มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 14

คำสารภาพที่สายเกินไป

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“คุณคิดว่ารอยแผลเป็นบนผนังคอนกรีตเปลือi ที่ถูกโบกปูนทับด้วยความมักง่าย มันจะหายไปจริงๆ หรือครับ คุณศิลา” น้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็นของนาราดังก้องขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่ถูกปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นลวดลายเรขาคณิตทาบทับลงบนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม เธอยืนกอดอก มองชายหนุ่มที่นั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ศิลาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ร่องรอยความเหนื่อยล้าและริ้วรอยแห่งกาลเวลาฉายชัดบนใบหน้าที่เคยหล่อเหลาหยิ่งผยอง ดวงตาของเขาแดงก่ำ มือหนาสั่นเทาขณะกำเอกสารแปลนออกแบบการรีโนเวทพื้นที่ ที่ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยสถาปนิกอิสระหญิงผู้นี้ “ผม... ผมรู้ว่าผมเคยทำลายทุกอย่าง ผมขอโทษครับนารา” ศิลาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ความทรงจำบางส่วนที่เลือนรางจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน ทำให้เขาจำรายละเอียดอันโหดร้ายที่ตนเองเคยกระทำต่อภรรยาไม่ได้ทั้งหมด แต่หัวใจที่ด้านชาของเขากำลังถูกกัดกินด้วยความรู้สึกผิดบาปที่หนักอึ้งราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด “ผมจำเรื่องราวระหว่างเราไม่ได้ทั้งหมดหรอก... แต่ทุกครั้งที่ผมยืนอยู่ในพื้นที่ที่คุณออกแบบ ผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด... ความเจ็บปวดที่คุณทิ้งไว้ในทุกมุมห้อง ผมแค่อยากขอโอกาสไถ่บาป อยากขอโทษผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่ผมเคยใจร้ายใส่ที่สุดในชีวิต” นาราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและบาดแผลฉกรรจ์ในอดีต เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งการพิพากษา “คุณอยากขอโทษผู้หญิงคนนั้นอย่างนั้นหรือครับ” นาราก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าห่างจากเขาเพียงคืบ แววตาสีดำสนิทสะท้อนภาพความสมเพชเวทนาของอดีตสามี “น่าเสียดายจังนะครับ... เพราะผู้หญิงที่คุณกำลังพูดถึง เธอกลายเป็นปูนที่ถูกโบกทับและตายไปตั้งแต่คืนวันที่คุณเซ็นใบหย่า และโยนเอกสารค่าเลี้ยงดูราคาถูกใส่หน้าเธอแล้วครับ” ศิลาสะอึก ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง คำพูดของเธอคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน มันกรีดลงบนรอยหยักของสมองส่วนที่พยายามหลงลืม เขารู้สึกเหมือนคนจมน้ำ หายใจไม่ออก หัวใจบีบตัวจนเจ็บแปลบ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าในอดีตเขาเคยพูดจาใจร้ายแบบนั้นกับเธอจริงหรือเปล่า เขารู้เพียงแค่ว่า... ตอนนี้เขากำลังสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ที่จะได้รับการให้อภัย “ผมสำนึกแล้วจริงๆ นารา...” ศิลาคุกเข่าลงต่อหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี มือสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะชายเสื้อสูทของเธอ แต่หยุดชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่แข็งกร้าวราวน้ำแข็งขั้วโลก “ต่อให้ต้องแลกด้วยบริษัททั้งหมดที่ผมมี หรือชีวิตของผม... ผมก็ยอม ขอแค่คุณบอกวิธีที่จะทำให้คุณหายเจ็บปวด” นารามองการกระทำนั้นด้วยความนิ่งงัน เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าสีดำแตะลงที่คางของเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับแสงไฟเย็นเยียบจากภายนอก “ความเจ็บปวดมันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับคุณศิลา... มันแค่เปลี่ยนรูปทรง” นาราเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยือกถึงกระดูกดำ “คุณจำไม่ได้ใช่ไหมครับว่าคืนนั้นฉันร้องขออะไรจากคุณ? คุณจำไม่ได้ว่าฉันตั้งท้องได้สามเดือนในวันที่คุณพาผู้ phụหญิง อีกคนเข้ามาในบ้านของเรา... คุณลืมมันไปหมดแล้ว เพราะสมองของคุณมันเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะเก็บขยะชิ้นนั้นไว้” ดวงตาของศิลาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เสียงอื้ออึงในหัวดังขึ้นราวกับมีฆ้อนทุบซ้ำๆ ท้อง... สามเดือน? ภาพเงาลางๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นในห้องนอนมืดๆ ผุดขึ้นมาในหัวสมอง แต่มันเลือนรางเกินกว่าจะคว้าจับไว้ได้ ศิลาหายใจหอบถี่ หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน “ผม... ผมทำแบบนั้นลงไปจริง ๆ หรือครับ...” ศิลาพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบกระอักเลือด ความทรงจำที่ขาดหายไปกำลังกลับมาลงทัณฑ์เขาในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุด “ใช่ครับ และตอนนี้... คุณกำลังพยายามขอโทษใครก็ไม่รู้ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบาปที่คุณก่อมันพรากอนาคตของใครไปบ้าง” นาราผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อสูทราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสเขาแม้แต่นهاยใจ “เกมการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ คุณศิลา โปรดเก็บน้ำตาของคุณไว้ใช้ในวันที่คุณต้องสูญเสียทุกอย่างจริงๆ ดีกว่า” เธอกลับหลังหันเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องประชุม ทิ้งให้ศิลานั่งคุกเข่าจมอยู่กับกองความผิดบาปและความมืดมิด แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ตรงระเบียงทางเดินด้านนอก กลับดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน “คุณแม่ครับ! คุณป้าข้างล่างบอกว่าซื้อไอศกรีมรสโปรดให้ผมแล้วนะ!” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยประมาณหวานเจี๊ยบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของนาราไว้แน่น นาราย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกเมื่อครู่—รอยยิ้มที่ไม่เคยมีให้ศิลาเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ศิลาที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่บนพื้น ชะงักงัน หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นใบหน้าด้านข้างของเด็กชายคนนั้นภายใต้แสงไฟ... ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาเองในวัยเด็ก ราวกับภาพสะท้อนจากอดีตที่ตามมาหลอกหลอนถึงปัจจุบัน ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกแห่งการชดใช้กรรมนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%