่งความรู้สึกผิดที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง
บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างใหญ่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาตัดสินความผิดบาปในอดีต นารากวาดเศษกระเบื้องชิ้นสุดท้ายลงถังขยะอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แววตาคู่สวยนั้นสะท้อนภาพชายผู้พ่ายแพ้ต่อโชคชะตาอย่างสมบูรณ์แบบ
"วันนี้คุณกลับมาเร็วนะครับ" นาราเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ "หรือว่างานที่บริษัทเริ่มมีปัญหา จนไม่มีใครอยากร่วมงานกับคนที่ประวัติการทำงานด่างพร้อยอย่างคุณแล้ว?"
ศิลาสะعุกเล็กน้อยกับคำพูดที่จี้ใจดำ แต่เขาเลือกที่จะอดทน เขารู้ดีว่านี่คือบทลงที่เขาต้องรับ นาราไม่ได้ใช้กำลัง ไม่ได้ตบตี หรือกรีดร้อง เธอใช้ "ความเย็นชา" และ "ความจริง" เป็นอาวุธในการลงทัณฑ์เขาอย่างเลือดเย็นที่สุด
"โปร젝트หลักของบริษัทเกือบจะล่มแล้ว นารา" ศิลาตัดสินใจพูดความจริงออกไป น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "ลูกค้าทุกรายถอนตัวหลังจากที่... หลังจากที่เรื่องฉาวในอดีตของเราถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ตอนนี้ฉันเหลือแค่ตัวเปล่าๆ และ... และบ้านหลังนี้"
นารายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับงดงามและเยือกเย็นจนน่ากลัว เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับความเย็นชาของเธอโชยเข้าจมูกของศิลา ทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"บ้านหลังนี้เหรอครับ?" นาราเอ่ยทวนคำ เสียงกระซิบของเธอก้องกังวานในความเงียบ "คุณแน่ใจเหรอศิลา ว่าบ้านหลังนี้ยังเป็นของคุณ?"
ศิลาชะงัก ขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ "เธอหมายความว่ายังไง?"
นาราไม่ตอบทันที เธอหยิบเอกสารฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว ยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทางสบายๆ ศิลารับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา สายตากวาดมองตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
นั่นคือ "สัญญาจำนองและโอนกรรมสิทธิ์" ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า หุ้นส่วนใหญ่และกรรมสิทธิ์ในตัวบ้านหลังนี้ ได้ถูกโอนย้ายมาเป็นชื่อของบริษัทออกแบบภายในที่ "นารา" เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้องทุกประการ โดยที่เขาไม่มีทางล่วงรู้มาก่อนเลย
"เธอ... เธอทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?" ศิลาเงยหน้าขึ้นมองอภิสิทธิ์ชนคนใหม่ของบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
"ตั้งแต่ที่คุณมัวแต่หลงระเริงอยู่กับความสำเร็จจอมปลอม และมองข้ามฉันยังไงล่ะครับ" นาราตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ฉันใช้เวลาหลายปีในการศึกษา และวางแผนทุกอย่างอย่างเงียบๆ คุณคิดเหรอว่าคนอย่างนารา จะยอมจำนนอยู่ใต้เงาของคุณไปตลอดชีวิต?"
ศิลาเข่าแทบทรุด เขากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้เป็นฝ่ายควบคุมเกมเลยแม้แต่น้อย นาราปล่อยให้เขาตายใจ ปล่อยให้เขารู้สึกผิด และค่อยๆ ดึงเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยภาคภูมิใจไปทีละน้อย จนกระทั่งในตอนนี้... เขาไม่เหลืออะไรเลย แม้กระทั่งสิทธิ์ที่จะยืนอยู่ในบ้านหลังนี้
"เธอ... เกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ นารา?" ศิลาถามเสียงสั่น หยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินลงมาตามแก้มอย่างไร้ความอาย
นาราจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความสมเพชเวทนา หรือความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเฉยชาที่น่ากลัวที่สุด
"ความเกลียดชังมันยังต้องใช้พลังงานในการรู้สึกนะครับ ศิลา" นาราพูดเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่สำหรับคุณ... คุณมันก็แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่บังเอิญผ่านมาในชีวิตของฉัน แล้วทำข้าวของเสียหายก็เท่านั้นเอง"
เธอหันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี เตรียมจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เพื่อปล่อยให้เขาจมดิ่งอยู่กับความพ่ายแพ้ในอาณาจักรที่ล่มสลายของตัวเอง
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ศิลาสะดุ้งสุดตัว หันไปมองตามเสียง ส่วนนาราก็หยุดชะงักฝีเท้าลงบนขั้นบันไดขั้นแรก ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ไม่มีนัดหมายกับใคร และไม่มีใครควรจะมาปรากฏตัวที่นี่
ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลภายนอกอย่างถือวิสาสะ ร่างของหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับเด็กชายตัวเล็กอายุราวๆ สามขวบที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงของเธอ เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว
และเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ลมหายใจของศิลาก็แทบจะหยุด अटक นาราที่หันกลับมามองตามเสียง ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นอย่างถนัดตา
ใบหน้าของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบมาจากศิลาในวัยเด็ก ราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกแห่งการชดใช้กรรมนี้ด้วยกันนะครับ
มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 13
รอยร้าวเริ่มกว้าง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!