"รอยต่อของรอยร้าวในโครงสร้างนี้... ถ้าปล่อยไว้ไม่ถึงเดือน กำแพงรับน้ำหนักฝั่งทิศเหนือคงพังลงมาทับคนข้างล่างจนหมดสภาพ"
ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนรอยแยกของคอนกรีตเปลือยอย่างแผ่วเบา เสียงของนาราเรียบนิ่งและเยือกเย็น ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องโถงใหญ่ของโครงการรีสอร์ทหรูที่กำลังอยู่ระหว่างการรีโนเวท สายตาคู่คมกวาดมองความมักง่ายของผู้รับเหมาด้วยความรู้สึกดูแคลนระคนสมเพช
"ผมสั่งให้รื้อทำใหม่ทั้งหมดแล้วครับคุณนารา... ไม่คิดว่าคุณจะตาไวขนาดมองเห็นโครงสร้างภายในที่ถูกฉาบปูนทับไว้ได้"
ศิลาในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและเคยมองโลกทั้งใบอยู่ใต้ฝ่าเท้า บัดนี้กลับมีร่องรอยของความอ่อนล้าและความกังวลฉายชัดเจนบนใบหน้า คมสันต์ที่เคยคมคายเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ผนังที่กำลังจะพังทลาย แต่มันกลับจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่
นาราค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า เธอไม่ได้หลบสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของชายหนุ่ม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอมันช่างเย็นชาเสียจนศิลาต้องเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นบนความหลอกลวง ต่อให้คุณจะใช้ปูนราคาแพงแค่ไหนมาโบกทับ สุดท้ายความจริงมันก็ปริแตกออกมาอยู่ดี... เหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละครับ คุณศิลา"
น้ำเสียงของนาราบาดลึกเข้าไประหว่างรอยต่อของความทรงจำที่ศิลากำลังพยายามปะติดปะต่อ มันเป็นความจริงที่ว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และสูญเสียความทรงจำบางช่วงบางตอนไป ภาพจำเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้ากลับพร่าเลือนราวกับภาพวาดที่โดนน้ำฝนสาดซัด เหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดบาปอันหนักอึ้งที่คอยกัดกินหัวใจทุกครั้งยามที่เขาสบตาเธอ
"คุณพูดเหมือน... รู้จักตัวตนที่แท้จริงของผมดีเหลือเกิน" ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นปูนทำให้สมองส่วนลึกของเขารู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างกะทันหัน "บางครั้ง... ผมรู้สึกเหมือนเราเคยยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน เมื่อนานมาแล้ว... ในวันที่ผมไม่ได้เป็นคนแบบนี้"
นาราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตากวาดสำรวจผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ชายผู้เคยสั่งให้เธอเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ชายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของมัณฑนากรฝึกหัดจนแทบกระอักเลือด แต่วันนี้... เขากลับยืนอยู่ตรงหน้าเธอในฐานะลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องพึ่งพาฝีมือและเมตตาจากเธอเพื่อกอบกู้ธุรกิจครอบครัวที่กำลังจะล่มสลาย
"คุณไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกครับคุณศิลา... แค่ความจำของคุณมันเสื่อมลงจนลืมความเหี้ยมโหดที่เคยทำไว้กับคนอื่นก็เท่านั้นเอง" นาราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว เพราะความโกรธมันถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้คือความเย็นชาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกความพยายามในการไถ่บาปของเขา
ศิลาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นสะท้อนกับแสงไฟนีออนชั่วคราว ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาจำไม่ได้ว่าเคยทำร้ายเธออีท่าไหน แต่จากแววตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น มันบอกเขาอย่างชัดเจนว่า เขาก่อหนี้กรรมไว้กับผู้หญิงคนนี้มากมายมหาศาลเกินกว่าจะชดใช้หมดในชาตินี้
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง... ต่อให้คุณจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมคืนสักกี่ครั้ง ผมก็ไม่มีสิทธิ์แก้ตัว" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "แต่โปรดบอกผมเถอะนารา... เราเคยมีอะไรร่วมกันมากกว่านี้ไหม? มากกว่าแค่เจ้านายกับลูกจ้าง... มากกว่าแค่คนที่เคยหย่าร้างกัน?"
บรรยากาศในห้องโถงกว้างพลันเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเครื่องจักรไกลๆ จากไซต์งานด้านนอก นาราชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนที่เธอจะดึงหน้ากากความเยือกเย็นกลับมาสวมทับไว้อย่างแนบเนียน
ความลับเรื่องสายเลือด... เรื่องราวของเด็กชายตัวเล็กๆ คนนั้นที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านแห่งความปลอดภัยที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา มันยังคงเป็นความลับที่ปลอดภัยที่สุด และเธอไม่มีวันยอมให้ผู้ชายไร้ความทรงจำคนนี้ได้ล่วงรู้เป็นอันขาด
"เราเป็นแค่อดีตกาลที่คุณควรจะปล่อยให้มันตายไปกับซากปรักหักพังพวกนี้ครับคุณศิลา" นาราหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย "พรุ่งนี้ทีมช่างจะเข้ามาเริ่มรื้อถอนโครงสร้างใหม่ หวังว่าคุณจะอนุมัติงบประมาณตามที่ผมเสนอไป... ลากعัต"
เธอก้าวเดินจากไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากคอนกรีต ชายหนุ่มทรุดตัวลงพิงกับเสาปูนอย่างหมดแรง มือข้างหนึ่งกุมขมับที่ปวดร้าวราวกับจะระเบิด ความทรงจำที่ขาดหายไปกำลังพยายามกรีดร้องบอกอะไรบางอย่าง—บางสิ่งที่เขาอาจจะไม่มีวันได้คืนกลับมาตลอดกาล
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ศิลากำลังจะก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนาที่ตกอยู่บนพื้น ใกล้กับกองแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่นาราลืมทิ้งไว้
สมุดปกหนังสีดำที่ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าสุดท้าย...
ด้วยความสงสัยที่สุมอกมานาน ศิลาจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมาพลิกดู ภาพถ่ายใบเล็กๆ ที่ร่วงหล่นลงมาจากหน้ากระดาษปลิวมาตกลงบนรองเท้าหนังของเขา รูปถ่ายของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากกระจกเงา... ใบหน้าของเด็กชายคนนั้น... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวยืนอยู่บนปากเหวที่กำลังจะถล่มลงมาในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนะครับ
มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 15
พายุที่กำลังก่อตัว
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!