กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกระดาษเก่าลอยอบอวลอยู่ในความมืดทึบของห้องเก็บของใต้บันได—สถานที่ซึ่งกาลเวลาถูกแช่แข็งไว้โดยความละเลยของศิลา
ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่จากการทำงานล่วงเวลา ก้มตัวลงต่ำ แสงไฟฉายจากสมาร์ตโฟนสาดส่องกวาดไปตามกล่องกระดาษลูกฟูกที่เรียงซ้อนกันระเกะระกะ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาค้นหาอะไรในมุมอับนี้ตั้งแต่แรก หากแต่กุญแจสำรองดอกเก่าที่หล่นหายไปเมื่อหลายปีก่อน และเพิ่งร่วงหล่นออกมาจากซอกตู้หนังสือเมื่อตอนหัวค่ำ มันพาเขาย่างก้าวมาหยุดอยู่หน้าประตูบานนี้ ประตูที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่เปิดออกคือเมื่อไหร่
ศิลาใช้มือปัดหยากไย่ที่เกาะอยู่ตามขอบกล่อง เสียงกระดาษแห้งกรอบเสียดสีกันดังแกรกกรากราน ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาเองที่สะท้อนก้อง
นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเปิดกล่องใบที่สามที่ถูกดันไว้ลึกที่สุด ด้านบนสุดคือสมุดบัญชีเก่าและเอกสารธุรกิจที่หมดอายุ แต่พอลึกลงไป... ปลายนิ้วของเขากลับสัมผัสเข้ากับความนุ่มมือของผ้าพันคอไหมพรมเนื้อหยาบ สีฟ้าครามตุ่นๆ ที่ซีดจางตามกาลเวลา
ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
เขายกผ้าพันคอผืนนั้นขึ้นมาสัมผัส ความทรงจำสีจางที่เขาพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ความสำเร็จทางธุรกิจและการทำงานอย่างบ้าคลั่งค่อยๆ ไหลย้อนกลับมาอย่างไม่ทันตั้งตัว... *นารา* เป็นคนถักมันด้วยตัวเอง ในคืนฤดูหนาวปีแรกที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เธอนั่งถักมันอยู่ใต้แสงโคมไฟสีส้มอ่อน รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าตอนที่เธอยื่นมันให้เขา พร้อมกับคำพูดที่เขาเคยปัดตกด้วยความรำคาญว่า "เผื่อวันไหนที่คุณหนาว ฉันอยากให้คุณรู้ว่ามีความอบอุ่นรออยู่ตรงนี้"
ในเวลานั้น เขาตอบกลับเธอไปอย่างไรนะ?
ศิลาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด ความทรงจำอันโหดร้ายตีแสกหน้า เขาจำได้ว่าเขาโยนมันลงในกล่องนี้อย่างไร้เยื่อใย โดยบอกว่ามันดูเชยและรกหูรกตา และนาราก็เพียงแต่เงียบ... ความเงียบที่เยือกเย็นและบาดลึกยิ่งกว่าคำตัดพ้อใดๆ
หัวใจของชายหนุ่มกระหน่ำเต้นด้วยความอึดอัด เขาขยับสิ่งของในกล่องนั้นต่อด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา
ลึกลงไปใต้ผ้าพันคอ คือสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มเล็ก ปกหนังนั้นเก่าจนลอกร่อน ศิลาหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกประหลาด ราวกับกำลังถือวัตถุโบราณที่เต็มไปด้วยคำสาป ทันทีที่เปิดหน้าแรกออก ลายมือหวัดแต่สวยงามเป็นระเบียบของนาราฃก็ปรากฏแก่สายตา
*“วันที่ 12 ตุลาคม... ศิลากลับบ้านดึกอีกแล้ว อาหารบนโต๊ะเย็นชืดเช่นเคย แต่ไม่เป็นไร ฉันอุ่นมันให้เขาได้เสมอ”*
*“วันที่ 3 พฤศจิกายน... เขาบอกว่างานของฉันมันไร้รสนิยม เขาไม่ชอบให้ฉันก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขา เข้าใจแล้วค่ะ... ฉันจะอยู่ในที่ของฉัน”*
*“วันที่ 15 ธันวาคม... วันนี้มีข่าวดี ฉันกำลังจะเป็นแม่คน... ฉันควรจะบอกเขาอย่างไรดีนะ ให้เขายิ้มให้ฉันสักครั้งเหมือนวันเก่าก่อน”*
ศิลาอ่านทบทวนประโยคสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน อากาศรอบตัวหนาทึบจนหายใจไม่ออก สมองของเขาขาวโพลน คำว่า *กำลังจะเป็นแม่คน* วิ่งวนซ้ำไปมาในหัวราวกับเสียงก้องกังวานในถ้ำลึก
เด็กคนนั้น... หรือว่า...
มือของศิลาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนทำสมุดบันทึกเกือบหลุดมือ เขาพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยความร้อนรน หยดน้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าจะหลั่งรินจากตาคู่นี้กลับเอ่อคลอและหยดลงบนกระดาษสีเหลืองซีด ตัวอักษรหมึกซึมเลือนหายไปใต้หยดน้ำตาของชายผู้พ่ายแพ้
*“วันที่ 20 ธันวาคม... เขาบอกว่าไม่อยากมีภาระผูกพัน เด็กคนนี้คือความผิดพลาดในสายตาเขา... หัวใจของฉันแตกสลายไปพร้อมกับสายฝนในคืนนั้น”*
ความจริงที่ถูกกาลเวลาฝังกลบถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานความโหดร้ายของตนเอง ศิลาคุกเข่าลงกับพื้นห้องเก็บของที่เย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างกุมขมับแน่น เสียงสะอื้นไห้ที่กลั้นมานานนับปีเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างน่าสมเพช บาปกรรมที่เขาเคยก่อ รอยแผลเป็นที่เขาฝังไว้บนร่างและจิตใจของหญิงสาวผู้เป็นภรรยา กำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในวินาทีนี้เอง
เขานึกถึงภาพนาราในปัจจุบัน—มัณฑนากรสาวผู้เยือกเย็น นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่เคยมีความหวาดกลัวหรือความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและการแก้แค้นที่เฉียบคมดั่งคมมีด เธอกำลังใช้มันเชือดเฉือนเขาให้ตายทั้ง إ็น
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เขาพบกรอบรูปใบเล็กคว่ำอยู่ใต้ก้นกล่อง
นิ้วที่สั่นเทาหยิบมันขึ้นมาพลิกดู ภาพถ่ายในนั้นคือนาราในชุดตั้งครรภ์อ่อนๆเธอยืนอยู่สวนหลังบ้าน รอยยิ้มในภาพช่างงดงามและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน และที่มุมขวาของรูป มีข้อความลายมือของเธอเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิทที่คมชัดเจน
*“คุณทำลายทุกอย่างด้วยมือของคุณเอง... ศิลา และตอนนี้ ถึงเวลาที่คุณจะต้องชดใช้มันด้วยความโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต”*
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอกบ้าน ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน ขัดจังหวะความมืดมนในจิตใจของศิลาอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง
ดึกป่านนี้... ใครกันที่มาเคาะประตูบ้านหลังนี้?
ศิลายันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล มือข้างหนึ่งยังคงกำสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสุดท้าย เขาก้าวเดินออกจากห้องเก็บของด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง มุ่งตรงไปยังประตูหน้าบ้านที่ปิดสนิท ความมืดมิดนอกบานกระจกใสสะท้อนเงาของชายผู้พ่ายแพ้และแตกสลาย
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกกลอนประตู แล้วผลักมันเปิดออกช้าๆ...
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าภายใต้แสงไฟสลัวจากระเบียง ทำให้ศิลาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง เมื่อเขาพบว่าผู้ที่ยืนรออยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บยามวิกาลหาใช่นาราไม่... แต่เป็นเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ในอ้อมแขนของหญิงสาวปริศนาที่ส่งยิ้มเยือกเย็นมาให้เขา พร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลที่ยื่นส่งมาตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าเข้าสู่ห้วงลึกแห่งการชดใช้กรรมนี้ด้วยกันนะครับ
มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 10
ร่องรอยของเหยื่อ
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!